ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โกงมานาน ย้อนเล่ห์โกง 5 ปี ย้อนหลังมีทั้ง “คนใน-คนนอก” รู้เห็นเป็นใจ

ท่ามกลางความหวังของคนรุ่นใหม่ ที่อยากทำอาชีพราชการเพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่ความพยายามหรือความสามารถนั้นกลับต้องแพ้ให้กับคนที่มีเงินและเส้นสาย

จากประเด็นล่าสุด พบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 หลังป.ป.ช.ร่วมกับตำรวจ CIB ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น  บุกทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี พบหลักฐานการแก้คะแนนสอบในระบบหลังบ้าน สร้างความเสียหายต่อระบบราชการไทยสูงถึง 4,500 ล้านบาท 

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ รวบรวมปัญหาการทุจริตสอบเข้าหน่วยงานราชการ ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อชี้ให้เห็นว่า การโกงข้อสอบข้าราชการ มีขบวนการที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานาน และบ่อนทำลายระบบราชการมายาวนานกว่าที่คิด



...


ทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการตำรวจ

เป็นคดีที่โด่งดังเคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เป็นหนึ่งในการทุจริตสอบเข้ารับราชการครั้งใหญ่ที่สุดของไทย เป็นการจัดฉากโกงข้อสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจในอัตรา 10,000 ตำแหน่ง ซึ่งมีผู้สมัครสอบแข่งขันทั่วประเทศสูงถึงราว 270,000 คน การทุจริตครั้งนี้ถูกวางแผนมาเป็นกระบวนการอย่างซับซ้อน โดยวิธีการที่ใช้ทำจากทุจริต คือ การนำข้อสอบออกมาด้านนอกให้กลุ่มติวเตอร์เฉลย จากนั้นส่งคำตอบผ่านเครื่องมือสื่อสาร เช่น เพจเจอร์ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า หรือการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าสอบระหว่างการทำข้อสอบ ท้ายที่สุดคณะกรรมการจึงตัดสินยกเลิกการสอบในครั้งนั้นไป สร้างความเสียหายต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 100 ล้านบาท

คดีทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย

การทุจริตสอบบรรจุเป็นครูผู้ช่วยนั้นก็เป็นอีกประเด็นที่มีตัวอย่างให้เห็นหลากหลายเคส และกัดกินระบบราชการไทยมายาวนาน ตัวอย่างเช่นคดเหล่านี้  

ทุจริตสอบครูผู้ช่วยในจังหวัดขอนแก่น ปี 2556  โดยใช้วิธี ซื้อโพยข้อสอบออกมาเผยแพร่ และสร้างกำไรถึง 200 ล้านบาท โดยคดีนี้จบลงไม่มีมีการฟ้องร้องต่อ ด้วยเหตุผลว่าการหาหลักฐานว่าโกงจริงนั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งยังเป็นคดีที่เกิดคำถามในสังคมไทย

แต่ไม่นานการทุจริตสอบครูผู้ช่วยในจังหวัดขอนแก่น ปี 2566 ก็กลายเป็นประเด็นอีกครั้ง โดยใช้วิธีนำข้อสอบมาขายเล่มละ 3 - 6 แสนบาท ผู้เสียหายอ้างว่ามีการจ่ายเงินให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบการสอบครั้งนี้ เพื่อแลกกับการสอบบรรจุได้ แต่พอประกาศผลกลับไม่ผ่าน จึงนำข้อมูลมาแจ้งเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 


คดีทุจริตสอบเข้ารับราชการ ปี 2568

ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าเป็นศูนย์สอบข้าราชการที่จับการทุจริตได้มากที่สุด โดยเปิดโปงกระบวนการโกงทุจริตการสอบเข้ารับราชการว่า มีทั้งโจรภายใน คือ คนในหน่วยงาน ผู้ออกข้อสอบ กรรมการตรวจ ส่วนโจรภายนอก เป็นนายหน้าหรือกลุ่มโกงมืออาชีพ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยผู้สอบ พบว่าค่าจ้างในการโกงสอบนั้นมีตั้งแต่ 3 - 8 แสนบาท โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดในการผ่านแต่ละภาค



วิธีการโกงแบบใหม่

ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มขบวนการโกงได้พัฒนาเทคโนโลยี จากเครื่องส่งสัญญาณแบบสั่น เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ติดซิมโทรศัพท์ ซึ่งปัจจุบันก็พัฒนามากขึ้นโดยทำเป็นรูปแบบติดอยู่ในบัตรคล้ายบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็ม ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้บางชิ้นต้องทำการต่อลวดเพื่อคอยรับสัญญาณจากผู้ส่ง และจะมีหูฟังขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วติดซ่อนอยู่ในหูของผู้สอบ



...

ตัดมาที่ปัจจุบันกับคดีล่าสุดที่พึ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ คือการบุกทลายขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งได้ใช้วิธีแก้ไขคะแนนในระบบหลังบ้านให้กับผู้ที่จ่ายเงินเข้ามาและส่งผลให้ผู้ที่มีความรู้ ความตั้งใจและสุจริตในการสอบนั้นอาจโดนตัดสิทธิไปด้วย เป็นประเด็นที่กำลังเป็นกระแสและเป็นที่ถกเถียงในสังคมกันอย่างมาก โดยความเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่ไปในทิศทางเดียวกันคือ ทราบว่าการทุจริตนั้นมีมานานแล้ว

และล่าสุด (วันที่ 23 มิถุนายน 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ได้ออกมาแจ้งว่าจะต้องทำการยกเลิกผลสอบในรอบที่มีการทุจริตแม้จะมีการประกาศผลสอบหรือบรรจุข้าราชการไปแล้วก็ตาม โดยยังย้ำว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ทำร้ายประเทศและขายชาติ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้สะท้อนแค่ความหละหลวมของหน่วยงานจัดสอบ แต่สะท้อนค่านิยมที่ฝังรากลึกในสังคมไทยที่มองว่าการรับราชการคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต จนยอมจ่ายเงินหลักแสนเพื่อแลกกับเส้นทางลัด การประกาศยกเลิกผลสอบอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากระบบการสอบยังคงเป็นช่องโหว่ที่เปิดทางให้ เงิน มีอำนาจเหนือกว่า ความสามารถ 

สุดท้ายนี้สังคมยังคงต้องตั้งคำถามและเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงว่า หน่วยงานรัฐจะทำอย่างไรเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นให้กลับมา และทำอย่างไรให้สนามสอบราชการไทย กลายเป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พื้นที่สำหรับผู้ที่มีเงินซื้อเส้นทางลัดอีกต่อไป



...