เจาะลึกสาเหตุ “ไทย” เป็นสวรรค์โจรข้ามชาติ ชี้ติดพรมแดนสีเทา ระบบขนส่ง-การเงินเอื้อ พบตัวเลขเสียหายพุ่งวันละ 51 ล้านบาท เร่งทลายวงจรบัญชีม้า-แนะ 5 หลักการป้องกันภัยออนไลน์
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 ศาลอาญาได้จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการในหัวข้อ “กระบวนการยุติธรรมกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” เวลา 9.30-12.00 น. ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรม เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างศาลยุติธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันก่อนตกเป็นเหยื่อ แนะนำวิธีหยุดยั้งความเสียหายในนาทีวิกฤต พร้อมเจาะลึกขั้นตอนการแจ้งความออนไลน์ การดำเนินคดี และการประสานงานเพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืน
ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรชั้นนำ 6 ท่านได้แก่ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ , ดร.ปิติ ตัณฑเกษม กรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในศาลอาญา
ทำไมต้องประเทศไทย ?
จากข้อมูลของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODOC) ได้ออกรายงานล่าสุด (2026) ชี้ว่า ความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ทั่วทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ในปี 2025 คาดว่าจะสูงถึงราว 88.3-114.1 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเครือข่ายหลอกลวงครอบคลุมอย่างน้อย 80 ทั่วประเทศและมีช่องทางการสื่อสารเชื่อมโยงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปัจจุบันมีความพยายามขยายฐานไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือมากขึ้น
ดร.ปิติ ตัณฑเกษม กรรมการสมาคมธนาคารไทย ได้เปิดเผยว่า ประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศเดียวบนโลกใบนี้ ที่ทำให้อาชญากรข้ามชาติเบิกบานได้ดีที่สุด เนื่องจากประเทศไทยของเรารายล้อมไปด้วยประเทศที่อ่อนแอในด้านการเมืองการปกครอง เขาสามารถใช้เป็นฐานบัญชาการของอาชญากรข้ามชาติได้ ขณะที่ประเทศไทยเราตั้งอยู่ตรงกลาง ติดพรมแดนสีเทา และเป็นประเทศที่เปิดกว้างด้านการท่องเที่ยวและการเข้าออก เช่น นโยบายวีซ่า 30 วัน เดินทางสะดวก เข้าง่าย เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และระบบวีซ่าที่เปิดกว้าง
รวมถึงระบบการเงินของเรามีความเปิดกว้าง ระบบการเงินดิจิทัลที่เอื้อประโยชน์ กฎหมายของเราสามารถซื้อทองคำและขนข้ามไปข้ามมาได้โดยไม่มีภาษีนำเข้า ส่งออกทองคำได้เสรี ร้านทองสามารถรับเงินสดเข้ามาซื้อได้ ถูกกฎหมายทุกอย่าง หรือกรณีมีธนบัตรต่างประเทศ หากเป็นคนต่างชาติเดินเข้าไปที่บูธแลกเปลี่ยนเงิน จะสามารถแลกได้โดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งปัญหานี้ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยรับทราบและกำลังพยายามปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือมีเรื่องคริปโทเคอร์เรนซีที่เปิดเสรี จนเราสามารถโอนเงินได้โดยไม่จำกัด
ดังนั้น หากโจรจะเลือกประเทศหรือภูมิภาคใดในการสร้างฐานปฏิบัติการเพื่อหลอกลวงผู้คน ประเทศไทยคือสวรรค์ เพราะเงินสามารถฟอกง่าย กฎหมายไปไม่ถึงหรือมีข้อจำกัด ระบบการเงินดิจิทัลที่เอื้อประโยชน์ และในทางภูมิศาสตร์เปิดกว้าง การปฏิบัติการต่างๆ หรือกฎหมายบังคับใช้ไปไม่ถึง จึงเป็นจุดที่สมบูรณ์แบบมากสำหรับอาชญากร
วิวัฒนาการ “บัญชีม้า” จากซื้อขายสู่ธุรกิจเช่ารายวัน
ดร.ปิติ ตัณฑเกษม กรรมการสมาคมธนาคารไทย ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในอดีตธนาคารไม่สามารถปฏิเสธการเปิดบัญชี ไม่สามารถระงับบัญชี หรือควบคุมความถี่และวงเงินการโอนได้ เนื่องจากยังไม่มีกติกาทางกฎหมายรองรับ ทำให้ระบบการเงินไทยเปรียบเสมือนพื้นที่ปืนเสรี แต่ในปัจจุบัน ภาคธนาคารได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการเปิดบัญชีใหม่และการกำหนดวงเงินโอนผ่านแอปพลิเคชันให้เหมาะกับการใช้งานจริงของลูกค้าแต่ละคน (Customer Profiling)
