ฟังจากปาก “ผู้บาดเจ็บ” วันป่วนใต้ 100 จุด เชื่อถูกยิงจาก ฮ. วิถีกระสุนจากที่สูง-เห็นประกายไฟจากกระบอกปืน พร้อมเปิดวงจรปิดร้านกาแฟเป็นหลักฐานที่อยู่ ไม่เกี่ยวข้องก่อความไม่สงบ
จากกรณีการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมกว่า 108 จุด ในช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทีมข่าวสืบสวน SEE TRUE ไทยรัฐทีวี ลงพื้นที่ร้านกาแฟรีแลกซ์คอฟฟี่ บ้านดุซงญอ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่กลุ่มวัยรุ่น 4 คนอ้างว่าถูกยิงจาก ฮ.
ทีมข่าว SEE TRUE ยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุมา ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อความไม่สงบ แถมยังถูกยิงจากมุมสูงอย่างไม่เป็นธรรม
คืนวันที่ 22 ส.ค.2569 ที่ขบวนการติดอาวุธ ก่อเหตุ 100 กว่าจุด ใน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยมี อบต. ถูกลอบวางเพลิง 1 แห่ง คือ อบต.ช้างเผือก ในเวลาประมาณ 19.50 น. และการก่อเหตุอื่นอีก 11 จุด อีกทั้งคืนนั้น มีเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นถูกยิง คือนายซอและ (สงวนนามสกุล) โดยถูกยิงห่างจาก อบต.ช้างเผือกประมาณ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งนายซอและ พร้อมเพื่อนรวม 4 คน ที่ขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกันในคืนนั้น ต่างยืนยันว่า มีการยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ และเรื่องนี้กลายเป็นที่ถูกเถียงว่ากลุ่มวัยรุ่นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์จริงหรือไม่ และบางคนก็ตั้งคำถามว่า กลุ่มวัยรุ่นออกไปทำไม บางคนถึงตั้งข้อสงสัยว่าหรือกลุ่มวัยรุ่นเป็นผู้ร่วมก่อเหตุความไม่สงบด้วย
“จุ๊ สันติวิธี” ทีมข่าว SEE TRUE สอบถาม นายซอและ ผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่าคืนนั้นกลับจากตั้งแคมป์ที่ชายหาดรอยต่อ อ.สายบุรี ปัตตานี และ อ.บาเจาะ นราธิวาส และแวะร้านกาแฟรีแล็กซ์คอฟฟี่ ที่บ้านดุซงญอ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และออกจากร้านเพื่อที่จะกลับบ้านที่หมู่บ้านไอ์ยือรุส ต.ช้างเผือก ในเวลา 3 ทุ่มกว่า พร้อมทั้งยืนยันว่า ถูกยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์จริง โดยเห็นไฟแลบของกระสุน เสียงปืนและทิศทางมาจากด้านบน
ทีมข่าว SEE TRUE ยังเดินทางไปพบกับเพื่อน 3 คนของนายซอและ ที่ประสบเหตุด้วยกันคือนายฮาซัน (สงวนนามสกุล) และพาไปดูสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง ต่างก็ยืนยันว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุความไม่สงบขึ้น พวกเขาอยู่ที่ร้านกาแฟรีแลกซ์คอฟฟี่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นเลย กระทั่ง 3 ทุ่มกว่า ออกจากร้านเพื่อกลับบ้าน ผ่านด่านตรวจตำรวจ ผ่าน อบต.ช้างเผือกที่ถูกเผา ซึ่งอยู่ห่างจากร้านกาแฟประมาณ 16 กิโลเมตร พอผ่านไปราว 2 กิโลเมตรกว่า มีเฮลิคอปเตอร์บินตามมา และยืนยันว่ามีการยิงลงมา
“ขุน วรวรรธ์” บรรณาธิการทีมข่าว SEE TRUE ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านรีแลกซ์คอฟฟี่ ที่กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน บอกว่าตอนเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ พวกเขานั่งอยู่ที่ร้านแห่งนี้ โดยในภาพวงจรปิดของร้านระบุเวลา 16.57 น. จะสังเกตเห็นนายฮาซัน (สงวนนามสกุล) เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งใส่เสื้อแดง กางเกงขาวสีเทา ขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดหน้าร้านเป็นคนแรก ที่เข้ามาร้านกาแฟแห่งนี้และนั่งอยู่ที่ร้านไม่ได้ไปไหน
จากนั้นเวลา 18.53 น. จะสังเกตเห็นกลุ่มนายซอและพร้อมเพื่อนรวม 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันมาจอดหน้าร้าน โดยนายซอและ ขี่ จยย.คนเดียว และสังเกตเห็นท้ายรถเหมือนมีอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง จอดสักพักแล้วก็ขี่ จยย.เลยไปร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ก่อนกลับมาที่ร้านอีกครั้งเวลา 19.08 น. พร้อมกับถือของบางอย่างเข้าไปนั่งในร้านกาแฟอีกห้องหนึ่ง
ต่อมาเวลา 21.17 น. กล้องวงจรปิดจับภาพนายฮาซัน ยังคงนั่งอยู่ภายในร้าน กระทั่งเวลา 21.19 น. นายซอและ เดินมาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ จากนั้นเพื่อนอีกคนเดินมาจ่ายเงิน จะสังเกตเห็นว่าทั้งซอและ และเพื่อนสวมเสื้อสีดำแขนยาวเขียนว่า “ทัวร์ริ่ง” เหมือนกัน จากนั้นเวลา 21.20 น. ทั้ง 4 คนก็เตรียมตัวเดินทางออกจากร้าน ซึ่งนี่คืออีก 1 หลักฐาน ที่ชาวบ้านและเจ้าของร้านกาแฟยืนยันว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ถูกยิงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ แต่ต้องมาถูกยิง
นอกจากคลิปวงจรปิดแล้ว นายอาลามิน เจ้าของร้านกาแฟ รีแล็กซ์คอฟฟี่ ยังพาเราดูจุดที่ทุกคนนั่งในร้าน ณ วันเกิดเหตุด้วย โดยเล่าว่า วันเกิดเหตุ (ค่ำวันที่ 22 ส.ค.) วัยรุ่นกลุ่มนี้ประกอบด้วย นายฮาซัน และเพื่อนรวม 4 คน ได้มานั่งกินกาแฟและพบปะกันที่ร้านตามปกติเหมือนทุกวัน และยืนยันได้ว่าช่วงเวลาเกิดเหตุ วัยรุ่นกลุ่มนี้อยู่แต่ในร้าน ไม่ได้ออกไปไหนไกล จะมีบ้างที่ออกไปร้านค้าใกล้ๆ แล้วก็กลับมานั่งกินชากาแฟพูดคุยกัน วันนั้นตนไม่ได้อยู่ร้าน แต่น้องชายอยู่และทำหน้าที่ขายกาแฟ
นายอาลามิน เล่าต่อว่า ตนดูกล้องวงจรปิดในร้าน ก็เห็นทุกคนตามภาพที่ปรากฏในกล้อง กระทั่งช่วงประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เกิดเหตุคนร้ายก่อความไม่สงบวางระเบิดเผาสถานที่ราชการ ตนจึงโทรศัพท์บอกน้องชายที่อยู่ในร้าน พร้อมกำชับว่าอย่าเพิ่งให้ทุกคนกลับบ้านเพราะมืดแล้วอันตรายเกรงว่าจะเกิดการเข้าใจผิด ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อมารู้ภายหลังว่านายซอและ ถูกยิง และมีการสันนิษฐานว่ายิงจาก ฮ. โดยขอยืนยันว่าวันนั้น วัยรุ่นกลุ่มนี้นั่งอยู่ที่ร้าน ไม่ได้ออกไปก่อเหตุร้ายที่ไหนแน่นอน และตนได้ส่งภาพหลักฐานบางส่วนให้ตำรวจแล้วเพื่อเป็นการยืนยัน
ด้านนายอิสมาแอ น้องชายของนายอาลามิน และเป็นคนขายกาแฟซึ่งอยู่กับกลุ่มวัยรุ่นในวันเกิดเหตุ โดยในกล้องวงจรปิดจะเห็นนายอิสมาแอ ใส่เสื้อเหลืองลายขวางสีดำ นายอิสมาแอ กล่าวว่า รู้จักวัยรุ่นกลุ่มนี้ในฐานะลูกค้าและเป็นคนบ้านเดียวกัน วันนั้นทุกคนมากินกาแฟและนัดเจอกันปกติ และก็ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องอื่นที่ดูมีพิรุธ โดยพูดคุยเรื่องรถ ดนตรี เรื่องที่วัยรุ่นทั่วไปพูดคุยกัน ซึ่งวัยรุ่นกลุ่มนี้นั่งอยู่ในร้านตั้งแต่เย็น จนหลังจากเกิดเหตุคนร้ายลงมือเผาและวางระเบิดประมาณ 3 ทุ่มกว่า จึงออกจากร้านเพื่อเดินทางกลับบ้านตามหลักฐานการจ่ายเงินค่ากาแฟ และในกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้
สำหรับร้านกาแฟแห่งนี้นับเป็นจุดศูนย์กลางที่วัยรุ่นในย่านตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ ที่จะมานัดพบเจอกัน ส่วนใหญ่ทุกคนจะรู้จักกันเพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.จะแนะ ซึ่งหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือร้านค้าและการจำหน่ายเครื่องดื่มให้ปิดร้านในเวลา 23.00 น.ในช่วงนี้ เพื่อรอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