จับตาโผนายพลตำรวจ 2569สัญญาณ นรต.รุ่น50 ผงาดยกแผง “อดีตนายตำรวจ” วิเคราะห์เครือข่ายครองเก้าอี้ยาว 10 ปี จับตาระยะยาว 2 สายมีโอกาสหักกันสูง ขึ้นอยู่กับผลงานระยะยาว


โผนายพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยล่าสุดจะมีนัดประชุมคณะกรรมการพิจารณารายชื่อข้าราชการตำรวจหรือ “บอร์ดกลั่นกรอง” ที่มี รองผบ.ตร. และตัวแทน ก.พร. เป็นคณะกรรมการบอร์ดกลั่นกรองเข้าร่วมประชุมพิจารณารายชื่อผู้ที่เหมาะสมที่ผ่านการพิจารณาระดับ บช.ระดับ รองผบ.ตร.จนถึง ผบช. หรือ “โผนายพลใหญ่” วันที่  21 ส.ค.นี้

มีรายงานว่า ปีนี้ตำแหน่งนายพลระดับรองผบ.ตร.- ผบก.ว่าง 156 ตำแหน่ง รองผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ผบช.ว่าง 18 ตำแหน่ง รองผบช.ว่าง 40 ตำแหน่ง ผบก.ว่าง 89 ตำแหน่ง ระดับ รองผบ.ตร.ว่าง 3 ตำแหน่ง มีการเลื่อนผู้ช่วยผบ.ตร. ตามลำดับอาวุโส พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจตช. และ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.


ส่วนระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 6 ตำแหน่ง มีการเลื่อน ผบช.ตามลำดับอาวุโส พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.4 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ศ. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พล.ต.ท.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผบช.สตส. และพล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เป็นต้น

การนั่งแท่นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติของ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา ที่มีวาระอยู่ยาวถึง 7ปี และเป็นที่จับตาว่าเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 หรือ นรต.50 จะอยู่ในระดับหัวแถวกันอย่างพร้อมเพรียงหรือไม่

จากโผนายพลระดับหัวแถวของวงการตำรวจที่ออกมา ยังต้องรอผลของการประชุมบอร์ดคัดสรรอย่างชัดเจนอีกครั้ง โดยพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการปราบปราม วิเคราะห์ว่า การแต่งตั้งนายตำรวจระดับนายพลรอบที่แล้ว มีการร้องเรียน จนคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ(ก.พ.ค.ตร.) มีคำวินิจฉัยให้คืนตำแหน่งให้ 2 รองผู้บัญชาการอาวุโส ที่เป็นตัวเคพีไอร์แสดงให้เห็นว่าการพิจารณาในครั้งก่อนว่าถูกละเลยในการเลื่อนตำแหน่ง ถือว่ามีความบกพร่อง และมีการพิจารณาคืนตำแหน่งให้ แต่ก็มีคำถามว่าได้จัดสรรคืนตำแหน่งให้หรือยัง

การพิจารณาโผนายพลตำรวจในรอบนี้ ไม่ควรมีตำรวจที่มีตำแหน่งอาวุโสไปร้องที่ ก.พ.ค.ตร.อีกครั้ง เพราะ 2 ตำแหน่งที่หลุดไปในคราวที่แล้ว ไม่รู้นำไปให้ใคร และข้อบกพร่องนี้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเท่าที่ดูการแต่งตั้งในครั้งนี้ก็อาจจะมีแนวโน้มซ้ำรอยเดิม

สิ่งสำคัญของการแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเมือง ขณะที่การแต่งตั้งระดับรอง ผบ.ตร. และผู้ช่วยจะขึ้นอยู่กับความอาวุโสของกฎหมายใหม่ ซึ่งใครเข้าคิวผู้ช่วย ก็จะไปสู่ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ได้เร็ว โดยรอบนี้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 6 ตำแหน่ง ก็จะเข้าคิวมาตามความอาวุโส

การแต่งตั้งในรอบนี้ คาดเดาได้ว่า นรต. รุ่น 50 ที่จะขึ้นมาครองอำนาจ โดยจะยึดในตำแหน่งระดับผู้บัญชาการ และถ้า นรต. รุ่น 50 คนไหนขึ้นระดับผู้บัญชาการ หรือเครือข่ายที่มีสายสัมพันธ์ขึ้นก็มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นสู่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนถัดไป

ขณะเดียวกันใน 10 ปีถัดไปหลังจากนี้ในยุคที่ นรต. รุ่น 50 ครองอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีด้วยกัน 2 สาย เกิดความขัดแย้งกันในอนาคตหรือไม่ ต้องไปดูกันที่ผลงาน สายหนึ่งมาด้วยความเร็ว กับอีกสายที่มาด้วยความมั่นคง และมีความรอบรู้จะสู้กันได้ขนาดไหน โดยสายหนึ่งคือ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา กับอีกสายคือ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ที่ทั้งคู่ นรต. รุ่น 50 เหมือนกัน


คาด 10 ปี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เครือข่ายระดับบนแน่น


พล.ต.ต.สุพิศาล วิเคราะห์ว่า การขึ้นมาของ นรต. รุ่น 50 ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจเพื่อประชาชน ถือว่าประเทศชาตินี้ล้มเหลว เพราะ นรต. รุ่นอื่นไม่มีสิทธิเบียดขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงได้แล้ว

หลายคนยังเสียดายว่า ตำรวจมือทำงานสายสืบสวนอย่าง “ผู้การจ๋อ” พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ไม่มีชื่อติดโผในครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าไม่มีโอกาสได้ขึ้น หรือถ้าได้ขึ้นก็ต้องรอให้สุกงอมเต็มที่เหมือน พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ที่สุดท้ายต้องหาตำแหน่งให้ลง ไม่อย่างนั้นสังคมจะตั้งคำถามกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับ ผบ.ตร.คนใหม่ คงไม่ได้คาดหวังกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการระดับสูงในครั้งนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าจะบริหารงานให้เกิดความเที่ยงธรรม และเกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติส่วนรวม และความผาสุขโดยรวมของประชาชน

และควรเลิกให้ข้าราชการตำรวจระดับล่างทำงานเกิน 24 ชั่วโมง เพราะความปลอดภัยไม่มี เนื่องจากการพกปืนนอกเครื่องแบบทำได้ยาก และควรทำงานเพียง 6 ชั่วโมงต่อ 1 วัน และควรปล่อยให้เขาไปทำอาชีพอื่นอีก 6 ชั่วโมง โดยไม่ขัดกับการรับราชการตำรวจ ซึ่งจะทำให้มีรายได้จากการประกอบอาชีพสุจริตมากขึ้น