"คนรักช้าง" รวมตัวหน้าสถานทูตฯ ทวงคืน “พลายประตูผา-พลายศรีณรงค์” ศรีลังกาใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ให้กลับคืนสู่ไทย ถึงเวลาเกษียณพักกลับบ้าน

จากกรณี ไทยส่งมอบช้างไทยให้ศรีลังกาในฐานะสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ เพื่อฝึก "อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ" แต่ช้างถูกนำไปใช้งานเดินสายแห่ในงานเทศกาลอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งปี

วันนี้ 10 ส.ค. 69 ผู้ชุมนุมคนรักช้างเดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีการรับฟังเสียงเรียกร้องและพิจารณาสวัสดิภาพของ พลายประตูผา และพลายศรีณรงค์ ช้างไทยที่อยู่ในศรีลังกา นำทีมโดยนายสิรณัฐ สก๊อต(ทราย สก๊อต) และดร.ยุวนุช เกียรติวงศ์ (ดร.นุนี)


ประวัติการส่งช้างไปศรีลังกา พลายประตูผา ถูกส่งไปอยู่ที่ประเทศศรีลังกาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2523 โดยกรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้แก่รัฐบาลศรีลังกาเป็นเชือกแรก ตั้งแต่ช้างยังมีอายุเพียงประมาณ 5 ปี และพลายศักดิ์สุรินทร์พร้อมกับพลายศรีณรงค์ ถูกส่งไปใน ปี พ.ศ. 2544 ตามที่รัฐบาลศรีลังการ้องขอมา เพื่อนำไปฝึกใช้ในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในงานแห่พระธาตุประจำปี โดยพลายศักดิ์สุรินทร์ถูกส่งกลับมารักษาที่ไทยตั้งแต่ 2 ก.ค. 66

เหตุผลสำคัญที่ พลายศักดิ์สุรินทร์ ได้รับการส่งตัวกลับมารักษาที่ประเทศไทยก่อนช้างเชือกอื่นๆ เป็นเพราะ ปัญหาสุขภาพขั้นวิกฤตและอาการบาดเจ็บรุนแรงสะสมจากการถูกใช้งานอย่างหนัก อาการคือ ขาหน้าด้านซ้ายเหยียดตึงและผิดรูป ตาขวามีอาการต้อกระจก มีแผลฝีขนาดใหญ่ที่สะโพกทั้งสองข้าง และมีความเครียดสะสม จนสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าหากปล่อยไว้ช้างอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ประกอบกับความยินยอมของฝั่งศรีลังกาตามกระบวนการทางการทูต



ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ ทราย สก๊อต กรณีเข้าร่วมการทวงคืนช้างไทยจากศรีลังกา โดยทรายกล่าวว่า ต้องการเรียกร้องให้ช้างไทยกลับบ้าน เนื่องจากศรีลังกานำไปใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ด้านหน่วยงานภาครัฐก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน ทั้งที่มีการเรียกร้องให้ช้างกลับบ้านมาหลายสิบปี โดยในปีที่แล้วมีการให้ร่วมลงชื่อและสนับสนุนแคมเปญ "นำช้างไทยกลับบ้าน" และมีผู้ออกเสียงกว่า 1.6 ล้านคน

ทราย ยังกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลไทยและศรีลังกา เห็นถึงความตั้งใจ หากรัฐบาลไม่พร้อมที่จะดำเนินการ ประชาชนจะเป็นผู้เดินหน้าผลักดัน และรัฐบาลสามารถเดินตามได้หากต้องการ แต่สิ่งที่ยากคือตัวแทนทูตไม่ยอมรับว่ามีสิ่งไม่ถูกต้องเกิดขึ้นกับช้างทั้ง 2 เชือกที่ส่งไป

ทรายยังบอกอีกว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรม การที่มนุษย์ยังมีความผูกพันกับสิ่งมีชีวิตจากใจจริง เป็นเรื่องที่พิเศษ เราอยู่ในยุคที่ไม่ต้องรอให้ภาครัฐเป็นตัวแทนทุกอย่าง แต่ทุกคนสามารถเป็นผู้นำ เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ได้



ทางด้าน ดร.นุนี ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มคนรักช้างร่วมกันผนึกกำลังเพื่อเรียกร้องอิสรภาพให้ช้างทั้ง 2 เชือก เพื่อให้ชาวโลกประจักษ์ถึงสวัสดิภาพของสัตว์ ว่าไม่ควรถูกเพิกเฉยต่อการถูกเบียดเบียน และช้างเหล่านี้เป็นเหมือนลูกหลานที่ห่างไกลบ้าน อยากให้ปล่อยเขากลับบ้าน

ดร.นุนี กล่าวว่า จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ตนได้เดินทางไปเห็นที่ศรีลังกา พบว่าช้างอยู่ในความทุกข์ทรมาน จึงขอให้ผู้ที่อยากทวงคืนช้างไทย อย่าคิดว่าลงชื่อแล้วจะเปล่าประโยชน์ เชื่อมั่นว่าทุกเสียงมีผลต่อการเรียกร้อง แม้ว่าจะถูกสถานทูตเมินเฉย แต่จะผลักดันไปให้ถึงระดับโลก และจะมีการเปิดให้ลงชื่อเพิ่ม โดยขอให้ทุกคนระมัดระวังลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ


กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมาร่วมงาน ให้ความเห็นว่า ช้างก็เหมือนมนุษย์เมื่อถึงวัยชราก็ต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อพักผ่อน จึงอยากเป็นปากเสียงให้ช้างทั้ง 2 เชือก เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้ช้างคู่บ้านคู่เมืองของไทยที่อยู่ศรีลังกาได้กลับบ้าน อยากให้รัฐบาลมีส่วนร่วมเป็นกระบอกเสียง เพราะรัฐบาลแจ้งว่าทำ MOU เพื่อดูแลสวัสดิภาพช้างไทย 2 เชือก กับทางศรีลังกา แต่การเป็นอยู่จริงของช้างไม่ได้เป็นไปตาม MOU โดยอยากให้ส่งกลับในสภาพสมบูรณ์ ไม่ใช่เกิดจากเหตุอื่นๆ หรือพิการ

อยากให้รัฐบาล เห็นถึงการที่จีนส่งแพนด้ามาไทย โดยจีนติดตามดูแลเป็นอย่างดี แต่กลับกันรัฐบาลไทยไม่รู้สึกเดือดร้อน ทั้งที่เห็นว่าช้างทั้ง 2 เชือกกำลังลำบาก และขณะนี้ทั่วโลกได้ออกมาประท้วงเรื่องการอนุรักษ์ช้างของศรีลังกา