เครียดสะสม-ถูกบูลลี่ วิเคราะห์แรงจูงใจ ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน หมอ มองฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กในที่เกิดเหตุต้องคัดกรองอย่างละเอียด มองสถานศึกษาในไทยยังไม่มีมาตรการตรวจเข้มก่อนเข้าสถานศึกษา

จากกรณี วันนี้ 7 ส.ค. 69 เกิดเหตุเด็กนักเรียน ม.3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กราดยิงภายในอาคารเรียน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 15 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน เสียชีวิต 7 คน เป็นครู 3 คน นักเรียน 3 คน และนักเรียนผู้ก่อเหตุ 1 คน

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) กรณีเด็ก ม.ต้น กราดยิงในโรงเรียน เผยว่า สาเหตุหลักๆ ที่มักก่อเหตุในลักษณะนี้ เกิดจากการถูกบูลลี่ มีความแค้นใจ ไม่พึงพอใจที่ครูลงโทษ อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต ความเครียดที่ไม่สามารถจัดการได้ หรือไม่มีผู้ให้คำแนะนำ กรณีปลิดชีพคาดว่ามีการวางแผนมาแล้ว ว่าก่อเหตุแล้วจะปลิดชีพตัวเอง ต้องหาปมสำคัญที่ทำให้เด็กมาถึงจุดๆ นี้ และเร่งแก้ไข เพราะอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กคนเดียว ซึ่งในอนาคตอาจเกิดขึ้นกับเด็กคนอื่นได้

แต่จากประเด็นดังกล่าวสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเด็กเข้าถึงปืนได้อย่างไร มีความสามารถในการยิงปืนเป็นได้อย่างไร เพราะคนที่ไม่มีความสามารถในการใช้ปืนจะไม่สามารถยิงปืนในลักษณะต่อเนื่องได้ อาจจะสะท้อนไปถึงพื้นฐานครอบครัวหรืออาจมีผู้อื่นฝึกฝนให้ เนื่องจากในหลายครอบครัวพาเด็กไปฝึกเป็นการกีฬา แต่ควรฝึกควบคู่กันในเรื่องของการควบคุมสติ เพราะว่าเด็กเป็นผู้เยาว์ไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือการตัดสินใจได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ และตามกฎหมายเด็กไม่สามารถพกอาวุธปืนได้ โดยก่อนหน้านี้มีเคสกราดยิงบริเวณห้างสยาม โดยซื้อปืนผ่านทางออนไลน์ คือปืนแบลงก์กัน


ในกรณีที่เป็นปืนในความครอบครองของผู้ปกครอง และเด็กนำมาใช้ในการก่อเหตุ ผู้ปกครองต้องควบคุมดูแลอาวุธให้ห่างมือเด็ก และต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ในส่วนของเด็ก เนื่องจากเป็นผู้เยาว์ การที่มีสภาวะจิตอย่างไรจะต้องเป็นเรื่องทางนิติจิตเวชที่เข้ามาตรวจสอบดูแล การรับโทษต่าง ๆ

ผู้ก่อเหตุเตรียมซองกระสุน สำรองไว้ในกระเป๋าจำนวนมาก และมีทักษะในการเปลี่ยนแม็กกาซีนเพื่อยิงต่อเนื่อง สะท้อนถึงการได้รับฝึกฝนหรือมีความเชี่ยวชาญเกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน

การเข้าถึงอาวุธปืน หากอาวุธดังกล่าวเป็นของคนในครอบครัวหรือผู้ปกครอง ยิ่งตอกย้ำถึงความบกพร่องในการจัดเก็บอาวุธปืนให้อยู่ในที่ปลอดภัย

เด็กอายุไม่ควรเข้าถึงอาวุธปืนมาตรฐานได้เลย หากปืนนั้นอยู่ในความครอบครองของผู้ปกครอง แล้วเด็กนำมาก่อเหตุ ผู้ปกครองปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และต้องร่วมรับผิดชอบตามกฎหมาย

ในเชิงจิตวิทยา การตัดสินใจก่อเหตุรุนแรงพร้อมวางแผนจบชีวิตตนเองของผู้ก่อเหตุ มักไม่ได้เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นการ “วางแผนมาล่วงหน้า” จากปมปัญหาความเครียดสะสมที่ไม่ได้รับการเยียวยา


เด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ควรได้รับการเยียวยาอย่างไร


ในภาวะที่เกิดความตึงเครียดหรือภาวะหวาดกลัวรุนแรงเฉียบพลัน จะมีภาวะสุขภาพจิตที่กลัวกับเหตุการณ์ ช่วงนี้อาจจะต้องประกาศปิดโรงเรียน ทางที่ดีที่สุดต้องมีการคัดกรองเด็กทั้งหมด และให้จิตแพทย์เข้าทำการดูแล ทั้งเด็กที่บาดเจ็บ และอยู่ในเหตุการณ์

ด้านสุขภาพจิตและการเยียวยา เร่งคัดกรองสุขภาพจิต นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงภาวะความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ต้องได้รับการตรวจคัดกรองและดูแลโดยจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอย่างเร่งด่วน

ด้านมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน ทบทวนระบบคัดกรอง โรงเรียนต้องตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัย เหตุใดจึงปล่อยให้อาวุธปืนมาตรฐานหลุดรอดเข้าไปในสถานศึกษาได้ และต้องมีมาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม


กฎหมายและการควบคุมอาวุธปืน เอาผิดผู้ครอบครองปืน เสนอให้เพิ่มบทลงโทษผู้ปกครองหรือเจ้าของปืนที่ปล่อยปละละเลยจนเด็กนำปืนมาก่อเหตุ

จัดระเบียบปืนในบ้าน รณรงค์ให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนแยกเก็บปืนและกระสุนอย่างเคร่งครัด ล็อกกุญแจมิดชิดไม่ให้เด็กในบ้านเข้าถึงได้

อีกกรณีคือโรงเรียนปล่อยปละละเลย ทำให้เด็กสามารถนำอาวุธร้ายแรงเข้ามาในโรงเรียนได้ เป็นมาตรฐานที่ต้องย้ำเตือน ว่าหากมีการคัดกรองก่อนเข้าโรงเรียน แล้วอาวุธเข้ามาได้อย่างไร รวมถึงผู้ปกครองและโรงเรียนควรมีการคัดกรองเรื่องความเครียด สุขภาพจิตของเด็กอยู่เสมอ อาจช่วยให้เข้าถึงได้เร็ว และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้