ผอ.ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ เตือน "น้ำท่วมน่าน" มวลน้ำจาก อ.ปัว เคลื่อนถึง อ.เมือง 20-21 ส.ค.นี้ ต่อ อ.เวียงสา หากฝนตกหนักเสี่ยงท่วมซ้ำ แนะชาวบ้านเฝ้าระวังใกล้ชิด
จากกรณีวันนี้ (19 ส.ค. 69) มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน มวลน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก
เพจเฟสบุ๊ค ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน รายงานว่า มีดินถล่มปิดเส้นทางและต้นไม้ล้มขวางทางหลายจุด โดยปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนักให้ชาวบ้านระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่า และเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางไปศูนย์พักพิง
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยว่า เมื่อวาน (18 ส.ค. 69) มีฝนตกสะสมเกิน 200-300 มม. บริเวณ จ.น่าน ทั้งใน อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.สันติสุข จึงเกิดน้ำหลากลงมาในบริเวณลำน้ำน่าน เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
นายฐนโรจน์ คาด วิเคราะห์ว่า ระยะเวลา 1-2 วันจากนี้ น้ำจะเคลื่อนตัวถึงบริเวณตัวเมือง และไหลเข้าสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งตอนนี้มีปริมาณน้ำอยู่ประมาณ 50% เพียงพอรองรับมวลน้ำ โดยจะส่งผลดีด้านการเป็นน้ำต้นทุนในฤดูแล้งถัดไป เนื่องจากหลังจากเดือน ก.ย. ฝนจะเริ่มขยับลงไปบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ทำให้โอกาสที่จะมีน้ำไหลเข้ามาสะสมในเขื่อนสิริกิติ์ลดลงไปด้วย
น้ำจากเขื่อนจะเคลื่อนไปบริเวณท้ายลำน้ำน่าน ลงไปที่ จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ซึ่งปริมาณในลำน้ำยังอยู่ในเกณฑ์น้อย ทำให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือแม้จะเกิดพายุซ้ำก็คาดว่ายังสามารถรองรับน้ำได้
นายฐนโรจน์ คาดว่า ในวันที่ 20-21 ส.ค. 69 ในพื้นที่ อ.เมืองน่าน จะมีน้ำปริ่มตลิ่งพอ ก่อนจะหลากต่อเนื่องลงไปบริเวณ อ.เวียงสา ซึ่งอาจมีน้ำล้นตลิ่งได้โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ หากฝนตกย้ำลงมาก็อาจทำให้มีน้ำท่วมขังได้ อย่างไรก็ดีปริมาณน้ำจะไม่สูงหรือหนักเท่าช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
นายฐนโรจน์ กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น ฝนที่จะตกตั้งแต่วันนี้ (19 ส.ค. 69) นับไปอีก 7 วัน จะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 30-40 มม. เท่านั้น คาดไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วม ทั้งนี้จะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากมีฝนตกเกินปริมาณที่คาดการณ์ไว้ ตัวเมืองน่านอาจได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเฝ้าระวัง เตรียมการ ตรวจสอบและเสริมคันดินหรือคันกั้นน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือด้วยการนำเครื่องสูบน้ำไปวางตามจุดต่างๆ ที่จะต้องเร่งสูบระบายน้ำ ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสามารถรับมือสถานการณ์น้ำได้
หากฝนหนักเกินคาด เสี่ยงท่วมซ้ำ
นายฐนโรจน์ ชี้ว่า ถ้าหากไม่เป็นไปตามผลคาดการณ์ที่ประเมิน คือมีฝนตกเกิน 100 มล. ขึ้นไป จะต้องมีการปรับกระบวนการเตรียมความพร้อม เช่น การเตรียมอพยพ ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทำการอัปเดตข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับมือ
ล่าสุดวันนี้ (19 ส.ค. 69) ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ กรมประชาสัมพันธ์ หรือประชาสัมพันธ์จังหวัด รวมทั้งเครือข่ายอาสาสมัครต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำหน้าที่ในการเป็นกระบอกเสียง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก หรือปริมาณน้ำฝนที่ตก ก็มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ และพยายามที่จะเผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้รับทราบต่อไป