ฝนตกข้ามคืน ภัยน้ำท่วมซ้ำซาก กทม.เตรียมรับมือฝนตกหนักเฉพาะจุด 26-27 นี้
 นักวิชาการ ชี้ ฝนตกหนักกลางคืนควบคุมยากเสี่ยงน้ำไหลหลาก


ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมทำให้ในบางพื้นที่ของภาคกลางเริ่มมีน้ำท่วมสูง เช่น ในพื้นที่อยุธยา ที่มีการท่วมซ้ำซาก แม้ปีนี้จะมีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกน้อยกว่าปีก่อน แต่ลักษณะฝนตกในปีนี้จะเป็นแบบ “ฝนตกแบบข้ามคืน” แต่จะตกหนักสลับเบา ในบางพื้นที่ทำให้เกิดน้ำท่วม

ข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า รายงานฝนสะสม 24 ชม. ที่ผ่านมา (23 ก.ย. 69) ตั้งแต่เวลา07.00 น. ของวันที่ 23 ก.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. 69 ของสถานีอุตุนิยมวิทยา มีรายงานฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ปริมาณฝนมากที่สุดวัดได้ 171.4 มม. ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รายงานปริมาณฝนสะสม 24 ชม. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รายงานจากสำนักการระบายน้ำ (ตั้งแต่เวลา07.00 น. ของวันที่ 23 ก.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. 69) มีรายงานฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ปริมาณสูงสุดวัดได้ 67.0 มม. ที่จุดวัดสำนักงานเขตพระโขนง


ฝนตกข้ามคืน ปัจจัยเสี่ยงกรุงเทพฯ


ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข้อมูลว่า ปีนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ฝนตกหนักแบบข้ามคืน แต่จะมีตกบ้างหยุดบ้างต่อเนื่อง โดยปรากฏการณ์ฝนตกหนักขณะนี้ เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ส่วนมารวมกัน คือ

ร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยร่องมรสุมที่พาดผ่านทำงานร่วมกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนมาจากประเทศกัมพูชา ทำให้เกิดการดูดและเหนี่ยวนำความชื้น

ความชื้นจากอ่าวไทย เมื่อร่องมรสุมพาดผ่านบนบก ความชื้นหลักถูกส่งมาจากอ่าวไทยเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลมข้างบนเริ่มมีความเย็นจากความกดอากาศสูงลงมาปะทะ ส่งผลให้ฝนตกต่อเนื่องยาวนานหรือมีลักษณะ “ตกข้ามคืน” เช่น ตกๆ หยุดๆ สลับหนักเบา


สำหรับทิศทางและพื้นที่เสี่ยง กลุ่มจังหวัดที่ได้รับผลกระทบก่อน จะเป็นฝนตกหนักเริ่มจากภาคตะวันออก เช่น สระแก้ว, ปราจีนบุรี, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และภาคอีสานตอนล่าง เช่น บุรีรัมย์ กำลังเคลื่อนเข้าสู่โคราช

ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มฝนจะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ทางฝั่งตะวันออกก่อนแล้วจึงกระจายไปฝั่งตะวันตก คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเน้นเฉพาะจุดในวันที่ 26-27 นี้

ลักษณะการตก จะไม่ใช่ฝนที่ตกชั่วโมงเดียวแล้วจบ แต่เป็นฝนตกสลับเบา-หนักต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวันทั้งคืน


ปริมาณน้ำฝนและปัญหา “น้ำท่วมเฉพาะจุด”


ดร.เสรี วิเคราะห์ว่า ในภาพรวมปีนี้ ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 10%

แต่ทำไมยังเกิดน้ำท่วม? ปัญหาไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสภาพกายภาพและผังเมือง ในพื้นที่นั้นๆ เช่น ชุมชนหนาแน่นขึ้น ระบบการระบายน้ำไม่รองรับ สิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำไหล เมื่อมีฝนตกหนักเฉพาะจุดเพียง 100–140 มิลลิเมตร ก็สามารถทำให้เกิดน้ำท่วมขังทันที เนื่องจากระบายไม่ทัน

การรับมือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก การพยากรณ์ล่วงหน้าทำได้ยาก เนื่องจากฝนจากร่องมรสุมมีความผันผวนสูง การคาดการณ์ล่วงหน้าหลายวันไม่สามารถระบุพิกัดลงรายละเอียดเขต อำเภอได้แม่นยำ

จึงต้องเน้นดูภาพเรดาร์ ซึ่งแนะนำให้ทั้งหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และประชาชน เฝ้าระวังโดยการดูภาพถ่ายเรดาร์ตรวจอากาศ ซึ่งมีการอัปเดตทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตหน้างานได้ทันท่วงที

ส่วนความเสี่ยงในเวลากลางคืน ฝนที่ตกข้ามคืนมีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เชิงเขาหรือทางน้ำไหล เนื่องจากมองไม่เห็นระดับน้ำและรับรู้การหลากของน้ำได้ยากกว่าช่วงกลางวัน

ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเป็นปัญหาเรื้อรังระดับโครงสร้างที่รัฐบาลในอดีตช่วง 30–40 ปีที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ หากเขื่อนมีการปล่อยน้ำเกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่ลุ่มต่ำอย่าง อ.เสนา จะถูกน้ำท่วมทันที

ในปัจจุบัน ปริมาณการระบายน้ำสูงขึ้นถึง 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยิ่งทำให้ระดับน้ำท่วมสูงและขยายวงกว้าง

สถิติย้อนหลัง 40 กว่าปี มีเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น ที่มีการปล่อยน้ำน้อยกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่าชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมเกือบทุกปีโดยไม่มีทางเลี่ยง หากไม่มีการปฏิรูปการจัดการน้ำเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง