สำรวจ “เวียงจันทน์” ฐานทัพใหม่สแกมเมอร์จีน ลวงเหยื่อสแกนหน้า-ฐานฟอกเงินใหญ่ ภัยเงียบประชิดรั้วบ้านไทย
หลังจากที่ทีม SEE TRUE ได้ลงพื้นที่สำรวจความเปลี่ยนแปลงของเมืองท่าแขก สปป.ลาว จนพบการแทรกซึมของกลุ่มทุนจีนสีเทา ทีมงานจึงได้สำรวจเป้าหมายต่อไปคือ "นครหลวงเวียงจันทน์" เมืองหลวงของ สปป.ลาว ซึ่งได้รับข้อมูลระบุว่า ที่นี่ได้กลายเป็นฐานทัพใหม่ของแก๊งสแกมเมอร์เช่นกัน
เมื่อต้นปี 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย พบพฤติกรรมน่าสงสัยในหอพักแห่งหนึ่ง เมื่อวัยรุ่นชายหญิงคู่หนึ่ง ทำการเช่าห้องแต่ไม่เข้ามาพักอาศัย ภายหลังตรวจพบว่ามีการแอบดัดแปลงสายไฟขึ้นไปบนฝ้าเพดานโดยที่เจ้าของหอพักไม่ทราบเรื่อง เพื่อติดตั้งเครื่องซิมบ็อกซ์ถึง 3 เครื่อง แต่ละเครื่องสามารถรองรับซิมการ์ดได้สูงสุดถึง 32 ซิม พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย 2 เครื่อง ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในพื้นที่ ที่อำพรางเครื่องซิมบ็อกซ์หลบตาเจ้าหน้าที่ไว้อย่างดี
...
ในปลายปี 2568 คลิปวิดีโอชุดหนึ่งถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียของ สปป.ลาว ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่านี่คืออุปกรณ์ของกลุ่มสแกมเมอร์แห่งใหม่ใน สปป.ลาว โดยตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว ในพื้นที่หลักกิโลเมตรที่ 16 ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติลาว โดยภายในตึกนี้มีอุปกรณ์สำนักงาน ทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ
ทีมงาน SEE TRUE เดินทางมาถึง จ.หนองคาย เพื่อวางแผนเตรียมมุ่งหน้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าศูนย์สแกมเมอร์นี้อยู่ใกล้สนามกีฬาและใน google maps นั้นระบุว่าพื้นที่นี้เป็นศูนย์สแกมเมอร์อย่างชัดเจน ทันทีที่ข้ามสะพานมิตรภาพไทย - ลาว ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ก็เดินทางมาถึงสนามกีฬาแห่งชาติลาวตามคลิปที่เคยถูกเผยแพร่ในโซเชียลไปก่อนหน้า
เมื่อทีมงานขับรถวนสำรวจรอบอาคารสูงราว 10 ชั้น พบว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบ เสมือนเป็นอาคารส่วนตัว ทางเข้ามีรปภ.คอยดูแล ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน ตึกแต่ละชั้นเป็นกระจกใสและมีม่านปิดมิดชิด บางจุดเผยให้เห็นโต๊ะ - เก้าอี้สำนักงาน คล้ายกับในคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ไปก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีเสาสัญญาณติดตั้งบนยอดตึก และยังพบคนจีนยืนอยู่ภายในอาคารแห่งนี้อีกด้วย
ถัดจากตึกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์รวมสแกมเมอร์แห่งใหม่นั้น จะมีลักษณะเป็นไซต์งานก่อสร้าง มีการติดตั้งลวดหนามหีบเพลงตั้งแต่อาคารดังกล่าวยาวไปถึงถนนสายหลักและมีกำแพงสังกะสีถูกปิดกั้นตลอดแนว
ทีม SEE TRUE ได้พูดคุยกับ โจเซฟ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวลาว ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ เขาเปิดเผยข้อมูลสำคัญและยืนยันว่าอาคารตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติลาวนี้ คือตึกของกลุ่มสแกมเมอร์ที่หลอกลวงเงินจากเหยื่อไปทำการฟอกเงิน นั่นจึงทำให้เข้าใจได้ว่า อาคารศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้ อาจพัวพันและถูกกำกับดูแลโดยกลุ่มตระกูลทางการเมืองของลาว
หลังจากนั้นทีม SEE TRUE ได้ขับรถมุ่งหน้าสู่เมืองศรีโครตตะบอง เมืองอีกแห่งของนครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีเป้าหมายคือการสำรวจศูนย์การค้าสากลซังเจียง ที่ถือเป็นศูนย์กลางการค้าส่ง - ค้าปลีกสินค้าจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลาว และมีคนจีนอาศัยหนาแน่นในเมืองแห่งนี้
เมื่อเข้าสู่เขตศูนย์การค้าสากลซังเจียง จะพบเอกลักษณ์ความเป็นเมืองจีนปรากฏให้เห็นชัดขึ้น ทั้งป้ายข้อความต่างๆ มีการผสมระหว่างอักษรลาวกับอักษรจีน รวมไปถึงสถานบันเทิง โรงแรม ที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย
...
ข้อมูลจากแหล่งข่าว ระบุว่าก่อนหน้านี้มีการจับกุมผู้ต้องหาบัญชีม้าและมีการขยายผลจนทราบว่ามีการหลอกเหยื่อมาสแกนหน้าในโรงแรมหลายแห่งของเมืองนี้ ด้วยสภาพเมืองที่มีแต่คนจีน จึงอาจจะเอื้อให้มีการประกอบธุรกิจสีเทาขึ้น และเมื่อสำรวจภายในศูนย์การค้า พบว่าสินค้าเกือบทั้งหมดของที่นี่คือสินค้าจีน เมืองแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนไชน่าทาวน์ของ สปป.ลาว
ท่ามกลางสถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์แตกรัง ย้ายฐานจากกัมพูชา เมียนมา มุ่งสู่ลาว นี่อาจเป็นคลื่นใต้น้ำที่ค่อยๆ กัดเซาะและก่อตัวเป็นภัยร้ายขนาดใหญ่ เมื่อทุนจีนสีเทาค่อยๆ คืบคลานประชิดชายแดนไทย การรู้เท่าทันสแกมเมอร์ก่อนตกเป็นเหยื่อ จึงเป็นสิ่งที่คนไทยควรช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ให้มังกรวายร้ายแผ่อิทธิฤทธิ์กระจายมาแผ่นดินไทย
ติดตามได้ในภารกิจ SEE TRUE ให้คุณเห็นความจริง ติดตามต่อเนื่องตั้งแต่ 13 - 14 ก.ค. 69 ทางรายการไทยรัฐนิวส์โชว์ หลังเวลา 21.00 น.
...