ไทยโต้รายงานพิเศษ UN เกมล็อบบี้ยิสต์ กัมพูชา ปมสิทธิมนุษยชนริมชายแดน “นักวิชาการ” ชี้ ข้อมูล “ทอม แอนดรูว์” ยังไม่เข้ากระบวนการรับรอง ย้ำไทยอย่าตั้งรับ ควรโต้ กรณีชาวบ้านริมชายแดนถูกกัมพูชา รุกที่ดิน ทั้งที่เคยช่วยเหลือครั้งมีสงครามกลางเมืองกัมพูชา

กรณีกัมพูชา หยิบเนื้อหาชาวกัมพูชาพลัดถิ่นมาโจมตีไทย บิดเบือนใจความสำคัญของรายงาน ทอม แอนดรูว์ กระทรวงการต่างประเทศโต้ ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

จากกรณีนาย Tom Andrews เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ในวันที่ 1 ส.ค. 69 ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งมีการพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ว่าการเลือกตั้งรัฐบาลครั้งถัดไปของกัมพูชา มีโอกาสที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมทางการเมืองเปิดกว้างยิ่งขึ้น หัวใจสำคัญคือการเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม และการรวมตัว

ในส่วนหนึ่งของรายงานนาย Andrews ได้กล่าวถึงการที่มีชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่บริเวณเขตชายแดนกว่า20,000 คน พลัดถิ่น และแรงงานกัมพูชากว่า 900,000 คน เดินทางกลับประเทศแล้วไม่มีงานทำ ทางกัมพูชาจึงนำรายงานส่วนนี้มาโจมตีไทย


วันนี้ (3 ส.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงการณ์กรณีการออกแถลงการณ์ของนาย Tom ว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่นำมาสู่ผลกระทบต่าง ๆ ไม่ได้เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทยโดยฝ่ายกัมพูชา และประเด็นสิทธิในการเดินทางกลับประเทศ ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง จนต้องพลัดถิ่นภายในกัมพูชา

กรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ ซึ่งนาย Andrews อ้างว่ามีจำนวนกว่า 900,000 คน ไทยขอชี้แจงว่า แรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศหลังจากเกิดสงครามชายแดนไทย–กัมพูชา ทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน ต่างเดินทางกลับกัมพูชาโดยสมัครใจจากการเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา ไทยไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา


กลยุทธ์ล็อบบี้ยิสต์ ไทยยังเดินเกมช้า


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงกรณีรายงานของนาย Andrews โดย รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า การออกมาโต้รายงานของ "ทอม แอนดรูว์" ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถือว่าทำถูกต้อง เพราะข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้เข้าสู่การรับรองของคณะรัฐมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ดังนั้น ไทยต้องแสดงจุดยืนในการคัดค้าน ในการนำเสนอรายงาน

และในรายงาน มีแค่บางประเด็นที่พาดพิงถึงไทย คือเรื่อง ผู้อพยพพลัดถิ่นในเขตชายแดนไทย แต่ก็มีบางประเด็นที่ไทยมีความกังวล เลยทำให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องออกมาแถลงตอบโต้ด้วยตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ไทยพยายามตอบโต้คือ ไม่ว่าสหประชาชาติจะทำอะไรต้องทำโดยความเป็นธรรมและไม่ลำเอียง ซึ่งนี่คือวัฒนธรรมความเป็นธรรมในระดับโลก เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาไทยรับผู้อพยพจากกัมพูชา ในยุคสงครามเขมรแดง แต่สิ่งที่ไทยถูกตอบแทน แต่กลับถูกยึดแผ่นดินและถูกกัมพูชาให้ร้าย


ขณะเดียวกันชาวบ้านของไทย ก็ถูกชาวกัมพูชาที่เข้ามารุกล้ำเขตแดนยึดพื้นที่ดินเดิมของตัวเอง และไม่มีสิทธิในการใช้ที่ดินของตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้ความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน ในด้านวัฒนธรรมความเป็นธรรมในระดับโลก ตรงนี้ไทยต้องทำให้ชัดเจนและหนักแน่นมากขึ้น เพื่อให้เห็นว่าไทยไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน การที่กัมพูชาใช้ล็อบบี้ยิสต์ แต่ไทยไม่ได้ใช้ ก็เหมือนกับสองทางแพร่ง ซึ่งถ้าตามยุทธศาสตร์ถ่วงดุลอำนาจ หากอีกประเทศใช้ล็อบบี้ยิสต์ ไทยก็ควรต้องใช้ เพื่อให้เกิดความเสมอกัน แต่ว่าประเทศไทยไม่ได้ใช้ จึงต้องหาจุดยืนของไทยในเวทีโลก เพื่อที่จะต่อสู้กับกลยุทธ์ล็อบบี้ยิสต์ของกัมพูชาให้ได้