จากห่มสไบใส่ยีนส์ ดอกบัวถ่ายรูป สู่เทรนด์ฮิตล่าสุด “มาลัยรัดเกล้า” ไวรัลใหม่ต่อยอดความเป็นไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวไทย-ต่างชาติแห่ทำผมถ่ายรูป ปากคลองตลาดราคาเริ่มต้น 120-150 บาท
ปี 2569 ปีแห่งความเป็นไทย จากเทรนด์สวมสไบคู่กางเกงยีนส์ สู่การถือดอกบัวถ่ายรูป ล่าสุดเกิดเทรนด์ใหม่ “มาลัยรัดเกล้า” เอาพวงมาลัยมาผูกเข้ากับมวยผม โดยจุดเริ่มต้นเทรนด์ดังกล่าวเกิดจากอินฟลูเอนเซอร์สาว Gen Z ซื้อพวงมาลัยดอกไม้สดจากปากคลองตลาด ราคาประมาณ 80 บาท แล้วขอให้แม่ค้าในตลาดช่วยผูกเข้ากับมวยผมของเธอ และถ่ายคลิปวิดีโอโพสต์ลงโซเชียลจนกลายเป็นไวรัล ทำให้มีผู้สนใจมาทำตามจำนวนมาก รวมถึงคนมีชื่อเสียง เช่น ใหม่-ดาวิกา โยชิ-รินรดา และ เกรซ-กาญจน์เกล้า เป็นต้น
ล่าสุด ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ ปากคลองตลาด เพื่อพูดคุยกับร้านค้าที่ให้บริการ และผู้มาใช้บริการ “มาลัยรัดเกล้า” พบบรรยากาศคึกคัก ร้านค้ามีลูกค้าเข้ารับบริการทำผมและผูกมาลัยจำนวนมาก เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้และสไตล์การแต่งตัวของนักท่องเที่ยวแต่ละคน
ร้านค้า เล่าว่า เริ่มแรกคนฮิตผูกด้วย “มาลัยแบน” หรือมาลัยที่ไม่มีอุบะ ส่วนใหญ่เลือกสีชมพู ช่วงนี้มีคนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อเทรนด์นี้โดยเฉพาะ ทางร้านค้าขายมาลัยจึงต้องฝึกทำผม โดยฝึกทำไม่นานจากความต้องการของลูกค้าแต่ละคน
ผู้ค้าจะร้อยมือด้วยดอกมะลิ ดอกรัก ดอกพุด ดอกบัว และกลีบกุหลาบ เป็นต้น รูปแบบการทำ มีทั้ง “มาลัยแบน” คือ รัดรอบมวยผม วิธีทำ นำดอกไม้มาร้อยเข้าด้วยกันเป็นแผ่น และ “มาลัยคุณหญิง” มีดอกไม้ห้อยลงมา สามารถเลือกระหว่างดอกกุหลาบ หรือดอกบัวได้
ขณะนี้มีการเพิ่มสีสันให้หลากหลายทั้ง แดง ชมพู เหลือง ม่วง ฟ้า เพื่อให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัว หรือสีที่ลูกค้าชอบ ราคาเดิม คือ 120 บาท ปัจจุบันปรับเป็น 150 บาท ส่วนแบบอื่นๆ ราคาจะต่างกันตามที่ลูกค้าสั่งทำ เนื่องจากต้นทุนราคาดอกไม้เพิ่มขึ้น
Gen Z กับเทรนด์ “มาลัยเกล้าผม” “มาลัยรัดเกล้า”
ทีมข่าวพูดคุย สอบถามความรู้สึกลูกค้าที่เดินมาทำผมที่ปากคลองตลาด คุณณัฐธิญาน์ ศรียศพงศ์ กล่าวว่า เห็นเทรนด์นี้จากแอปฯ ติ๊กต่อก ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้ง ดารา อินฟลูเอนเซอร์หลายคนมาทำ ตนเห็นว่าน่าสนใจจึงลองมาทำ รู้สึกว่าบรรยากาศครึกครื้น เทรนด์ถ่ายรูปกับดอกบัว มาลัยเกล้าผม และเทรนด์อื่นๆ ที่เกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดต่อจากนี้ เป็นสิ่งที่น่าต่อยอดและสนับสนุน แนะนำให้มาทำกันเยอะๆ ทั้งไทยและต่างชาติ
คุณวนิดา พันธ์วงศ์ เล่าว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก คนที่มาทำสวยกันอย่างมาก ตนเห็นจากแอปฯ ติ๊กต่อก และอินสตาแกรม เห็นว่าเป็นพวงมาลัย มีความเป็นยุคสมัยเก่า ซึ่งดูสวยงาม และเป็นการช่วยอุดหนุนร้านค้าไปในตัว
คุณอนุชา ยามจีน กล่าวว่า ตนเห็นเทรนด์นี้มาตั้งแต่ระยะแรกแต่เพิ่งหาเวลามาทำได้ และได้เลือกมาลัยสีชมพู เพราะกำลังเข้าสู่ช่วง “มีความรัก” รู้สึกดีใจที่ได้เห็นผู้คนครึกครื้น สนับสนุนเศรษฐกิจร้านค้าในตลาด ซึ่งราคาดอกไม้อาจจะเพิ่ม-ลดตามช่วงเวลา และมีคนสร้างเทรนด์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น
นอกจากผู้คนจะแห่กันมาทำตามเทรนด์แล้ว ยังมีบางคนนำสัตว์เลี้ยงมาคล้องมาลัย ทั้งแมว และสุนัข ความน่ารักของเจ้าก้อนขนดึงความสนใจจากผู้พบเห็นได้เป็นจำนวนมาก และถือเป็นมิติใหม่ของเทรนด์มาลัย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการอนุรักษ์ของคนรุ่นใหม่


