ทลายแก๊ง “ถอดเกล็ดมังกร” เมื่อคนไทยเกิดน้อย แต่ “ทุนจีนเทา” จ้างปั้น “พ่อทิพย์” สวมสัญชาติ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล-ราชการ มีส่วนรู้เห็น พบเคสเด็กจีน 1 ราย ชื่อพ่อทิพย์คือ ผู้ถือหุ้นบริษัทสัญชาติจีน สร้างตึก สตง.
ในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตประชากร “คนไทยเกิดน้อย” จนยอดเด็กเกิดใหม่ดิ่งลดลงอย่างน่าใจหายในแต่ละปี แต่ในทางกลับกัน ข้อมูลทางทะเบียนราษฎรกลับพบความผิดปกติ เมื่อมีกลุ่มเด็กลูกครึ่ง “แม่จีน-พ่อไทย” โผล่ขึ้นมาเป็นจำนวนมากในระบบ และนี่คือต้นตอของปฏิบัติการล้างบางขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติครั้งใหญ่ที่กำลังกัดกินความมั่นคงของชาติ เมื่อ “ทุนจีนสีเทา” สบช่องโหว่ใช้เงินฟาด ซื้อตัวคนไทยมาเป็น “พ่อทิพย์” เพื่อเสกสัญชาติไทยให้ลูกหลานมังกรอย่างผิดกฎหมาย
ขบวนการนี้ไม่ใช่แค่การแจ้งเกิดเท็จธรรมดา แต่ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน มีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรทางการแพทย์คอยกรุยทางให้ ตั้งแต่เตียงคลอดในโรงพยาบาลไปจนถึงโต๊ะทำงานบนสำนักงานเขต
...
เปิดฉากปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร”
วันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าของสโลแกน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติดพิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาล ร่วมกับ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) และ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง นำทีมคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปปท., ปปง., และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” (ทลายเครือข่ายพ่อทิพย์) ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าล้างบางระบบทะเบียนราษฎรมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น
18 มิถุนายน 2569 ปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” จับกุมปลัดอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย
4 กรกฎาคม 2569 ปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” สวมบัตรทะเบียน 0 จับกุมปลัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช)
และล่าสุดในวันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) ได้นำไปสู่การขอออกหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางจำนวน 40 คน และออกหมายค้นรวม 53 หมาย เพื่อเข้าเช็กบิลเครือข่ายใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
...
แกะรอยจาก “สแกมเมอร์หมื่นล้าน” สู่ขบวนการปั้นสัญชาติ
จุดเริ่มต้นของคดีนี้ สืบเนื่องมาจากห้วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้จับกุม นายเฉิน ยินไล ชายสัญชาติจีน ซึ่งเป็นแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านบาท
เมื่อตำรวจสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน กลับพบความผิดปกติครั้งใหญ่ มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยัง นางสาวเป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีนของนายเฉิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นางสาวเป้าเจียว มีบุตรจำนวน 3 คน และเด็กรวมถึงตัวเธอได้รับสัญชาติไทย!
จากการสืบสวนเชิงลึกร่วมกันระหว่างกรมการปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า มีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับนางสาวเป้าเจียว เพื่อแสดงตัวเป็น “บิดา” ของบุตรอย่างเป็นทางการ โดยมีการซื้อแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตคอยอำนวยความสะดวกช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิด เพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ได้มีการเปิดปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” จับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 6 คน(ชาวจีน 2 คน, ชายไทยรับจ้างจดทะเบียน 3 คน, เจ้าหน้าที่เขต 1 คน) และเพิกถอนสัญชาติเด็กไปแล้ว 5คน แต่ตำรวจยังไม่หยุดแค่นั้น เพราะนี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง
...
บุคลากร รพ. จับมือ เจ้าหน้าที่เขต เปิดดีล “พ่อทิพย์” 7 หมื่นบาท
จากการประสานงานระหว่าง ศปชก.ตร. และ DOPA N.I.C.E. เพื่อสืบสวนขยายผลต่อ จนกระทั่งพบตัวละครสำคัญที่เป็น "คีย์แมน" ในการเดินสายระบบทุจริตนี้ ประกอบด้วย
นางสาวสุนีย์ (สงวนนามสกุล) หรือ นางสาว ส. หญิงชาวไทย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี ทำหน้าที่เป็น "นายหน้า" คอยติดต่อกับกลุ่มคนจีนที่ต้องการให้ลูกได้สัญชาติไทย โดยชักชวนให้มาซื้อแพ็คเกจคลอดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ ประมาณ 20,000 บาท ในการจัดเตรียมเอกสารรับรองการเกิด พร้อมทั้งจัดหาชายไทยมารับจ้างจดทะเบียนสมรสหรือรับรองว่าเป็นบิดา โดยให้ค่าจ้างคนไทยเหล่านั้นเพียง2,000 - 15,000 บาท
นางสาวศิริพร (สงวนนามสกุล) หรือ นางสาว ศ. เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียน คอยอำนวยความสะดวกและรับแจ้งการเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่ารู้เห็นเป็นใจกับ น.ส.สุนีย์
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบลึกลงไปในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง ก็ต้องตะลึง!เพราะพบรายการแจ้งเกิดระหว่างมารดาชาวจีนกับบิดาสัญชาติไทยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้สูงถึง164 คน
...
ที่น่ากลัวคือ ในจำนวนนั้นเป็นเคสที่ น.ส.สุนีย์ (เจ้าหน้าที่ รพ.) เป็นผู้แจ้งเกิด และมี น.ส.ศิริพร (เจ้าหน้าที่เขต) เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้ง มากถึง 62 คู่! เจ้าหน้าที่จึงปูพรมตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งการสอบปากคำพ่อไทย-แม่จีน, ตรวจสอบเวชระเบียนของโรงพยาบาล และที่หมัดเด็ดคือ "การตรวจดีเอ็นเอ(DNA)" จนยืนยันชัดเจนว่า บิดาคนไทยไม่ใช่พ่อแท้ๆ เป็น "พ่อทิพย์" แน่นอนแล้วอย่างน้อย 20 คน
อนุมัติหมายจับ 40 ราย ศาลชี้กระทบความมั่นคงชาติ
เมื่อพยานหลักฐานมัดแน่น วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 DOPA N.I.C.E. จึงได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ นำไปสู่การออกหมายจับจากศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ทลายเครือข่ายรวม 40 คน ในข้อหาหนัก ทั้งร่วมกันแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ม.157ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ ม.162 เจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ โดยแบ่งเป็น:
นางสาว ส. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน 1 ราย
นางสาว ศ. เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี 1 ราย
ชายสัญชาติไทย (พ่อทิพย์) 17 ราย
มารดา สัญชาติจีน 16 ราย
บิดา สัญชาติจีน 5 ราย
ผลการปฏิบัติการล่าสุดสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 16 คน (เจ้าหน้าที่ รพ., เจ้าหน้าที่เขต, พ่อทิพย์ 7คน, แม่จีน 5 คน, พ่อจีน 2 คน) ส่วนที่เหลืออีก 26 คน อยู่ระหว่างการเร่งติดตามจับกุม
พบคดีพีก! เด็กถือ 2 สัญชาติ-พ่อทิพย์ระดับบิ๊กรับเหมาฯ
จากการแกะรอยในปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบเคสที่น่าสนใจและผิดปกติอย่างรุนแรง 2 กรณี ได้แก่
กรณี ด.ช. ค. (แจ้งเกิดซ้ำซ้อน สองสัญชาติ) เด็กเกิดวันที่ 8 ม.ค. 2567 แจ้งเกิดครั้งแรกที่เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา เพื่อให้ได้สัญชาติจีน จากนั้นวันที่ 23 ม.ค. 2569 กลับมาแจ้งเกิดซ้ำอีกครั้งที่โรงพยาบาลเอกชนย่านธนบุรีผ่านเขตธนบุรี เพื่อให้ได้สัญชาติไทย จนทำให้เด็กคนนี้มีทั้งเลขประจำตัวประชาชนไทย และมีพาสปอร์ตจีนในชื่อ "ด.ช. ห." ตรวจสอบพบพ่อแม่แท้ๆ คือ นายซูเหวียน และนางอู่เหมย ชาวจีน ส่วนพ่อทิพย์คือ นาย ว. ซึ่งทั้งหมดจำนนต่อหลักฐานและรับสารภาพแล้ว
กรณี ด.ช.น. (พ่อทิพย์ดีกรีไม่ธรรมดา) ตามทะเบียนระบุว่าพ่อคือ นาย ป. และแม่คือ นางเสี่ยวอิ๋ง ชาวจีน ซึ่งตอนแรก นาย ป. ยังปากแข็งปฏิเสธและอ้างว่าเป็นพ่อแท้ๆ แต่เมื่อผลตรวจ DNA ออกมากลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด นอกจากนี้ยังตรวจพบอีกว่า นาย ป. (พ่อทิพย์รายนี้) มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทรับเหมาก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งมีประวัติเคยรับงานบิ๊กโปรเจกต์ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง และรวมถึงอาคารภาครัฐที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาอีกด้วย
มาตรการขั้นเด็ดขาด: ถอนสัญชาติ เนรเทศพ้นแผ่นดิน
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ย้ำชัดว่า การปั้น "พ่อทิพย์" เพื่อเปิดทางให้เด็กต่างด้าวได้สัญชาติไทยโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทยนั้น ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้าน ทั้งทางด้านสังคม การศึกษา การครอบครองสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาวอย่างประเมินค่าไม่ได้
ขณะนี้ กรมการปกครองได้สั่งการให้นายทะเบียนดำเนินการ เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริต และเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนจีนในเคสที่ตรวจสอบชัดเจนแล้วทั้ง 20 คนทันที พร้อมส่งไม้ต่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พิจารณาเนรเทศคนต่างด้าวกลุ่มนี้ออกนอกราชอาณาจักรตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อลงทัณฑ์ทางวินัยและดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาด ด้านสำนักงาน ปปง. จะเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำความผิดในฐานความผิดมูลฐานการฟอกเงินต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่า นี่คือภารกิจด้านความมั่นคงที่จะไม่มีการผ่อนปรน หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมจ้างแต่งงาน จ้างรับรองบุตร หรือการทุจริตทางทะเบียนราษฎร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันปกป้องผืนแผ่นดินไทยไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ!