ส่องข้อกฎหมาย เมื่อร้านหมาล่า-ธุรกิจชาวต่างชาติเต็มเมือง “เจ้าของ” ทำหน้าที่อื่นๆ ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ และกฎหมายไทย จริงจังแค่ไหนกับการควบคุมการทำงานคนต่างชาติ ?
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทย มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และธุรกิจบริการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่
ไม่เพียงแต่การเปิดธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันในสื่อออนไลน์ก็ปรากฏภาพของชาวต่างชาติในบทบาทของพนักงาน ทั้งยืนรับออร์เดอร์ เสิร์ฟอาหาร รับชำระเงิน หรือจำหน่ายสินค้าด้วยตนเอง จนนำไปสู่การที่บางส่วนตั้งข้อสงสัยว่า การทำงานของชาวต่างชาตินั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือหากเป็นเจ้าของกิจการแล้ว จะสามารถลงมือทำงานได้ทุกอย่างหรือไม่
นายนราธิป ฤทธินรารัตน์ ทนายความด้านกฎหมายแรงงานและธุรกิจ จากบริษัท เนตินรา แอนด์ โทมัส ลอว์ จำกัด ได้ให้ข้อมูลในทางกฎหมาย ว่าการพิจารณากรณีคนต่างชาติสามารถทำงานในประเทศไทยได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาประกอบกัน 2 ประการ ได้แก่
1.ชาวต่างชาติมีสิทธิทำงานในประเทศไทยตามกฎหมายหรือไม่
คนต่างชาติรายนั้น ต้องมีสถานะการพำนักในประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย และได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือได้รับยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ สิทธิในการทำงานดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.งานที่ปฏิบัติเป็นงานที่กฎหมายอนุญาตให้คนต่างชาติทำได้ หรือเป็นงานที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น
แม้คนต่างชาติจะมีสิทธิทำงานในประเทศไทย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำงานได้ทุกประเภท เนื่องจาก กฎหมายยังจำกัดประเภทของงานที่คนต่างชาติสามารถทำได้ และกำหนดงานบางประเภทเป็นงานที่สงวนไว้สำหรับคนไทย
ในทางปฏิบัติ ประเด็นที่มักทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน คือ หลายคนเข้าใจว่าเมื่อคนต่างชาติเป็นเจ้าของร้านหรือผู้ลงทุนในกิจการแล้ว ย่อมสามารถลงมือปฏิบัติงานได้ทุกประเภท แต่ในความเป็นจริง สิทธิในการลงทุน และ สิทธิในการทำงาน เป็นคนละเรื่อง และอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ
พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับการเข้ามาประกอบธุรกิจและการลงทุนของคนต่างชาติ ขณะที่พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับการทำงานของคนต่างชาติ ดังนั้นแม้คนต่างชาติจะสามารถเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้ลงทุนในกิจการได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถลงมือปฏิบัติงานได้ทุกประเภทโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น หากพบเห็นเจ้าของร้านชาวต่างชาติลงมือรับลูกค้า รับชำระเงิน ปิ้งหมาล่า เสิร์ฟอาหาร หรือปฏิบัติงานประจำภายในร้าน การกระทำดังกล่าวอาจเข้าลักษณะเป็น "การทำงาน" ตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องพิจารณาต่อไปว่าลักษณะงานที่ปฏิบัติเป็นงานที่กฎหมายอนุญาตให้คนต่างชาติทำได้ หรือเป็นงานที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย
แล้วงานใดบ้างที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย ?
เพื่อคุ้มครองโอกาสในการประกอบอาชีพของแรงงานไทย กฎหมายได้กำหนดงานและวิชาชีพบางประเภทเป็นงานที่คนต่างด้าวห้ามทำ เช่น งานเร่ขายสินค้า งานตัดผม งานนวดไทย งานมัคคุเทศก์ งานเลขานุการ งานกรรมกร งานเร่ขายสินค้า งานช่างฝีมือบางประเภท และงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ การพิจารณาว่างานใดเป็นงานต้องห้าม จำเป็นต้องพิจารณาตามลักษณะของงานและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ไม่อาจสรุปได้จากชื่ออาชีพเพียงอย่างเดียว
หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าคนต่างด้าวฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานหรือการประกอบธุรกิจ กฎหมายได้กำหนดความรับผิดไว้หลายกรณี ดังนี้
1. ความรับผิดของคนต่างด้าว
หากตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท นอกจากนี้ เมื่อผู้กระทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว อาจถูกส่งกลับออกนอกราชอาณาจักร และไม่สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานได้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ
2. ความรับผิดของนายจ้าง
ในส่วนของนายจ้าง หากรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ อาจมีความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดเดียวกัน โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน ตามมาตรา 102 และหากกระทำความผิดซ้ำ อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 200,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งศาลอาจมีคำสั่งห้ามจ้างคนต่างด้าวเป็นระยะเวลา 3 ปี
ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2568 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 18 เมษายน 2568) ข้อมูลของกรมการจัดหางาน มีการตรวจสอบสถานประกอบการทั่วประเทศ 38,734 แห่ง และตรวจแรงงานต่างชาติ 523,706 คน พบการกระทำผิด 2,575 คน โดยเป็นการแย่งอาชีพคนไทย 883 คน ในจำนวนนี้พบแรงงานสัญชาติจีนที่กระทำผิดฐานแย่งอาชีพคนไทย 21 คน จากแรงงานสัญชาติจีนที่ถูกตรวจสอบ 9,189 คน อาชีพที่พบการกระทำผิดมาก ได้แก่ งานเร่ขายสินค้า งานตัดผม งานขับขี่ยานพาหนะ งานนวด รวมถึงการขายของหน้าร้านและงานกรรมกร
ทั้งนี้ แม้งานเสิร์ฟอาหาร งานบริการหน้าร้านอาหาร ชาวต่างชาติจะสามารถทำได้ แต่ก็ต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) อย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมช่วยสร้างการลงทุน การจ้างงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่หากมีการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบอาชีพสงวน หรือใช้โครงสร้างนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย อาจก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม กระทบต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทย และทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี อีกทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบการบังคับใช้กฎหมายของประเทศด้วย
ในฐานะประชาชนคนไทย สามารถจะมีส่วนร่วมในการช่วยเป็นหูเป็นตา และช่วยประเทศชาติได้ หากพบข้อสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดของคนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสต่อ กรมการจัดหางาน (สายด่วน โทร 1506 กด 2) หากสงสัยว่ามีการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือประกอบอาชีพต้องห้าม ขณะที่กรณีเกี่ยวกับการเข้าเมืองหรือการพำนักโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถแจ้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่