กรมการแพทย์ แจงข่าวปลอม ชายแอบอ้างเป็น “ผอ.สถาบันทันตกรรม” แนะนำผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นปาก ชี้ ผอ.คนปัจจุบันเป็นผู้หญิง ด้านข้อบังคับทันตแพทยสภา ชี้ชัด ห้ามทันตแพทย์โฆษณาสินค้า
จากกรณีมีชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายทันตแพทย์ แอบอ้างตนเป็นผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และโฆษณาแนะนำผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นปาก แก้ฟันเหลือง คราบชา กาแฟ
ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค. 2569) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวว่าเป็น “ข่าวปลอม” โดย ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม คนปัจจุบันคือ ทพญ.ดร.สุมนา โพธิ์ศรีทอง ซึ่งเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชายตามที่ได้มีการแอบอ้างในคลิป
นอกจากนี้ กรณี “ฟันเหลือง” ที่เกิดจากคราบอาหาร ชา กาแฟ บุหรี่ มักเกิดจากการแปรงฟันไม่ทั่วถึง นอกจากนั้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เคลือบฟันบางลงทำให้ฟันดูเหลืองขึ้น เพราะชั้นเนื้อฟันด้านในมีสีเหลือง และยาบางชนิดหรือภาวะบางอย่างอาจทำให้สีฟันเปลี่ยน
ในส่วนกลิ่นปาก เกิดจากคราบแบคทีเรียในช่องปากที่สะสมบริเวณซอกฟัน ขอบเหงือก และบนลิ้น เนื่องจากแบคทีเรียสร้างสารประกอบกำมะถันที่มีกลิ่น นอกจากนั้น การเกิดเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ฟันผุ ปากแห้ง ดื่มน้ำน้อย หรือหายใจทางปาก บางครั้งอาจเกี่ยวกับกรดไหลย้อน ไซนัส หรือปัญหาในช่องปากอื่น ๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อการเกิดกลิ่น
ทั้งนี้หากมีทั้งฟันเหลืองและกลิ่นปากเรื้อรัง มักเกิดจากแปรงฟันไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดคราบจุลินทรีย์สะสม เกิดเป็นคราบและหินปูน แนะนำให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน เหงือก และขูดหินปูน เพราะหากมีหินปูนหรือเหงือกอักเสบ การใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาสีฟันอย่างเดียวมักไม่แก้ที่ต้นเหตุ
“หมอ” ห้ามโฆษณาสินค้าสุขภาพ
ทั้งนี้ อาชีพแพทย์ ไม่สามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อสุขภาพได้ ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 กำหนดชัดว่า แพทย์ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งทางวิชาชีพ เช่น “นายแพทย์” หรือ “แพทย์หญิง” เพื่อโฆษณาสินค้าในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือทำให้ประชาชนรับรู้ว่าตนเป็นแพทย์เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า นอกจากนี้ หากมีส่วนได้ส่วนเสียกับผลิตภัณฑ์ใด ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างโปร่งใส เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ
ขณะที่ ข้อบังคับแพทยสภาฯ พ.ศ. 2565 ข้อ 20 ย้ำเพิ่มเติมว่า แพทย์ห้ามโฆษณา จ้าง หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพของตน โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือวิธีการใดที่จูงใจให้เกิดประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง
ก่อนหน้านี้ ทันตแพทยสภา เคยโพสต์ย้ำข้อบังคับห้ามทันตแพทย์โฆษณาผลิตภัณฑ์ ระบุว่า ทันตแพทยสภามีข้อบังคับให้ทันตแพทย์ไม่สามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์ได้ทุกประการ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม รวมไปถึงไม่สามารถถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอ ร่วมกับสินค้าได้ หรือแม้แต่กระทั่งการถ่ายคลิปกิจวัตรประจำวัน ที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก แบบนี้ก็ไม่สามารถทำได้
ในทางกฎหมาย ทันตแพทยสภากำหนด มีข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. 2538 ข้อ 29 และ ข้อ 30 ซึ่งให้ขอบเขตการโฆษณาไว้โดยสังเขปว่า “ทันตแพทย์ต้องไม่โฆษณา หรือยินยอมให้นำชื่อของตน ไปโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรมต่อประชาชน หรือไม่ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม ที่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เชื่อถือรองรับได้” นั่นคือ ไม่อนุญาตให้โฆษณาต่อประชาชนเลย ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การให้ความรู้ การดูแลช่องปาก บอกคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก แก่ประชาชนก็ยังสามารถทำได้เหมือนเดิม ขอให้ระมัดระวังความผิดพลาด พลั้งเผลอในการแนะนำ
ทั้งนี้ เคยมีกรณีที่ศาลเห็นว่าทันตแพทย์ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ปล่อยปละละเลย ให้มีภาพถ่ายของตนอยู่ร่วมกับสินค้าทางทันตกรรม จึงถือว่ามีความผิดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ
นอกจากนี้ ทันตแพทย์ผู้ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง หรือมีธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากยี่ห้อต่างๆ ก็ไม่สามารถใช้ความเป็นทันตแพทย์ ในการโปรโมท หรือโฆษณาสินค้า เพราะจะเป็นการชักจูงส่งเสริมให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ หรือส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้ตามโดยห้ามกล่าวถึง ใช้รูปผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า การแปลงคำพูด และสัญลักษณ์เฉพาะ โดยเด็ดขาด