พิรุธ “เบิกทิพย์-คีย์ทิพย์” แหล่งข่าวระดับสูงยันระบบ “หมอพร้อม” ช่วยจับผิด เปิดเบื้องลึกสวมชื่อผู้ป่วยนอก ชี้ถ้าเปิดข้อมูลทั้งระบบ จะเห็นถึงขบวนการเบิกทิพย์ ที่ซ่อนอยู่ทั้งระบบสุขภาพไทย

จากกรณีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 69 มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก บัญชี Haru Sk ได้โพสต์ระบุว่าเห็นข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิต และเรื่องสุขภาพช่วงนี้ โดยได้พูดคุยกับเพื่อนว่าฉีดวัคซีนโควิดอะไรบ้าง จึงเข้าไปตรวจสอบประวัติวัคซีนในแอปหมอพร้อม แต่กลับต้องตกใจ เพราะพบว่ามีประวัติการเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลใน จ.ปทุมธานี ในช่วงเดือน ม.ค.–ก.พ. ที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่เคยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้เลย ที่ผ่านมามี อสม. มาตรวจอุจจาระให้ 1 ครั้ง เท่านั้น ไม่เคยรับยา และไม่เคยไปรักษาที่นี่ แต่กลับพบว่ามีรายการใช้สิทธิถึง 2 ครั้ง จึงอยากทราบว่าเกิดอะไรขึ้น? ใครเป็นผู้ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของตน และข้อมูลการรักษาที่ปรากฏในระบบเป็นของใคร ที่น่าสงสัยคือ รายละเอียดระบุส่วนสูงไม่ตรงตามความจริง จึงยิ่งทำให้สงสัยว่าข้อมูลคนไข้ที่ถูกบันทึกไว้ไม่ใช่ของตน อีกประเด็นคือ หากมีการจ่ายยา โรงพยาบาลจ่ายยาให้ใคร?


ขณะเดียวกันมีประชาชนที่เข้าไปตรวจสอบประวัติการรักษาพยาบาลในแอปหมอพร้อม พบว่ามีประวัติการรักษา โดยที่เจ้าตัวไม่เคยไปรักษาที่ รพ.สต. แห่งนั้นเลย และมีข้อมูลในแอปไม่ตรงกับข้อมูลจริงของเจ้าตัว

ล่าสุด วันที่ 27 ก.ค. 69 มีเภสัชกรร้านขายยาใน จ.นนทบุรี ลองโหลดแอปหมอพร้อมมาตรวจสอบประวัติตัวเอง พบว่ามีประวัติเจ็บคอโผล่รับยาที่ร้อยเอ็ด ทั้งที่ตอนนั้นอยู่ กทม.

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบทันที เนื่องจากมีนโยบายคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชนผ่านระบบMOPH PHR หรือประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ระบบดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มสำหรับรับ บันทึก และแสดงประวัติการเข้ารับบริการสุขภาพของประชาชนจากหน่วยบริการ


เคลมทิพย์-เบิกทิพย์ พิรุธทุจริตในระบบ


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง แหล่งข่าวระดับสูง ที่เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนาแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ระบุว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นคาดว่า ไม่ใช่ระบบหมอพร้อม ที่มีปัญหา เพราะระบบค่อนข้างมีเสถียรภาพ และมีระบบดิจิทัลฟุตพรินต์ ทำให้เกิดระบบการใช้งานที่โปร่งใส ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนจะไม่เคยเห็นว่า สถานพยาบาลทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นแล้วจึงตกใจ ซึ่งอาจเกิดจากเจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูลพลาด หรือตั้งใจคีย์ข้อมูลเพื่อมีความประสงค์บางอย่าง


สำหรับพิรุธ เรื่องการ “เคลมทิพย์” จะเป็นการส่งข้อมูลเพื่อไปเบิก สปสช. โดยที่คนไข้ไม่ได้เข้ารับบริการ แต่ระบบหมอพร้อมจะแสดงให้เห็นว่า ทำไมอยู่ดีๆ มีการเคลมทิพย์ชื่อเรา มันคือการยกระดับความโปร่งใสของระบบอีกขั้น ประชาชนจึงต้องมี Health ID เพื่อการตรวจสอบ ทาง สปสช. จึงต้องตอบให้ได้ว่าคุณจ่ายตังค์ที่หน่วยบริการหรือเปล่า และจ่ายได้ยังไงในเมื่อเคลมทิพย์ แสดงว่าระบบตรวจสอบมีปัญหา

