เปิดไทม์ไลน์ทลายเครือข่ายทุจริตสอบท้องถิ่น รวบ 3 ผู้ร่วมขบวนการ พิรุธผลคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน
วันนี้ (15 ก.ค.2569 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) แถลงข่าว ณ กองบังคับการปราบปราม รวบเครือข่ายสั่งการใหญ่ได้ 3 ราย
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ประสานความร่วมมือกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นบริษัท 3 เมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบแข่งขัน โดยในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน กำลังลักลอบแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้เข้าสอบบางรายสามารถสอบผ่านได้อย่างผิดกฎหมาย
...
ปฏิบัติการฉับพลันในวันนั้น นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัด โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 กระทรวงมหาดไทย ได้มอบอำนาจให้ นายสุบิน แสงสุริยา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อสืบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิด ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 (เอาไปเสียซึ่งเอกสาร) และในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดย นายชัย หงจำปา ก็ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อเอาผิดกลุ่มขบวนการดังกล่าวให้ถึงที่สุด
ภายหลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ลงมาควบคุมและเร่งรัดการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาหลักทั้ง 3 ราย ใน 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ซ่องโจร,เอาไปเสียซึ่งเอกสารตามมาตรา 188 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม จึงได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, นครปฐม และหนองคาย จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการได้ทั้งหมด
จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการได้ทั้งหมด ดังนี้
จ.ส.ต.พิชิต ผู้ต้องหารายแรก ได้เข้ามอบตัว ณ กองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นายวิน อดีตกรรมการผู้ตรวจสอบ สถาบันการบินพลเรือน ซึ่งเป็นตัวการร่วมรายสำคัญ โดยมีพฤติการณ์หลบหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยต้องส่งชุดสืบสวนไปฝังตัวเฝ้าจุดกบดานนานถึง 3วัน ก่อนจะประสานความร่วมมือทางการทูตและตำรวจลาว จนสามารถบุกรวบตัวกลับมาดำเนินคดีได้สำเร็จ
น.ส.ศตพร น้องสาวของนายวิน กบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนเฝ้าติดตามและสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 8 วันก่อนเข้าทำการจับกุม
...
แม้การทำงานครั้งนี้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ความซับซ้อนของคดี และความกดดันในหลายด้าน แต่ด้วยการบูรณาการร่วมกันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หน่วยงานอย่าง ป.ป.ท. ตลอดจนความร่วมมืออันดีจากสถานทูตลาว ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 17 วัน เท่านั้นในการปิดจ๊อบรวบตัวกลุ่มผู้สั่งการใหญ่ได้ครบถ้วน
นายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า หลังจากนี้จะระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อขยายผล ไล่ล่า และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตนี้ทุกรายอย่างเด็ดขาดและถึงที่สุด เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ความโปร่งใส และคืนความชอบธรรมให้แก่ระบบการสอบคัดเลือกข้าราชการไทยสืบไป
และสั่งการให้ดูความผิดปกติของผู้ที่มารายงานตัวรวมทั้งหมด 14,988 คน จากผู้สอบได้ทั้งหมด 15,520คน เปรียบเทียบจากคะแนนที่เขียนไว้ที่กระดาษคำตอบกับคะแนนที่ประกาศรายชื่อ ขณะนี้มีผู้ที่คะแนนไม่ตรงกันทั้งหมด 5,814 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ กลุ่มที่ 1 คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 3,621 คน กลุ่มที่ 2 คะแนนผ่านเกณฑ์แต่ถูกอัพขึ้น จำนวน 1,713 คน กลุ่มที่ 3 คะแนนต่างกัน 1 คะแนน 480 คน