กลุ่ม Bright Future และชาวเมียนมาในไทย รวมตัวหน้า UN ประท้วง “มิน อ่อง หล่าย” คัดค้านการสานสัมพันธ์ ชี้เป็นรัฐบาลเผด็จการ-ชูข้อเรียกร้องแก้ปัญหาแรงงาน

จากกรณีการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ พล.อ. มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค. 69 เพื่อสานต่อความร่วมมือทวิภาคีพร้อมกับผลักดันทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาข้ามแดน กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย

วันนี้ (6 ส.ค.69) นายวีระ แสงทอง แกนนำกลุ่ม Bright Future ชาวเมียนมาที่เกิดและเติบโตในไทย พร้อมทั้งกลุ่มชาวเมียนมา ได้รวมที่ด้านหน้า องค์การสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ในเวลา 13.00-16.00 น. เพื่อเรียกร้องและการคัดค้านการสานสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและไทยพร้อมกับมาเรียกร้องการเพื่อปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติในไทย

เสียงของผู้ชุมนุมชาวเมียนมา

วีระ แกนนำกลุ่ม Bright Future และแรงงานชาวเมียนมามารวมตัวกัน เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านต่อรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับและสานสัมพันธ์กับ พล.อ. มิน อ่อง หล่าย และตัวแทนจากสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เนื่องจากมองว่า เป็นรัฐบาลประหารที่ปล้นอำนาจและเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง

ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมองว่า การที่รัฐบาลไทยเลือกจับมือกับผู้ที่มีเลือดของประชาชนเปื้อนมือ ไม่เพียงแต่เป็นเพียงการทำลายจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีโลก แต่ยังเป็นการเปิดทางให้เผด็จการทหารเมียนมาใช้อำนาจข้ามแดนมาขูดรีดและกดขี่แรงงานข้ามชาติที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านกระบวนการทำเอกสารรับรองบุคคล (CI - Certificate of Identity)

ความทุจริตและการขูดรีดผ่านศูนย์ CI ที่รัฐบาลไทยปล่อยปละละเลย

นายวีระ ได้เผยว่า ในขณะนี้ แรงงานพม่าในไทยกำลังเผชิญกับการขูดรีดอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสมคบคิดกันระหว่างเผด็จการเมียนมาและกลุ่มผลประโยชน์ในไทย ดังนี้

1. การบังคับปล้นผ่านระบบธนาคาร (กฎโอนเงิน 25%)

รัฐบาลทหารเมียนมาได้ออกกฎระเบียบบังคับให้แรงงานในไทยต้องโอนเงินอย่างน้อย 1 ใน 4 (25%) ของรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศในช่วง 3 เดือน กลับเข้าบัญชีครอบครัวผ่านระบบธนาคารที่รัฐบาลทหารรับรอง เพื่อแลกกับการต่อใบอนุญาตทำงานเมื่อครบวาระ 4 ปี และมองว่านี่คือการบังคับให้แรงงานหาเงินมาเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนกองทัพ เพื่อนำไปซื้ออาวุธมาเข่นฆ่าประชาชนทางบ้านเกิดของตัวเอง

2. ขบวนการนายหน้าเถื่อนที่ศูนย์ CI

นอกจากการขูดรีดจากรัฐบาลทหารแล้ว แรงงานชาวเมียนมายังต้องเผชิญกับ “แก๊งนายหน้า” ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ บังคับเก็บเงินใต้โต๊ะแบบไม่มีใบเสร็จอีก 1,000-3,000 บาทต่อคน เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการในศูนย์ CI ได้ หากใครปฏิเสธที่จ่ายส่วยนี้ จะถูกกีดกันไม่ให้เข้ารับบริการ แม้ว่าแรงงานเหล่านั้นจะทำการจองคิวผ่านระบบและจ่ายค่าธรรมเนียมตามประกาศของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตาม

นอกจากวิกฤตของแรงงานแล้ว กลุ่ม Bright Future ได้ประณามการกระทำของรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งการรุกรานปราบปรามประชาชน  ด้วยการทิ้งระเบิดใส่พลเรือน เผาหมู่บ้าน และการจับกุมทรมานผู้เห็นต่างทางการเมืองจำนวนมาก ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความไม่สงบที่เกิดจากกองทัพเมียนมา ทำให้เกิดคลื่นผู้ที่ลี้ภัยและยังเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สุดท้ายนี้ กลุ่ม Bright Future ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการข้อเสนอ ดังต่อไปนี้

1. ยุติการสานสัมพันธ์กับเผด็จการทหาร รัฐบาลไทยต้องยุติการให้ความร่วมมือ การต้อนรับ และการรับรองความชอบธรรมของ พล.อ. มิน อ่อง หล่าย และคณะรัฐบาลไทยต้องยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมา ไม่ใช่อาชญากรสงคราม

2.ยกเลิกการใช้เอกสารรับรองบุคคล (CI - Certificate of Identity) ให้รัฐบาลไทยรับรองสิทธิการทำงานและการพำนักด้วย การออกเอกสารอนุญาตทำงาน “บัตรสีชมพู” เพียงใบเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตเมียนมาภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา เพื่อตัดวงจรไม่ให้รัฐบาลเผด็จการได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากหยาดเหงื่อของแรงงานพม่าในไทย

3.ขอให้รัฐบาลไทยเตรียมการรับรองอำนาจการบริหารของรัฐบาลที่ชอบธรรมของประชาชนเมียนมา และสนับสนุน โครงสร้างการปกครองตนเองในอนาคต