ประชุม กสทช. ล่ม! 3 กรรมการวอล์กเอาต์ ทำองค์ประชุมไม่ครบ เห็นต่างปมสถานะประธานฯ ด้าน "นพ.สรณ" ประธาน กสทช. ย้ำเดินหน้าจัดประชุมฯ ต่อนัดหน้า 5 ส.ค. ยันตนยังไม่พ้นตำแหน่งจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการฯ
จากกรณีวันนี้ (27 ก.ค.69) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ผ่านมา ตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำโดยนายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือถึง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการ กสทช. รวมทั้ง 7 คน ก่อนการประชุม กสทช. ที่มีกำหนดเริ่มในเวลา 09.30 น. ถึงข้อกังวลเกี่ยวกับสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ภายหลังมติคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อำนวยการส่วนประจำสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร สำนักงาน กสทช. เป็นผู้รับมอบหนังสือ
ก่อนการประชุม เจ้าหน้าที่และพนักงานสำนักงาน กสทช. ได้นำดอกไม้มอบให้กำลังใจ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ซึ่งกล่าวกับสื่อมวลชนสั้น ๆ ว่า “ยังมีกำลังใจที่ดี” ก่อนเข้าห้องประชุมร่วมกับกรรมการ กสทช.
ต่อมา ที่ประชุมเริ่มหารือ โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุม 6 คน ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม แจ้งลาประชุม ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนี้
จากนั้นเมื่อเข้าสู่วาระการประชุม ได้เกิดการหารืออย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. ภายหลังคณะกรรมการสรรหามีมติในประเด็นคุณสมบัติ ก่อนที่กรรมการ กสทช. 3 คน จะยื่นใบลาประชุม และเดินออกจากห้องประชุมทำให้องค์ประชุมไม่ครบ และไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อได้
ภายหลัง ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ชี้แจงว่า กรรมการทั้ง 3 คนไม่ได้ “วอล์กเอาต์” แต่ได้ทำใบลาประชุมไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม โดยมีเจตนาจะเข้าร่วมประชุมและพิจารณาวาระต่าง ๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการขอหารือเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. ให้มีความชัดเจนก่อน แต่ไม่ได้รับโอกาสให้หารือ จึงตัดสินใจใช้ใบลาประชุมที่ได้ยื่นไว้ ซึ่งเห็นว่า หากร่วมประชุมทั้งที่ยังมีข้อกังวลเรื่องสถานะของประธาน กสทช. อาจทำให้มติที่ออกมามีความเสี่ยงด้านกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อกรรมการทุกคน รวมถึงผู้รับใบอนุญาต ผู้บริโภค และประชาชน
พร้อมย้ำว่า เมื่อช่วงเช้าสมาคมทีวีดิจิตอลก็ได้มายื่นหนังสือขอความชัดเจนในประเด็นเดียวกัน เนื่องจากกังวลว่าหากมีมติออกไปแล้วเกิดปัญหาทางกฎหมาย จะกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติดังกล่าว
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวยังมีแนวทางแก้ไขได้ โดยเสนอให้ร่วมกันหารือเพื่อหาทางออกขององค์กร และให้ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กสทช. ซึ่งคือนายกรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาหาทางออก เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เนื่องจากการพิจารณาของ กสทช. มีผลกระทบต่อประชาชนและหลายภาคส่วนในวงกว้าง พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า การยื่นใบลาประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่การคัดค้านการประชุมหรือการวอล์กเอาต์ แต่เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับมติของ กสทช. ในอนาคต
ด้านศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระบุว่า ในระหว่างที่ตนกำลังชี้แจงสถานะทางกฎหมายต่อที่ประชุม ได้มีกรรมการ กสทช. จำนวน 3 ท่าน เดินออกจากห้องประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบตามข้อบังคับ และจำเป็นต้องสั่งเลื่อนและปิดการประชุมในที่สุด อย่างไรก็ตาม ได้มีการนัดหมายการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 5 และ 6 สิงหาคมนี้ตามกรอบเวลาเดิม
สำหรับประเด็นสิทธิในการดำรงตำแหน่ง ประธาน กสทช. นั้น การที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่าตนสละสิทธิการเข้าดำรงตำแหน่ง ยืนยันว่า “ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว และได้โต้แย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหามาโดยตลอด” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในกรอบเวลา 90 วัน เรื่องนี้จึงยังถือว่าไม่มีข้อยุติเป็นที่สุด ซึ่งตามข้อกฎหมายตามมาตรา 20 วรรคสอง ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่า กสทช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งจะต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
“ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการ ผมก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าพระบรมราชโองการ คำวินิจฉัยไม่ได้หมายความว่าใหญ่กว่าพระบรมราชโองการ”
ทั้งนี้ ยอมรับว่า มีความกังวลแต่ทุกการทำงานมีความเสี่ยง ตนได้รับเลือกเข้ามาเพื่อใช้ดุลพินิจและทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ หากไม่จัดประชุมจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เนื่องจากมีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาตามกรอบเวลามากกว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องทีวีดิจิทัลและกิจการดาวเทียม ทั้งนี้ ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องรายได้ที่มีการพาดพิงจากฝ่ายสภาฯ