ในแต่ละปีจะมีการทำธุรกรรม ประมาณ 300 ล้านครั้ง เป็นคนไข้ OPD หรือผู้ป่วยนอกที่จะมารับยาแล้วกลับบ้าน ประมาณ 200 ล้านครั้ง สปสช. ไม่ได้มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด แต่เมื่อมีแอปหมอพร้อม ข้อมูลคนไข้จะวิ่งไปที่เดต้าฮับ แล้วก็วิ่งกลับมาที่แอปพลิเคชันหมอพร้อม กรณีนี้สิ่งที่ควรทำคือ โรงพยาบาลรัฐทุกแห่งควรจะเข้าระบบนี้ เพื่อให้คนไข้สามารถตรวจสอบได้ และเป็นระบบที่ยืนยันถึงการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

แต่อีกประเด็นที่น่าสงสัยในกรณีนี้คือ การที่คนไข้จะเข้ารับการรักษา จะต้องยืนยันตัวตนด้วยการเสียบบัตรประชาชน และหลังเสียบบัตรข้อมูลเจ้าหน้าที่ของหน่วยรักษาพยาบาลสามารถเปิดได้ หรือบางครั้งอาจมีการเข้ารหัสผ่านเลขบัตรประชาชนของผู้มารักษา ซึ่งกรณีนี้ควรมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ไปยังหน่วยรักษาพยาบาลที่ต้นทาง เพื่อหาช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีการเบิกทิพย์เต็มไปหมด ไม่ว่าหน่วยงานใด และตอนนี้เป็นการยกระดับ อาจทำให้ประชาชนตกใจ เพราะว่ามีการเคลมทิพย์เข้าระบบ หากตรวจระบบย้อนหลัง จะเห็นเลยว่าใครคีย์เคลมทิพย์บ้าง แต่สิ่งนี้จะทำให้หลายโรงพยาบาลไม่กล้าเข้าระบบหมอพร้อม ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่ระบบหมอพร้อมไม่ดี แต่เรื่องที่อยู่ใต้พรม จะถูกเอามาขึ้นในระบบทั้งหมด จึงเกิดการต้านของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ผู้สื่อข่าวถามว่า ลักษณะการทุจริตที่เคยพบผ่านระบบมักเป็นในลักษณะไหน แหล่งข่าวระบุว่า จะเป็นการรักษาที่ไม่ต้องจ่ายยาซับซ้อน เช่น การนวด หรือออกไปรักษาตามชุมชน เพื่อให้ได้เบิกค่ารักษา โดยประเด็นข้อพิรุธที่เกิดจาก รพ.สต. หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เหมือนกับกรณีหน่วยนวัตกรรม 7 นางฟ้า ที่กลายเป็นประเด็นมหกรรมการโกง โดยพบพิรุธทุจจริตคีย์เบิกงบไปที่ สปสช. หรือกรมบัญชีกลางโดยตรง

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวยังระบุว่า พฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เป็นการ “เคลมทิพย์” หรือ “เบิกทิพย์” สามารถเกิดได้ทุกกองทุน ไม่ว่าจะเป็นในระบบกองทุนประกันสังคม หรือบัตรทอง ซึ่งถ้ามีการนำระบบหมอพร้อมมาเปิดดูย้อนหลังในทุกระบบ จะเห็นถึงพฤติกรรมการทุจริตได้ชัดเจนมากขึ้น

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น กระทรวงสาธารณสุข ควรมีการตั้งคณะสอบสวนว่าทำไมถึงมีการใช้ชื่อคนไข้ได้ โดยที่คนไข้ไม่เคยเข้ารับการรักษา โดยต้องไปตรวจดูที่ต้นทาง ซึ่งระบบของหมอพร้อม จะเห็นข้อมูลได้ชัดเจนว่า มีการทุจริตที่ต้นทางในส่วนไหน