มรสุมจ่อซ้ำ “ภาคเหนือ” คาด17-20 ก.ย. นี้ เฝ้าระวังท่วมซ้ำลำน้ำแม่สาย จ.เชียงราย และพื้นที่ จ.น่าน อาจมีดินโคลนถล่มบางจุด

จากกรณี วันนี้ 7 ก.ย. 69 ช่วงเช้า มีมวลน้ำไหลทะลักผ่านแนวกำแพงเข้าพื้นที่บริเวณอาคารแม่สายคอมเพล็กซ์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เทศบาลตำบลแม่สายได้นำถุง บิ๊กแบ็ก (Big Bag) เข้าปิดช่องน้ำและเสริมแนวป้องกัน เพื่อชะลอมวลน้ำ และเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านชุมชนสายลมจอย, เกาะทราย, ไม้ลุงขน และเหมืองแดง ยกสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมจับตาน้ำทางพื้นที่ภาคเหนือ ที่อาจมีดินโคลนถล่มบางพื้นที่ โดยช่วงเย็นวันนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่แม่สาย เริ่มลดลงต่อเนื่อง


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ คุยประเด็นดังกล่าวกับ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือเกิดจากอิทธิพลร่องความกดอากาศต่ำที่พัดผ่านภาคเหนือ สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งมีฝนตกบริเวณบ้านโจตาดา ประเทศเมียนมา กว่า 100 มม. ส่งผลให้น้ำหลากลงมาที่สะพานไทย-เมียนมา ช่วงเวลา 8.00-9.00 น. กว่า 60-80 มม. ทำให้พนังกั้นน้ำทางฝั่งเมียนมาพังลง จนน้ำท่วมเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ บริเวณ จ.ท่าเหล็ก ประเทศเมียนมา

ฝั่งด้านไทย มีการรองรับน้ำ โดยใช้กระสอบทรายเสริมชั่วคราว มีการตรวจตรากระสอบทรายให้มีความแข็งแรงเพื่อไม่ให้พังทลายและน้ำทะลักเข้าไปทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากแนวบิ๊กแบ็กฝั่งไทยมีความสูงราว 3 เมตร การจอดรถไว้หลังแนวคันกั้นน้ำยังคงมีความเสี่ยง จึงเน้นย้ำให้ย้ายทรัพย์สินมีค่าไปไว้บนพื้นที่สูง

สำหรับแนวทางป้องกันน้ำ นายฐนโรจน์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากไม่มีประตู หรือช่องทางระบายน้ำ เพื่อเบี่ยงน้ำไปในทิศทางอื่น จึงต้องใช้มาตรการแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อม อพยพชาวบ้านในพื้นที่ โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง นอกจาก จ.เชียงราย และ จ.น่าน ยังมี จ.พะเยา ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

“ตอนนี้ยังต้องเฝ้าระวังอย่างเดียว เพราะว่า พื้นที่จากเมียนมาตอนบนหลากลงมา เราไม่มีระบบบริหารจัดการน้ำ เราต้องอาศัยติดตามสถานการณ์น้ำ การแจ้งเตือนเป็นสำคัญ”


สถานการณ์น้ำเหนือ แม่สาย โอกาสท่วมอีกระลอก?


นายฐนโรจน์ ชี้ว่า ช่วงวันที่ 9–15 ก.ย. 69 ฝนจะเริ่มขยับลงมาทางภาคกลางและเริ่มเบาบางลง ก่อนจะสวิงกลับไปตกหนักทางภาคเหนืออีกครั้ง ช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 69 พื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณ จ.น่าน และลำน้ำแม่สาย เนื่องจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นประจำ โดยอาจมีดินโคลนถล่มร่วมด้วย


มีการส่งต่อข้อมูลผ่านระบบของศูนย์เตือนภัยพิบัติ ไปยังระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อซักซ้อม และเตรียมพร้อมรับมือในจุดอ่อนไหว หากมีฝนตกในปริมาณที่มากกว่า 100 มม. โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไว้ว่า จะมีฝนตกมากกว่า 200 มม. ซึ่งพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำสายอาจได้รับผลกระทบ จึงต้องมีการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมอพยพ

กรมโยธาธิการและผังเมือง มีแผนสำหรับอนาคต คือการกันเขต ย้ายชุมชนริมแม่น้ำให้ห่างจากบริเวณที่น้ำท่วม และปรับภูมิทัศน์และการจัดรูปแปลงที่ดินบริเวณพื้นที่ริมน้ำ ให้สามารถใช้งานได้หลังช่วงน้ำหลาก ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อดำเนินการเตรียมก่อสร้างต่อไป