ฟันผิด “บ่อขยะเถื่อนระยอง” ลอบเปิดนาน 6 เดือน ขยะกองเป็นภูเขา-พบกากอุตสาหกรรม ชาวบ้านหวั่นสารพิษปนเปื้อน ซึมลึกถึงน้ำบาดาล  

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ได้ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หลังพบกองขยะและวัสดุเหลือใช้ปริศนา บริเวณหมู่ 4 ริมถนนสายนิคมพัฒนา-ปลวกแดง ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง ซึ่งสงสัยว่าอาจเป็นขยะอุตสาหกรรมหรือขยะอันตราย และน้ำชะขยะอาจไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำดอกกราย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด หรือซึมลึกลงสู่น้ำบาดาลได้ 

นายรุ่งนิรันตร์ โหมดศิริ นายกเทศมนตรีตำบลแม่น้ำคู้ ฝ่ายปกครองอำเภอปลวกแดง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บข้อมูลและหลักฐาน โดยบริเวณดังกล่าว พบกองขยะจำนวนมาก อาทิ เศษพลาสติก เศษโฟม ถุงมือยาง กระป๋องบรรจุสารทำละลาย เศษไม้ เศษกระดาษ เศษผ้า รวมถึงวัสดุเหลือใช้อีกหลายชนิด ถูกนำมากองไว้ในบ่อดินเก่าขนาดประมาณ 5 ไร่กลางไร่สับปะรด พบว่าน้ำในสระมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น

ล่าสุดวันนี้ (15 ก.ค.2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำ พบค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ที่ 5.0 อยู่ในระดับค่อนข้างเป็นกรด พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์หาโลหะหนักและสารปนเปื้อน เพื่อประเมินว่ามีสารอันตรายรั่วไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมหรือไม่   

ขณะเดียวกัน นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง พร้อม ทสจ.ระยอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง โดยเจ้าของที่ดินอ้างว่าได้เปิดให้มีการนำขยะมาทิ้งหวังถมบ่อ เพื่อใช้ประโยชน์ ไม่คิดว่าจะมีความผิด เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลแม่น้ำคู้ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินตาม พรบ.การสาธารณสุข พรบ.การจัดการสิ่งแวดล้อม นำปิดประกาศทางเข้าห้ามไม่ให้เจ้าของอนุญาตให้มีการนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้งอีก 

ส่วนการขนขยะออกกำจัดอย่างถูกวิธีนั้น ต้องให้เจ้าของดำเนินการ หากไม่ดำเนินการทางเทศบาลแม่น้ำคู้จะเข้าไปจัดการ และเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการจากเจ้าของต่อไป ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายก่อนเข้าเคลียร์กองขยะ

ด้านเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เตรียมแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดิน หลังตรวจสอบว่าขยะที่นำมาทิ้ง ส่วนหนึ่งเป็นขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม และเร่งสืบหาตัวโรงงานอุตสาหกรรมที่นำมาทิ้ง เพื่อดำเนินคดีด้วย 

นายกัฬชัย เปิดเผยว่า ขยะส่วนหนึ่งเป็นขยะกากอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องสืบหาโรงงานที่ลักลอบมาทิ้งเพื่อดำเนินคดีด้วย โดยท้องถิ่นฯ เจ้าของพื้นที่ได้เร่งแก้ไขปัญหาเร็วที่สุด เนื่องจากขยะดังกล่าวถูกนำมาทิ้งนานกว่า 6 เดือนแล้ว ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัด จะมีการตั้งคณะทำงานติดตามและแก้ไขปัญหาต่อไป 

ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยประเด็นนี้เพิ่มเติมกับนายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ สส.ระยอง เขต 5 พรรคประชาชน ซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวมีประชาชนในบริเวณใกล้เคียงร้องเรียนเข้ามาเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2569 ว่ามีบ่อขยะผิดกฎหมาย เบื้องต้นมีการขนขยะเข้ามาทิ้งอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกองภูเขาขยะขนาดใหญ่ หวั่นจะเป็นขยะอันตรายและมีสารพิษปนเปื้อนเข้าสู่น้ำบาดาล

พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ชุมชนหนาแน่นประมาณหนึ่ง แต่ยังมีบ้านเรือนประชาชนอยู่ในพื้นที่บางส่วน เบื้องต้นทราบว่าทางเจ้าของได้ขุดนำดินนำไปขายจนกลายเป็นบ่อลึก ก่อนจะเปิดรับทิ้งขยะเที่ยวละ 400-800 บาท ซึ่งมีขยะแทบทุกประเภท ทั้งขยะที่ออกจากไซต์งานก่อสร้าง ขยะครัวเรือน รวมถึงขยะโรงงานอุตสาหกรรมในนิคม โดยมีการพบแกลลอน “น้ำยาเร่งแข็ง” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและโรงงานต่างๆ  

ทั้งนี้มีการประสานงานลงพื้นที่ตรวจสอบและประชุมหาแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานเทศบาลในการ ล่าสุดมีการดำเนินคดีกับเจ้าของที่ดินแล้วก่อนสืบสวนถึงตัวผู้นำมาทิ้งต่อไป โดยเทศบาลตำบลแม่น้ำคู้ ได้แจ้งความดำเนินคดีในความผิด ม.18 และ ม.19 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย 2535

ขณะที่เดียวกันหากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ตรวจสอบและตัดสินว่าขยะดังกล่าวจัดเป็นขยะปนเปื้อน เข้าข่าย “วัตถุอันตราย” ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ส่วน คพ.จะเข้ามาประเมินว่าควรใช้วิธีการใดในการฟื้นฟูดินและแหล่งน้ำที่เหมาะสมต่อไป

“พื้นที่นี้ไม่ได้มีการทิ้งขยะเมื่อวาน แต่มีการทับถมมาเป็นระยะเวลาพอสมควร คาดว่าจะมีผู้นำมาทิ้งหลายเจ้า อยากให้ประเด็นนี้เป็นที่สนใจ ถ้ามีตรงไหนก็อยากให้พี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามาได้เลย เพราะตอนนี้อาจมีชาวบ้านที่พบเห็นแต่ไม่กล้าแจ้งเพราะกลัวผู้มีอิทธิพล จะได้กล้ามากขึ้นและเป็นหน้าที่พวกผมในการไปลุยต่อ”

ทั้งนี้ทางทีมงานจะมีการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชวนทีมจังหวัดมาหาแนวบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาวต่อไป

เสนอแก้ปัญหา “ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ”

ในการแก้ปัญหาระยะยาว นายวัชรพงษ์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ประการแรกคือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องใช้อำนาจที่มีในการดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิด ในทุก พ.ร.บ.และข้อกฎหมายที่หน่วยงานถืออยู่ เพื่อเป็นการตัดตอนบ่อขยะเถื่อนเหล่านี้ เมื่อไม่มีบ่อเถื่อน ผู้ที่ต้องการทิ้งขยะก็จะนำขยะไปจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่พบเห็นบ่อขยะเหล่านี้ แจ้งเข้ามายัง สส.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าตรวจสอบและดำเนินคดี

ประการต่อมา มองว่าขยะเหล่านี้อาจเป็นขยะที่ออกมาจากโรงงานทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งต้องมีการตั้งทีมเพื่อเข้าไปสุ่มตรวจโรงงานว่าได้มีการว่าจ้างบริษัทกำจัดขยะหรือมีใบนำส่งออกถูกต้องหรือไม่ เมื่อเอาไปเข้าโรงกำจัดทางโรงกำจัดก็ต้องส่งใบรับรองรายงานต่อกรมโรงงาน มีการตรวจสอบในทุกขั้นตอน