เปิดเบื้องลึกขบวนการน้ำมันเถื่อน-ยาเสพติดข้ามชาติ เส้นทางถ่ายลำเลียงกลางทะเลอ่าวไทย ขบวนการมดชายแดน เผยมาตรการเด็ดขาดตัดท่อน้ำเลี้ยงชายแดนใต้
จากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ 22 – 23 ส.ค. 69 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุ ทำลายสถานที่ราชการ และพื้นที่ของเอกชน สร้างความเสียหายจำนวนมาก และจากการออกมาสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า เหตุผลหนึ่งในการก่อเหตุเนื่องจาก มีการปราบปรามการนำเข้าสินค้าเถื่อน ที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และอาจโยงกับขบวนการยาเสพติด
ทีมงานเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังแหล่งข่าวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน เปิดเผยข้อมูลว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการนำเข้าของเถื่อนและยาเสพติด โดยสินค้าหลักที่ทำการลักลอบเข้ามาคือ น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันปาล์ม
โดยสาเหตุที่มีการลักลอบนำเข้า "น้ำมันปาล์ม" เนื่องจากฝั่งประเทศมาเลเซียมีกำลังการผลิตในการปลูกต้นปาล์มได้มากกว่าไทย ทำให้ราคาขายฝั่งทางมาเลเซียถูกกว่าฝั่งไทย จึงมีการนำเข้ามาขายและส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศไทยถูกลง
นอกจากนี้ ยังมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ยาสีฟัน สบู่ ผ้าอ้อมเด็กหรือแพมเพิสจากประเทศมาเลเซียโดยไม่เสียภาษี
เส้นทางการค้าของเถื่อนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก
1. เส้นทางทางทะเลอ่าวไทย
การขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ จะไม่ผ่านช่องทางปกติ แต่ใช้วิธีนำเรือขนถ่ายน้ำมันขนาดใหญ่วิ่งเข้ากลางทะเล ก่อนจะใช้เรือเล็ก หรือเรือประมงที่ดัดแปลงพิเศษถ่ายน้ำมันเข้ามา สินค้าเหล่านี้บางส่วนจะถูกลำเลียงขึ้นฝั่งจนถึงทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากอ่าวไทยฝั่งหาดใหญ่ หรือนครศรีธรรมราช ไม่มีท่าเรือที่เอื้อต่อการขนถ่าย
2. เส้นทางชายแดนนราธิวาส
เนื่องจากพื้นที่นราธิวาส มีแม่น้ำสายเล็กๆ กั้นพรมแดน จึงใช้เรือเล็กข้ามแม่น้ำไม่ถึง 5 นาที ลักษณะเป็นการขนส่งแบบ “ขบวนการมด” ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่น้ำมันเถื่อนและสินค้าอื่นๆ ลักลอบวิ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้ดำเนินการมานาน โดยกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่นที่อาศัยการดูแลคนรอบข้างและจ่ายผลประโยชน์ให้คนในพื้นที่ แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งด้านผลประโยชน์หรือมีการเปลี่ยนชุดผู้ดูแลใหม่ในพื้นที่ ขบวนการนี้จึงถูกเปิดเผยและจับกุมขึ้นมา
ทางผ่านยาเสพติดข้ามแดน
ในส่วนของยาเสพติด มีเส้นทางการลำเลียงโดยรับมาจากประเทศลาว เข้าทางภาคเหนือและภาคอีสาน มารวมไว้ที่จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะถ่ายของลงมาทางภาคใต้ เพื่อส่งออกไปทางประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะยาบ้าซึ่งไทยจะเน้นส่งออก เนื่องจากไม่ได้ทำการผลิตเอง
มาตรการเด็ดขาด ตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้ก่อเหตุความไม่สงบ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 69 ได้มีการบังคับใช้กฎหมายต่อเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีการจับกุมผู้ต้องหา 3 รายพร้อมยึดของกลางทั้งบุหรี่ผิดกฎหมาย 2,452,680 มวน , อาวุธปืน 3 กระบอกและเงินสด 8,759,000 บาท ซึ่งคาดว่ามีการเชื่อมโยงว่าเป็นการสนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ
นอกจากนี้ ผลการเปิดยุทธการ "90 วัน พิฆาตยาเสพติด" ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ได้ทำการปิดล้อมและตรวจค้นจนสามารถดำเนินคดีได้รวมถึง 972 คดี จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด993 ราย ยึดของกลางยาบ้ามากกว่า 981,638 เม็ด , ยาไอซ์ 235 กรัมและเฮโรอีนอีก 422 กรัม ถือว่าเป็นการเดินหน้าตัดวงจรการเงินมืดที่คอยค้ำจุนขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่อย่างเด็ดขาด