ป.ป.ช. ตรวจบ่อทรายคลองเทพา จ.สงขลา หลังชาวบ้านร้องเรียน ผลกระทบตลิ่งพัง เส้นทางน้ำเปลี่ยน พบเบาะแสจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ
จากเสียงสะท้อนและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา กรณีการลักลอบดูดทรายผิดกฎหมายในลำคลองเทพา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของชุมชน นำไปสู่การขับเคลื่อนการทำงานอย่างจริงจังของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ในการลงพื้นที่ตรวจสอบแบบปูพรมเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ
กระบวนการทำงานแบบบูรณาการ และการจู่โจมตรวจสอบ โดย ป.ป.ช. ภาค 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อทรายในลำคลองเทพา จังหวัดสงขลา รวมกว่า 10 จุด เมื่อเดือนเมษายน 2569
การปฏิบัติการในครั้งนี้เน้นย้ำถึงกระบวนการทำงานที่รัดกุม และไม่แจ้งในพื้นที่ให้ทราบก่อนล่วงหน้า เนื่องจากความกังวลว่าข่าวจะรั่วไหล แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความลับของภารกิจเพื่อปกป้องแหล่งข้อมูล และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในพื้นที่อย่างแท้จริง
จากการกระจายกำลังเข้าตรวจสอบบ่อทรายพร้อม ๆ กันอย่างน้อย 4 แห่ง แม้ไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่พบลักษณะร่องรอยการดูดทรายอย่างเด่นชัด มีการดูดทรายจากแม่น้ำถึง 3 จุด จนทำให้ทางน้ำเริ่มเปลี่ยนทิศทาง และเกิดการกัดเซาะตลิ่งรุนแรง บางจุดลึกเข้าไปจนใกล้สวนยางพาราของชาวบ้าน
ยิ่งไปกว่านั้น สภาพโดยรอบยังพบรถแบ็คโฮ 3 คัน ซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่แจ้งยุติกิจการแล้ว สภาพของทรายยังเปียกคล้ายถูกดูดขึ้นมาใหม่ และพบการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายจุด สะท้อนถึงการเตรียมการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการอาจรับรู้การเข้าตรวจสอบล่วงหน้า
ปมพิรุธ "ค่าน้ำร้อนน้ำชา" และการเพิกเฉยต่อกฎหมาย
ประเด็นสำคัญที่พบจากการลงพื้นที่คือความผิดปกติทางกฎหมายและการทุจริต โดยผู้ประกอบการบ่อทรายรายหนึ่ง ซึ่งมีเอกสารประกอบกิจการถูกต้อง ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่า มีการจ่ายเงินในลักษณะ "ค่าน้ำร้อนน้ำชา" ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายเป็นประจำ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
และยังพบบ่อทรายหลายแห่งดำเนินกิจการ โดยไม่มีใบอนุญาต หรือใบอนุญาตหมดอายุ ขณะที่บางแห่ง แม้มีใบอนุญาต แต่ดำเนินการไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น ดูดทรายนอกช่วงเวลาที่กำหนด หรือดูดทรายนอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต จนทำให้ตลิ่งพัง และทางน้ำเปลี่ยนทิศ
การเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังอย่างละเอียดว่าเกิดขึ้นก่อน หรือหลังการอนุญาต และเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงกรณีการอ้างสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ทรายที่ไหลเข้าสู่ที่ดินเอกชน ว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยชอบหรือไม่
ขณะเดียวกัน ด้านสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการจัดเก็บค่าภาคหลวงและเงินวางประกันของแต่ละแหล่งบ่อทราย เนื่องจากยังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากหน่วยงานในพื้นที่ แม้ผู้ประกอบการบางรายจะอ้างว่าได้ดำเนินการแล้วก็ตาม
เดินหน้าปราบปรามทุจริต ไม่ละเว้นทุกระดับ
ปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียกรับหรือให้สินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่ามีการละเว้นหรือไม่ดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันเจตนารมณ์ในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง โดยจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนโดยไม่ละเว้น ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนที่มีข้อมูลหรือเบาะแสการทุจริต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 ตลอด 24 ชั่วโมง