กกต. สั่งฟ้อง 77 รายคดีฮั้ว สว. “นักวิชาการ” วิเคราะห์ สัญญาณการเมืองขั้วสีน้ำเงิน เปิดทางพรรคเขียวร่วมรัฐบาล ลดขัดแย้งอนาคต
วันนี้ 14 ก.ย.69 กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ข้อกล่าวหาที่ 4 - 7 มีจำนวนทั้งสิ้น 77 คน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง จำนวน 26 คน
2. สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรองอยู่ในบัญชีรายชื่อ จำนวน – คน และ3. ผู้มีสิทธิเลือก สว. ไม่ใช่บุคคลในลำดับที่ 1–2 จำนวน 36 คน ขณะที่ 4. สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน – คน สุดท้าย 5. บุคคลอื่น จำนวน 15 คน
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐ ออนไลน์ สอบถามไปยัง ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า หลังจากนี้จะมีคำถามจากประชาชนว่ากรณีของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และบุคคลที่เป็นกรรมการบริหารพรรคไม่มีการส่งคำร้องไปเลย จะอธิบายอย่างไร ซึ่งเดาได้ว่า อาจเกิดจากการที่กลับคำให้การ
ด้านสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง จำนวน 26 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้ามองในภาพรวมก็ยังไม่มีผลกระทบอะไร เพราะ สว.กลุ่มนี้มีประมาณ 138 คน ขาดไป 26 คน ก็ยังเหลือ 112 คน ซึ่งยังถือว่ามีเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ดี หรือถ้า 26 คนที่ถูกส่งเรื่องก็อาจจะลาออกได้ เพื่อให้มีการเลื่อนขึ้นมาของ สว.สำรอง แล้ว 26 คนดังกล่าวก็ทำการสู้คดีกันต่อไป
“ต่อให้ สว.กลุ่มดังกล่าวจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป 26 คน แต่ก็ยังมีเสียงข้างมากของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งยังกำหนดเกมได้เหมือนเดิม”
ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือก สว. ไม่ใช่บุคคลในลำดับที่ 1–2 จำนวน 36 คน ต้องมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม สว. 26 คนที่โดน ซึ่งแสดงถึงพยานหลักฐานที่มีการเชื่อมโยงกันกับกลุ่มแรก แต่ต่อจากนี้ต้องมาดูว่า 36 คน จะมีการซัดทอดไปถึงระดับนักการเมืองหรือไม่
ถ้าวิเคราะห์จากตัวเลขที่ กกต.แถลง ตัวต้นขั้วจริงๆ มาจากผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และขยายผลไปยังเส้นเงินและผลประโยชน์ที่นำสู่ข้อสงสัยในกลุ่มที่ 1
ในส่วนของบุคคลอื่น จำนวน 15 คน ที่เกี่ยวโยงในเรื่องการกระทำเช่นการจัดเลี้ยง ไปแสดงความยินดี ซึ่งคนกลุ่มนี้มีหลักฐานผ่านคลิป หรือเป็นกลุ่มการเมืองที่ไม่มีฐานะในทางพรรคการเมืองแล้ว ซึ่งจากข้อมูลที่ออกมาน่าสนใจว่า คนกลุ่มนี้จะเป็นตัวทำเกม เช่นในการนัดประชุม จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวเชื่อมสำคัญ
ขั้นตอนต่อไปต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าจะมีผู้ต้องสงสัยกระทำผิดเพิ่มหรือไม่ ผู้ที่ถูกกล่าวหาเบื้องต้นมีการพาดพิงไปถึงใครหรือไม่ อาจเลยเถิดไปถึงผู้ที่อยู่นอกสำนวนการฟ้องก็ได้
กกต. สั่งฟ้อง 77 รายคดีฮั้ว สว. สะเทือนการเมืองภาพใหญ่
ดร.สติธร วิเคราะห์ว่า การสั่งฟ้องทั้ง 77 ราย อาจจะมีแรงสะเทือนถึงการเมืองฝั่งรัฐบาลบ้าง แต่ก็อาจไม่ใช่เป็นการฟอกขาวเลยทั้งหมดโดยไม่โดนอะไรเลย เช่นกลุ่มคนภายนอกก็เป็นกลุ่มการเมืองที่เชื่อมโยงกัน เพียงแต่ว่าพูดไม่ได้เต็มปากว่าเป็นผู้ดำเนินการ
ทางปฏิบัติกลุ่มสีน้ำเงิน อาจไม่ได้ปฏิเสธเลยทั้งหมดได้อย่างเต็มปาก แต่ในทางกฎหมายกลุ่มผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กกต.ไม่ส่งรายชื่อแล้วชัดเจน
ในทางการเมือง ไม่มีใครอยากเห็นว่ามีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งกินรวบทั้งหมด ต่อให้ภูมิใจไทย มีคะแนน 190เสียง แม้จะมีกลุ่ม สว.ที่ใจตรงกันเกินครึ่งก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรก็ได้ ซึ่งการส่งฟ้องในครั้งนี้ก็แสดงถึงเครื่องมือที่ควบคุมอะไรบางอย่างอยู่
ทางการเมืองฝั่งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ไม่น่าจะเปลี่ยนพรรคร่วมรัฐบาล แต่อาจจะเป็นการเปิดประตูในการเติมเขียว เข้าสู่พรรคร่วมรัฐบาล เพราะภูมิใจไทยรู้แล้วว่าสถานะแบบนี้ยังมีอะไรที่ทำให้รัฐบาลอยู่ได้อย่างมั่นคง 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ในเชิงตัวเลขจะมีคนยกมือให้มติฝั่งรัฐบาลผ่านฉลุย แต่จำเป็นต้องเติมพรรคกล้าธรรม เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ประกอบกับมีการกลับคำให้การที่เห็นร่องรอยว่า คนที่กลับคำเขาก็ไปอยู่กับเขียว จึงจำเป็นต้องเปิดทางให้มีพรรคร่วมใหม่เข้ามา เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต