เปิดข้อมูล “รถสามล้อไฟฟ้า” รุ่นฮิต ซื้อง่ายใช้โปรผ่อน 0% ไม่ต้องจดทะเบียน เสี่ยงดันสถิติ “รถเร่งมรดก” ผู้สูงอายุสูญเสียพุ่งสูง

จากกรณี “รถเร่งมรดก” หรือ “รถสามล้อไฟฟ้าขนาดเล็ก” ที่ผู้สูงอายุจำนวนมากนิยมใช้ แต่เกิดปัญหาเมื่อขับขี่ออกถนนใหญ่ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้  

ที่โด่งดัง เช่น “คุณยายสายแว้น” ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค กรุงเทพฯ ที่ใช้งานรถสามล้อไฟฟ้าขับออกถนนใหญ่ ย้อนศรชนกรวยตำรวจ มีผู้พบเห็นพฤติกรรมการขับขี่หลายครั้งและกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุต่อทั้งคุณยายและผู้อื่น โดยล่าสุด วันที่ 5 ก.ย. 69 มีชาวบ้านในพื้นที่โพสต์คลิป คุณยายใส่ชุดคลุมกันฝนขับขี่ในขณะที่ฝนตกหนัก และกล่าวว่าล้อรถเบี้ยวไป 1 ข้าง

สำรวจตลาด “รถสามล้อไฟฟ้าขนาดเล็ก” 

จากกรณีดังกล่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับร้านค้าสามล้อไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ โดยร้านค้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถสามล้อไฟฟ้าที่ผู้สูงอายุฮิตซื้อไปใช้งาน ดังนี้

1.รุ่นไม่มีหลังคา ขนาดเล็ก

ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ใช้พื้นที่จอดน้อย ชาร์จไฟที่บ้านได้ แบตเตอรี่ให้มาพร้อมตัวเครื่อง มีทั้งแบบประกอบมาให้ และซื้อไปประกอบเอง มีตั้งแต่ 1-3 ที่นั่ง 

  • มอเตอร์ไฟฟ้า มีตั้งแต่ 350-1,000 วัตต์
  • ความเร็วสูงสุด 25-42 กม./ชม. 
  • แบตเตอรี่ชาร์จประมาณ 7-8 ชม. วิ่งได้ต่อเนื่อง 50 กม.
  • ราคาตั้งแต่ 21,500-23,500 บาท

2.รุ่นมีหลังคา ขนาดกลาง-ใหญ่

ตัวเครื่องมีขนาดกลางไปถึงใหญ่ ควรมีพื้นที่สำหรับจอดรถโดยเฉพาะ ชาร์จไฟที่บ้านได้ แบตเตอรี่ให้มาพร้อมตัวเครื่อง ส่วนใหญ่เป็นแบบประกอบสำเร็จมาให้ มีตั้งแต่ 2-5 ที่นั่ง

  • มอเตอร์ไฟฟ้า มีตั้งแต่ 800-1,500 วัตต์
  • ความเร็วสูงสุด 25-35 กม./ชม. 
  • แบตเตอรี่ชาร์จประมาณ 6-8 ชม. วิ่งได้ต่อเนื่องประมาณ 45 กม.
  • ราคาตั้งแต่ 26,900-36,900 บาท

ทั้งนี้รุ่นยอดฮิตทั้ง 2 รุ่น ส่วนใหญ่จะสามารถผ่อนชำระได้ ในระยะเวลา 10 เดือน สำหรับร้านที่มีแคมเปญใหญ่อาจผ่อนได้ สูงสุด 24-48 เดือน ทำให้ซื้อง่าย-ขายคล่อง มีคนนิยมซื้อเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง

ไม่สามารถจดทะเบียนได้   

อย่างไรก็ดี รถสามล้อไฟฟ้าขนาดเล็ก ไม่สามารถจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 ได้ เนื่องจากมีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและไม่สามารถทำความเร็วได้ตามกฎหมายกำหนด รวมถึงไม่เป็นไปตามระบบความปลอดภัยอื่นๆ ดังนี้ 

  • มอเตอร์ไฟฟ้า  350-1,500 วัตต์ : กฎหมายกำหนดขั้นต่ำ 4,000 วัตต์ 
  • ทำความเร็วสูงสุด 25 - 42 กม./ชม.  :  กฎหมายกำหนดไม่ต่ำกว่า 45-70 กม./ชม.
  • ต้องมี มาตรฐาน มอก. มีแบตเตอรี่ ระบบเบรก มาตรวัดความเร็ว ไฟส่องสว่าง/ไฟเลี้ยวที่ได้มาตรฐานสากล และโครงสร้างนิรภัยที่ผ่านการทดสอบการชนหรือรับแรงกระแทก 

เมื่อจดทะเบียนไม่ได้ ก็ไม่สามารถนำรถออกไปขับขี่บนถนนสาธารณะหรือถนนใหญ่ได้ หากนำไปใช้จะถือว่ามีความผิด พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 6 ห้ามมิให้นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และมาตรา 43 เนื่องจากรถความเร็วต่ำ เมื่อนำไปวิ่งรวมกับรถยนต์ทั่วไป อาจถือเป็นการกีดขวางการจราจรและเสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท และหากนำไปขี่บนทางเท้า จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ ปรับสูงสุด 5,000 บาท  

นอกจากนี้ยังไม่สามารถ ซื้อ พ.ร.บ.เพื่อคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ หากเกิดอุบัติเหตุหรือความสูญเสียขึ้นจริง ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด

ข้อเสี่ยงที่ควรระวัง เมื่อผู้สูงอายุใช้งานสามล้อไฟฟ้า

1.ความเร็วควบคุมยาก ในบางครั้งอาจกีดขวางการจราจร เนื่องจากอัตราเร่งไม่มากพอ

2.มองไม่เห็นกลางคืน ฝนตก ทางแยก เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่สายตาเริ่มไม่ดี ทำให้เกิดอุปสรรคในการมองเส้นทาง

3.โครงสร้างตัวรถไม่แข็งแรง หากเกิดอุบัติเหตุ อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

ทางร้านค้าได้ให้คำแนะนำว่า ในกรณีที่ผู้สูงอายุควรมีการตรวจสอบสายตา การมองเห็น และการฟังอย่างสม่ำเสมอ และควรมีทักษะการควบคุมรถ เพื่อไม่ให้ไปเฉี่ยวชน

ทั้งนี้ให้ใช้เส้นทางปลอดภัย และคุ้นเคย เป็นเส้นทางในบริเวณหมู่บ้าน ห้ามขับขี่บนถนนหลวงหรือถนนใหญ่ พร้อมทั้งขับขี่ตามกฎจราจร ไม่ย้อนศร หรือขับตัดหน้า หลีกเลี่ยงการขับขี่ช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันรถคันอื่นๆ ที่อาจมองไม่เห็น และการเกิดอุบัติเหตุโดยไม่มีคนเห็นเหตุการณ์

พร้อมแนะนำให้ผู้สูงอายุ ใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพื่อความปลอดภัย อาทิ หมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ติดล้อกันหงาย ติดที่วางแขนและเบาะพยุงข้าง ไฟ LED พร้อมเสียงสัญญาณเตือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียร้ายแรงเกิดขึ้น รวมถึงไม่ให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นร่วมด้วย

สถิติผู้สูงอายุเสียชีวิตบนท้องถนน เพิ่มสูง 2 เท่า

ทั้งนี้ข้อมูลจาก สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) พบว่า สัดส่วนผู้สูงอายุที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพิ่มขึ้น 2 เท่าในปี 2561-2567 โดยเป็นผู้ขับขี่ 81% เป็นผู้โดยสาร 13.6% เสียชีวิตขณะเดินทางเท้า 4.9% โดยสาเหตุหลักๆ ของการเสียชีวิต เกิดจากรถจักรยานยนต์ ถึง 82%