ในประเด็นเรื่องบัญชีม้านั้น หากไม่มีบัญชีม้า ก็จะไม่มีอาชญากรเกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีช่องทางถ่ายโอนเงิน แต่หลังจากที่ภาคธนาคารเข้มงวดกับการเปิดบัญชีใหม่ กลุ่มคนร้ายจึงเปลี่ยนมาซื้อขายบัญชีม้าเก่าแทน และเมื่อการซื้อขายบัญชีมีความผิดทางกฎหมาย กลุ่มมิจฉาชีพก็พัฒนารูปแบบมาเป็นการ “เช่าบัญชี” ในราคาสูงถึงวันละนับหมื่นบาท รวมถึงเริ่มกว้านซื้อเฉพาะบัญชีที่สามารถโอนเงินจำนวนมากได้ เพื่อหลีกเลี่ยงระบบ Customer Profiling
ทั้งนี้ จากจำนวนบัญชีธนาคารทั้งหมด 154 ล้านบัญชีทั่วประเทศ บัญชีม้าสะสมคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.2% เท่านั้น แต่หากสัดส่วน 0.2% นี้ใช้ช่องทางสื่อในการกดดันให้รัฐเลิกใช้มาตรการเข้มงวด ในที่สุดเราก็อาจจะเสียท่าให้แก่อาชญากรข้ามชาติที่เชี่ยวชาญการใช้ช่องทางสังคมกดดันเพื่อสร้างความยากลำบากให้กระบวนการยุติธรรม
นอกจากนี้ อัตราโทษความผิดของประเทศไทยในข้อหาเปิดบัญชีม้าและผู้สมรู้ร่วมคิดในขบวนการอาชญากรรม ปัจจุบันมีเพียงการสั่งอายัดบัญชีชั่วคราว หรือโทษจำคุกเจ้าของบัญชีม้าสูงสุดไม่เกิน 3 ปี (ปรับไม่เกิน 300,000 บาท) ส่วนผู้จัดหาหรือโฆษณาขายบัญชีม้า มีโทษจำคุก 2 - 5 ปี (ปรับ 200,000 - 500,000 บาท) และผู้สมรู้ร่วมคิดในขบวนการ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปี (ปรับ 20,000 - 200,000 บาท) ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสากลแล้ว อัตราโทษของไทยยังถือว่าเบาเกินไป
เปิดสถิติภัยออนไลน์ เสียหายวันละ 51 ล้าน
ทางด้าน พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มองว่า เรื่องภัยออนไลน์เป็นปัญหาอันดับต้นๆ และเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์ที่มีชื่อว่า Anti Cyber Scam Center (ACSC) หรือ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ขึ้นมาบริหารจัดการ โดยหลังจากการตั้งศูนย์นี้ขึ้น สถิติสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 68 ถึง สิงหาคมปี 69 มีคดีที่ได้รับการแจ้งความรวมทั้งสิ้น 318,886 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 17,342 ล้านบาท มีคดีรับแจ้งเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 952 คดีต่อวัน และมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 51.8 ล้านบาทต่อวัน
สำหรับประเภทคดีที่เกิดขึ้น ประจำเดือนสิงหาคม 2569 มีรายละเอียดดังนี้
1. หลอกลวงสินค้าและบริการ 20,756 คดี (74.6%)
2. หลอกลวงโดยการแอบอ้างผู้อื่น 2,017 คดี (7.3%)
3. หลอกลวงเสนอผลประโยชน์ 1,713 คดี (6.2%)
4. หลอกลวงด้านการจ้างงาน 1,567 คดี (5.6%)
5. หลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน 734 คดี (2.6%)
6. การโจมตีทางเทคนิคเชิงรุก 146 คดี (0.5%)
5 หลักการป้องกันภัยออนไลน์
แนวทางง่ายๆ ที่ประชาชนควรจดจำ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ มีดังนี้
1. ไม่รีบ ตั้งสติให้ดีก่อน เมื่อถูกเร่งรัดหรือกดดัน ให้หยุดคิดก่อนตัดสินใจ
2. ไม่เชื่อ อย่าเพิ่งเชื่อคนที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่รู้จักกันมาก่อน เพราะอาจเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ
3. ไม่โอน สิ่งที่คนร้ายต้องการมากที่สุดคือเงิน ห้ามโอนเงินเด็ดขาด แม้จะถูกอ้างว่าให้นำไปเพื่อการตรวจสอบก็ตาม
4. ไม่กดลิงก์ ระวังลิงก์ปลอมและคำเตือนที่เด้งขึ้นมา เพราะอาจเป็นมัลแวร์ที่เข้ามาควบคุมโทรศัพท์ หรือขโมยข้อมูลสำคัญได้
5. ไม่บอกรหัส อย่าบอกรหัสส่วนตัว รหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่คนที่ไม่รู้จักอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ สื่อโซเชียล หรือช่องทางใดๆ
ช่องทางการรับแจ้งเหตุ
หากรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกลวง สามารถแจ้งเหตุได้ตามช่องทางดังนี้
- กระทรวง DE ศูนย์ AOC 1441 สายด่วนรับแจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- Thai Police Online ระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TPO)
- สถานีตำรวจ เดินทางไปแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ
- ธนาคาร (ตามมาตรา 7) รับแจ้งและระงับธุรกรรมชั่วคราวตามหน้าที่ที่ระบุใน พ.ร.ก.