นายกฯ สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดสาเหตุทุเรียนใต้ราคาตก พร้อมแนะ 3 ทางออก ส่งออกจีนสะดุดยาว “หนอนใต้” ทำพิษ

ทุเรียน สินค้าส่งออกสำคัญของไทย โดยปีนี้ 2569 มีโอกาสทำลายสถิติของปีที่แล้ว 2568 ที่มูลค่าการส่งออกอาจสูงถึง 150,000 ล้านบาท แต่สถานการณ์ราคาทุเรียนทางภาคใต้ กำลังเผชิญวิกฤตหนัก จากราคาที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นช่วงก่อนฤดูกาลส่งออกทุเรียนในเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐ ได้คุยกับ สัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย ในประเด็นดังกล่าว พบว่า ปัจจุบันทุเรียนหนามเขียวมีราคาซื้อขายกิโลละ 70 - 75 บาท แต่หากซื้อทางภาคใต้จะมีราคาถูกลงประมาณ 10 - 15 บาท คืออยู่ที่กิโลละ 65 - 70 บาท ส่วนทุเรียนที่นำไปแกะเนื้อจะมีราคาอยู่ที่กิโลละ 60 - 65 บาท


ทุเรียนใต้และทุเรียนอุตรดิตถ์ กำลังประสบปัญหาเดียวกันคือ การเจอ “ทุเรียนหนอน” โดยทุเรียนภาคใต้ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นทุเรียนภูเขา มีลักษณะลำต้นสูง ทำการฉีดยาเพื่อดูแลรักษาเป็นไปได้ยาก

...

พร้อมเล่าถึงขั้นตอนการส่งออกทุเรียนทางภาคใต้ไปยังประเทศจีน ที่ต้องเสียภาษีก่อนจึงจะทำการตรวจสอบสินค้าภายใน และหากตรวจสอบแล้ว ถ้าพบหนอนในทุเรียน แม้แต่ 1 ตัว จะทำการตีกลับทุเรียนล็อตนั้นทันที โดยไม่คืนค่าภาษีที่เสียไปก่อนหน้า ส่งผลให้คนขายไม่กล้าเสี่ยงส่งออกทุเรียนไปที่จีน จึงทำให้ทุเรียนราคาตก

เมื่อส่งออกไม่ได้ ทางออกสุดท้ายคือการนำไปแกะเนื้อเข้าห้องเย็น เพื่อทำทุเรียนแช่แข็ง ซึ่งมีต้นทุนที่สูง เนื่องจากโดนล็อกราคาไว้ด้วยกลไกตลาด โดยหากรับซื้อทุเรียนดิบมาสูงกว่ากิโลละ 60 - 65 บาท โรงงานก็อยู่ไม่ได้ เนื่องจากต้องไปแข่งราคากับทุเรียนแช่แข็งจากประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ดังนั้นทุเรียนที่มีคุณภาพดีไม่ได้ราคาตก แต่ทุเรียนที่ราคาตกก็คือทุเรียนที่มีปัญหาเรื่องของหนอนในภาคใต้

ทุเรียนภาคใต้ แนวทางการแก้ปัญหา

นายสัญชัย ย้ำว่าปัญหาหนอนในทุเรียนภาคใต้สามารถปราบได้ หากทำอย่างถูกวิธีและถูกเวลา เช่น ช่วงผลทุเรียนมีขนาดเท่าไข่ไก่ที่แมลงกำลังจะวางไข่ แต่ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของหน่วยงานภาครัฐไทย มักคิดโครงการขึ้นมาแล้วไม่ได้ลงมือทำจริงจัง เช่น การทำกับดักฟีโรโมนล่อแมลง หรือการใช้ไฟล่อ


ดังนั้น ทางภาครัฐทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องร่วมมือกันประกาศให้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อร่วมมือกันในการจัดการปัญหานี้อย่างเด็ดขาด โดยแนะนำ 3 แนวทาง คือ

1. การล่อด้วยฟีโรโมนของแมลงตัวผู้

2. การฉีดยาลงดิน เพื่อทำลายไข่และของแมลงที่อยู่ในดิน

3. การฉีดยาตามรอบเวลา ฉีดพ่นในช่วงที่แมลงออกวางไข่

หากปล่อยปละละเลยไม่เร่งแก้ไข ปัญหา "หนอนใต้" นี้อาจจะแพร่ระบาดลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนควบคุมไม่ได้ เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต



...