เช็กกำลัง แกนนำรุ่นใหม่ “บีอาร์เอ็น” โหมไฟใต้ 51 จุด เบื้องลึกยุทธวิธี รัฐไทยตามไม่ทัน แหล่งข่าวความมั่นคง วิเคราะห์สัญญาณเตือนเปิดตัว แกนนำรุ่นใหม่ ผ่านปฏิบัติการแรก ถอดรหัสยุทธวิธีเลือกเจาะเป้าหมาย ชี้ทบทวนนโยบายลดกำลังพลไม่ให้เกิดช่องโหว่อนาคต

         เมื่อคืน 22 ส.ค.69 พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ จนเจ้าหน้าที่ได้ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด โดยในเหตุการณ์มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีเหตุการณ์ผู้เสียชีวิต 

       


  ก่อนหน้านี้ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ลงพื้นที่ไปยังสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้พูดคุยกับอดีตแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ก่อเหตุในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการยืนยันชัดเจนว่า ด้วยตัวแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นชุดใหม่ จะเริ่มมีการก่อเหตุความไม่สงบที่รุนแรง และเป้าประสงค์เพื่อต้องการแบ่งแยกดินแดนที่ต่างจากเดิม ซึ่งเหตุการณ์ที่มีการก่อเหตุล่าสุด 51 จุด แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ วิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการก่อกวนทั่วไป แต่เป็น "ยุทธการเปิดตัวแกนนำชุดใหม่"ที่เข้ามาคุมโครงสร้างการต่อสู้ในปัจจุบัน

 

บีอาร์เอ็น รุ่นใหม่ สัญญาณเตือน การเปิดตัว แกนนำรุ่นใหม่ ผ่านปฏิบัติการแรก

       

แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ มองว่า ครั้งนี้ถือเป็นคำสั่งแรกของคณะแกนนำบีอาร์เอ็นชุดใหม่ เหตุการณ์ป่วนเมืองพร้อมกัน ถือเป็นคำสั่งปฏิบัติการแรก เพื่อประกาศตัวตนอย่างเป็นทางการของแกนนำชุดใหม่


              ภาพสะท้อนประวัติศาสตร์ปี 2547ลักษณะการก่อเหตุถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เปิดตัวครั้งใหญ่ในอดีต เช่น การเผาโรงเรียนพร้อมกัน 37 แห่ง ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์เพื่อประกาศการเข้ามารับช่วงต่ออย่างเต็มตัว


              บีอาร์เอ็น การเปลี่ยนผ่านสู่ คนรุ่นใหม่ แกนนำและผู้ปฏิบัติการในปัจจุบันไม่ใช่กลุ่มคนรุ่นเก่าที่มีอายุมากหรือเจ็บป่วยตามวัยอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ช่วงอายุประมาณ 18–24 ปี ซึ่งมีความกล้า มีความคึกคะนอง และพร้อมลงมือทำตามเป้าหมาย


 


ถอดรหัสยุทธวิธี บีอาร์เอ็น ทำไมต้องมากกว่า 51 จุด และเลือกเจาะเป้าหมายอย่างไร

 

             แหล่งข่าวประเมินว่า เป็นการโชว์ศักยภาพว่า ทำได้ทุกอย่าง การลงมือพร้อมกันในหลายจุด เช่น เผาเสาไฟฟ้า, ระเบิดทางรถไฟ, บุกร้านสะดวกซื้อ , เผา อบต., และเผายางบนถนน มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐได้ทุกรูปแบบ


              บีอาร์เอ็น การเปลี่ยนผ่านเป้าหมาย  ข้อสังเกตสำคัญในปฏิบัติการรอบนี้คือ ไม่มีการโจมตี พระ วัด และโรงเรียน ซึ่งแตกต่างจากในอดีต และเป็นประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงต้องนำไปวิเคราะห์ต่อถึงทิศทางยุทธศาสตร์ใหม่ของกลุ่ม


              การก่อเหตุความไม่สงบยุทธวิธีเน้น ประชาสัมพันธ์ มากกว่าเอาชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งสะท้อนว่าเป้าหมายหลักไม่ใช่การสังหารบุคคล แต่เป็นการ ก่อกวนและประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งสัญญาณว่าพวกเขายังคงขับเคลื่อนการต่อสู้และไม่ต้องการให้สถานการณ์ยุติหรือยอมรับกระบวนการของรัฐ


 


ช่องโหว่ฝ่ายความมั่นคงและความท้าทายของรัฐบาล

 

ประเด็นวิเคราะห์

ข้อเท็จจริงและทัศนคติจากพื้นที่

งานข่าวกรอง

ฝ่ายรัฐยังคง "ตามไม่ทัน" การเปลี่ยนผ่านของกลุ่มก่อความไม่สงบ แม้โครงสร้างองค์กรหลักจะเหมือนเดิม แต่ตัวบุคคลผู้ปฏิบัติงานได้เปลี่ยนเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมดแล้ว

นโยบายการลดกำลัง

การปรับลดกำลังทหาร แล้วส่งมอบพื้นที่ให้กองกำลังอาสาสมัคร (อส.) หรือการเตรียมยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน/พ.ร.บ.ความมั่นคง ถูกตั้งคำถามว่าเหมาะสมกับสถานการณ์จริงหรือไม่

ช่องว่างการรักษาความปลอดภัย

ปฏิบัติการกะทันหันสะท้อนว่า หากฝ่ายรัฐถอนกำลังหรือลดการคุ้มกัน ณ จุดใด กลุ่มผู้ก่อเหตุพร้อมจะเข้าสวมรอยและก่อเหตุในจุดนั้นทันที

 

 

การส่งสัญญาณผ่านเหตุการณ์กว่า 51 จุดครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยหรือแนวคิดการยึดคืนความสงบของภาครัฐยังคงสวนทางกับความเป็นจริงในพื้นที่ ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบภายใต้การนำของ "แกนนำรุ่นใหม่"ยังคงต้องการเดินหน้าสร้างความขัดแย้งต่อไป สิ่งที่รัฐต้องเร่งทำคือการปรับปรุงงานข่าวกรองให้เท่าทันเด็กและวัยรุ่นรุ่นใหม่ พร้อมทบทวนนโยบายการลดกำลังพลเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางยุทธการในอนาคต