เส้นเงินปริศนา "สีกาเอ๋" จากล้มละลายสู่ทรัพย์สินร้อยล้าน สำนักพุทธ ชี้ "อดีตหลวงพ่ออติโชติ" ออกใบอนุโมทนาบัตรปลอม โกยรายได้จำหน่ายพระเครื่องเข้ามูลนิธิเถื่อน “ฟอกเงินบุญ” เข้ากระเป๋าส่วนตัวโยงสีกาตร.กองปราบรวบ

ตัว “สีกาเอ๋” โยมอุปัฏฐากคนสนิท “อดีตหลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.อยุธยา หลังพบเส้นทางเงินฉาวออกใบอนุโมทนาบัตรทุจริต ตั้งมูลนิธิเถื่อนยักยอกเงินวัดกว่า 92-100ล้านบาท ขยายผลค้นบ้านเจอทรัพย์สินทั้งเงินสด ทองคำแท่ง และโฉนดที่ดินรวมกว่า 140 ล้านบาท ด้านเจ้าตัวอ้างทรัพย์สินมาจากการทำงานสวนทางประวัติเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เข้าจับกุม ทิดโชติ อายุ 66 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย น.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ อายุ 47 ปี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สิน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสมคบกันฟอกเงิน


จากการสืบสวนและแถลงความคืบหน้าวันนี้ (11 ก.ย.69) ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเส้นทางการกระทำความผิดผ่านการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบ แบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก ได้แก่ การออกใบอนุโมทนาบัตรเช่าพระ 22 รายการ มูลค่า 2.8 ล้านบาท และใบอนุโมทนาบัตรทำนุบำรุงวัดสูงถึง 89 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งสูงราว 92 ถึง 100 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบการโอนเงินเข้า “มูลนิธิหวันโชติ” ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ยังไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย


แกะรอยเงินปลดหนี้ “สีกาเอ๋” จากบุคคลล้มละลายสู่เจ้าของทรัพย์สินร้อยล้าน


ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. เล่าว่า สีกาเอ๋ เริ่มเข้ามาตีสนิทและทำหน้าที่เป็นโยมอุปัฏฐากภายในวัดตั้งแต่ช่วงปี 2550 เป็นต้นมา สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ สีกาเอ๋ เคยมีสถานะเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ปี 2562 ก่อนสามารถปลดหนี้ได้ภายในเวลา 3 ปีต่อมา (ปี 2565) หลังจากนั้นกลับพบว่ามีฐานะร่ำรวยผิดปกติ มีบ้านหรู 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท มีเงินสดและสิ่งของมีค่าจำนวนมหาศาล ทั้งที่ไม่มีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจน

จากการบุกค้นบ้านพักของสีกาเอ๋ ในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันก่อน (10 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วยเงินสดประมาณ 60 ล้านบาท ,ทองคำแท่งและทองรูปพรรณรวม 90 บาท, พระเครื่องเนื้อทองคำ 35 องค์, สร้อยแหวน-เพชรพลอย ,โฉนดที่ดินมูลค่าราว 80 ล้านบาท, สัญญาซื้อขายที่ดิน, เอกสารการลงทุน 18 รายการ, สมุดบัญชีและสลากออมสิน ซึ่งรวมมูลค่าทั้งหมดมากกว่า 140 ล้านบาท


ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในเรื่องการยักยอกเงินวัดและฟอกเงิน โดยในส่วนของทรัพย์สินนั้น สีกาเอ๋อ้างว่า สินทรัพย์ที่ตนมีอยู่นั้นมาจากการทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงคำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและมากเพียงพอจนสามารถขอศาลพิจารณาออกหมายจับและดำเนินการตรวจค้นได้

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ (11 ก.ย.69) พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งฝากขังที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี ตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน


สำนักงานพระพุทธศาสนาเร่งจัดระเบียบ สกัดช่องโหว่ใบอนุโมทนาบัตร


ทีมงานเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามเพิ่มเติมไปยัง นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยหลังการแถลงข่าวว่า ในส่วนของสำนักพุทธฯ เพิ่งทำการประสานงานและพูดคุยกับผู้ใหญ่เบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ทราบข้อมูลเชิงลึก ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและไม่ทราบเรื่องคดีทางอาญา รวมถึงรายละเอียดการซุกซ่อนสิ่งของต่างๆ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง โดยทางสำนักพุทธฯ เข้ามาดูแลเฉพาะในส่วนของการจับสึกเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ เนื่องจากภาพขณะตำรวจพาผู้ต้องหาใส่ชุดผ้าเหลืองไปตรวจค้นนั้นดูไม่เหมาะสม จึงต้องดำเนินการจับสึกให้เรียบร้อยก่อน หลังจากนั้นจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการทางกฎหมายต่อไป



สำหรับประเด็นใบอนุโมทนาบัตรที่ถูกนำมาใช้เป็นช่องโหว่ในการแอบอ้างลดหย่อนภาษีนั้น ทางสำนักพุทธฯ ระบุว่า ในภาพรวม ไม่ทราบว่าแต่ละใบเขียนยอดเป็นก้อนใหญ่อย่างไร หรือมีการปลอมแปลงอย่างไรบ้าง เนื่องจากเป็นเรื่องที่สามารถเขียนขึ้นมาเองได้ง่าย แต่ในมุมมองของการบริหารความเสี่ยง


ทางสำนักพุทธฯ เห็นว่ากรมสรรพากรควรพิจารณายกเลิกการใช้ใบอนุโมทนาบัตรแบบเดิมและผลักดันให้ทุกวัดใช้ระบบนวัตกรรมคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมข้อมูลยิงตรงไปยังกรมสรรพากรแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อตรวจสอบยอดบริจาคจริง ป้องกันการทุจริต ส่วนตู้บริจาคหยอดเหรียญทั่วไปยังคงต้องมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ แม้จะเป็นอีกหนึ่งช่องว่างที่ควบคุมได้ยากก็ตาม พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการกับวัด ได้มีการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามารับหน้าที่เรียบร้อยแล้ว