เปิดแนวทางซ่อมอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน อาจใช้เวลานานสุด 15 วัน “นายกวิศวกรรม” ชี้ ความยากในการปรับระดับน้ำใต้ดิน อาจต้องรื้อสะพานลอย เพื่อใช้เครื่องมือพิเศษ ส่วนตึกรอบข้างยังต้องฟื้นฟูหลังซ่อมอุโมงค์เสร็จ
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ได้เกิดเหตุการณ์ น้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า ในพื้นที่เขตก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่รวมไปถึงผู้ที่ต้องใช้เส้นทางนั้นในการเดินทางในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐได้พูดคุยกับ รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการแก้ไขของเหตุการณ์ในครั้งนี้
ต้นเหตุของการรั่วซึม
โดยปกติแล้วอุโมงค์รถไฟใต้ดินจะสร้างแยกเป็น 2 ฝั่งคู่กัน (ฝั่งไปและฝั่งกลับ) เพื่อให้รถไฟวิ่งสวนกันได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีปัญหาเกิดขึ้นแค่เพียงฝั่งเดียว ส่วนอีกฝั่งหนึ่งยังแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติรองศาสตราจารย์เอนก กล่าวถึงต้นตอของเหตุการณ์นี้ว่า เกิดจาก บ่อรวมน้ำ หรือ Sump pit ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีไว้ตรงกลางระหว่างสถานี และตามแนวเส้นทางเดินรถ มีการเก็บน้ำใต้ดินเข้าสู่บ่อ และสูบออกอยู่เป็นประจำ แต่ในปัจจุบันน้ำใต้ดินมีระดับสูงขึ้นโดยธรรมชาติ คาดเกิดจากการที่ กทม. ไม่ให้ทำการสูบน้ำบาดาล ส่งผลให้เดิมที่มีระดับน้ำใต้ดินอยู่ที่ความลึกประมาณ 20 - 21 เมตร แต่ตอนนี้ระดับน้ำมีความลึกประมาณ 10 เมตร ซึ่งทำให้มีปริมาณน้ำในดินมากกว่าปกติ จนเกิดการรั่วซึมเข้ามาในอุโมงค์รถไฟฟ้า
...
แนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมอุโมงค์รถไฟฟ้า
รองศาสตราจารย์เอนก กล่าวว่า ปัจจุบันนั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนของการอุดรอยรั่ว โดยใช้วิธีการทางเคมีที่เรียกว่า การเกร้าท์ หรือ Grouting คือ การฉีดสารเคมีเข้าไปเพื่ออุดรอยรั่วในอุโมงค์ ซึ่งต้องใช้แรงดันที่สูง จนต้องทำการขออนุญาตทาง กทม. ในการนำสะพานลอยบริเวณดังกล่าวออกชั่วคราว และจะสร้างคืนให้ภายหลังจากทำการอุดรอยรั่วแล้วเสร็จ
อีกหนึ่งทางออก หากวิธีแรกไม่สำเร็จ หรือมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาอุโมงค์รถไฟฟ้ามากขึ้น จะต้องทำการกั้น โดยปิดอีกด้านของอุโมงค์รถไฟฟ้า เป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร ซึ่งเฉพาะกระบวนการในการปิดช่องว่างนี้อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 5 - 7 วัน หลังจากนั้นจะเป็นการประสานงานกับการประปานครหลวง ในการเตรียมน้ำ สำหรับเติมช่องว่างให้เต็มเพื่อสร้างความสมดุล โดยอาจใช้น้ำเป็นปริมาณมากถึง18,000 คิวบิกเมตร โดยปกติแล้วคนเราใช้น้ำเดือนละ 20 คิวบิกเมตร
และสุดท้ายอีกหนึ่งกระบวนการแก้ปัญหาคือ การใช้อากาศเข้าไปแทนที่น้ำ หรือที่เรียกว่า Air Lock ซึ่งหากเลือกใช้วิธีนี้ต้องใช้ระยะเวลาถึง 14 วัน เนื่องจากขนาดของอุโมงค์มีความกว้างมากดังนั้นระยะเวลาดำเนินการในการแก้ไขสถานการณ์ จะอยู่ที่ประมาณ 5 - 15 วัน โดยรองศาสตราจารย์เอนก มองว่า หากเติมน้ำเข้าไปเพื่อสร้างความสมดุลภายในอุโมงค์ก็เพียงพอ และระหว่างนั้นต้องติดตามดูการทรุดตัวของอุโมงค์ต่อไป
ส่วนการทรุดตัวของอาคารที่อยู่ในรอบพื้นที่ ตอนนี้มีผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือหลายหน่วยงาน โดยอัตราการทรุดตัวของดินยังคงที่ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสที่จะดีขึ้นเท่าเดิม ซึ่งการซ่อมแซมตึกรอบข้าง จะต้องเป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ที่ทำรถไฟฟ้า ในการจะฟื้นฟูตึกรอบข้างให้กับประชาชนใกล้เคียง
...
และฝากทิ้งท้ายถึงประชาชนว่า ตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ พร้อมแสดงความเข้าใจและเป็นห่วงต่อคนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ
...