เที่ยวนิทรรศการ “ดอกไม้เปลี่ยนโลก” ความงดงามที่ไม่ใช่แค่เปลือกนอก มองคุณค่าผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์ เผยข้อมูลสุดทึ่ง สื่อสารกันเองได้-การบานบอกเวลา
เมื่อนึกถึงดอกไม้ คนทั่วไปมักจะนึกถึงเพียงแค่ความสวยงามของมัน แต่ความเป็นจริงแล้ว “ดอกไม้” มีสิ่งที่ให้มากกว่านั้นความสวยงาม ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พาเที่ยวชมนิทรรศการ “OVER THE BLOOM – ดอกไม้เปลี่ยนโลก” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ชมมองดอกไม้ผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์
ดร.พุทธมน ผ่องกาย นักวิชาการชำนาญการ สังกัดกองวิชาการพฤกษศาสตร์ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เผยว่า นิทรรศการ OVER THE BLOOM – ดอกไม้เปลี่ยนโลก จัดขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้เข้าชมงานได้เห็นคุณค่าลึกซึ้งของดอกไม้และให้มองเห็นดอกไม้ในฐานะผู้ให้ชีวิต เพราะว่าดอกไม้เป็นจุดเชื่อมโยงของพืช สัตว์ มนุษย์ ห่วงโซ่อาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ถ้าไม่มีดอกข้าว เราจะไม่มีข้าวกิน ถ้าไม่มีดอกมะม่วง เราก็จะไม่มีผลไม้อย่างมะม่วง จึงอยากให้ทุกคนเห็นคุณค่าและความสำคัญของมัน
ดร.พุทธมน ได้ให้ข้อมูลว่า นอกจากให้ความสวยงามแล้ว การบานและหุบของดอกไม้นั้นยังสามารถใช้ในการบอกเวลาได้ อาจจะไม่ได้แม่นยำเป็นหลักนาทีแต่สามารถนับเวลาได้เป็นหลักชั่วโมง อย่างไรก็ตามการนับเวลาได้เพียงแค่ในดอกไม้บางชนิดเท่านั้น
ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดในการบานของดอกไม้เป็นหลักคือ เรื่องของความเข้มของแสง จำนวนความเข้มของแสงที่มีมากหรือน้อยก็จะมีผลต่อการควบคุมการบานของดอกไม้ เนื่องจากตัวดอกไม้จะมีตัวรับแสงที่สามารถรับรู้ได้ว่า แสงในช่วงเวลาใดที่ต้องบานและเมื่อถ้าแสงหมดลงก็จะทำการหุบลง ยกตัวอย่าง เช่น ดอกคุณนายตื่นสายหรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Eleven O'Clock Flower เนื่องจากจะบานในช่วงเวลา 10 โมงเช้าและในช่วงเวลานั้นมีความเข้มแสงพอดี ทำให้เกิดการบานขึ้นมา แต่เมื่อความเข้มแสงน้อยลงก็จะหุบลง หรืออย่างดอกราตรีที่จะเริ่มบานในช่วงเวลาประมาณ 5-6 โมงเย็น เพราะฉะนั้นแสงเป็นสิ่งสำคัญในการเจริญเติบโตของดอกไม้ เมื่อได้รับแสงน้อยก็จะบานน้อยหรือไม่บานก็ได้เช่นกัน
และยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่จะแบ่งตามฤดูกาล ซึ่งจะมีเรื่องของอุณหภูมิเข้ามาเกี่ยวข้อง ดอกไม้ในบางชนิด จะออกดอกก็ต่อเมื่อมีอุณหภูมิที่เย็น เช่น ดอกลิ้นจี่ ถ้ามีอุณหภูมิที่ไม่เย็นหรือไม่ถึงในจุดที่ดอกต้องการก็จะไม่ออกดอก หรือดอกไม้ในเมืองหนาวหลายๆประเภท ก็จะไม่สามารถปลูกได้ในกรุงเทพ เนื่องจากอุณหภูมิไม่ถึง
ดอกไม้และต้นไม้ มีการสื่อสารไม่ต่างจากสัตว์
นอกจากนี้ ดร.พุทธมน ยังได้ให้ข้อมูลว่า เคยมีงานวิจัยว่า ต้นไม้หรือดอกไม้ก็มีการสื่อสารเช่นกัน แต่ไม่ได้สื่อสารในรูปแบบของเสียงเหมือนสัตว์หรือการพูดคุยมนุษย์อย่างเรา แต่อยู่ในรูปแบบของการปล่อยสารเคมีบางอย่างเข้าหากัน ทำให้รับรู้ถึงกันและกันได้ ปล่อยผ่านใบไม้หรือสื่อสารกันทางผ่านดิน เพื่อสื่อสารกัน ไม่ให้รอยต่อของใบไม้มาชนกัน หรือให้ออกใบออกดอกกระจายรับแสงอาทิตย์เท่ากัน เพราะถ้าต้นไม้หรือดอกไม้ต่างบังกัน ก็จะแย่งอาหารกันได้
ประเด็นนี้ เป็นสิ่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่และขณะนี้กำลังทำการศึกษาวิจัยกันอยู่
สุดท้ายนี้ ดร.พุทธมน ยังได้บอกว่าทุกการผลิบานของดอกไม้ คือเรื่องราวของการพึ่งพาอาศัยที่เชื่อมโยงธรรมชาติและสรรพชีวิต เมื่อธรรมชาติหรือดอกไม้โอบกอดโลกด้วยความอุดมสมบูรณ์และการหล่อเลี้ยงชีวิตเรามาตลอดทั้งชีวิต ถึงเวลาที่เราจะโอบกอดหรือให้ความรักธรรมชาติกลับคืน ด้วยความเข้าใจ ความรัก และการดูแล เพื่อส่งต่อความหลากหลายและความหวังต่อให้ธรรมชาติเขาดำรงอยู่ต่อไปสู่คนรุ่นใหม่
ช่วยเที่ยวงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 จัดในระหว่างวันที่ 15 - 23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9 - 11 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เวลา 09.00–19.00 น. ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน”
นายสุรวงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวถึงภาพรวมของงานว่า มีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์โดยมีหน่วยงานมาร่วมจัดงานมากกว่า 98 หน่วยงานและมีหน่วยงานของต่างประเทศ 28 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ
นอกจากนี้ยังเปิด 5 นิทรรศการหลักของ อพวช. มีดังนี้
1. Royal Pavilion - ตามรอยพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านเรื่องวิทยาศาสตร์
2. Rare Earth: The Invisible Power – ตามล่าหาแร่ เปิดโลก “ธาตุหายาก”
3. AI Revolution: The New Human Edge - เมื่อมนุษย์กับ AI ทำงานร่วมกัน เราจะสร้างอนาคตแบบใด
4. The Hidden World of Rangelands – ความลับของท้องทุ่ง
5. OVER THE BLOOM – ดอกไม้เปลี่ยนโลก มอง “ดอกไม้” มากกว่าความสวยงาม
การจัดงานนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ประสบการณ์ที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่อ่านอย่างเดียว แต่ต้องการให้มีการลงมือทดลองทำด้วย เพราะวิทยาศาสตร์คือการทดลองทำถึงจะมีความเข้าใจ