มาเฟียภูเก็ต ยึดหาดหาผลประโยชน์ ขุมกำลังนายทุน-เครือข่ายการเมือง ช่องโหว่กฎหมาย “เจ้าหน้าที่” ในระบบราชการรู้เห็นเป็นใจ

มาเฟีย ภูเก็ต กลายเป็นกระแสข่าวอีกครั้ง ปัญหาครอบครองพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต เป็นปัญหายืดเยื้อมายาวนาน โดยมีสาเหตุหลักจากการบุกรุกที่ดินสาธารณะและป่าสงวน โดยกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล ประกอบกับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการสร้างเม็ดเงินจากในพื้นที่ จนทำให้คนในพื้นที่ถูกขับไล่ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อทวงคืนผืนป่าและชายหาดสาธารณะ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับแหล่งข่าว “หน่วยงานราชการในพื้นที่” ถึงเบื้องลึกของปัญหานี้ โดยให้ข้อมูลว่า กรณีมาเฟียภูเก็ต อาจไม่ใช่ผู้ที่มีอิทธิพลที่ทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของ “ผู้มีอิทธิพลที่มีเส้นสายและเงินทุนหนา” ในการบุกรุกเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนคนไทย ทั้งคนในและนอกพื้นที่


โดยพื้นที่ถูกบุกรุกหนักที่สุด มักเป็นชายหาดสาธารณะ ที่ไม่มีหลักฐานการครอบครองที่ชัดเจน เช่น หาดนุ้ย และหาดฟรีด้อม ซึ่งอยู่ในเขตดูแลของป่าไม้ ทำให้กลุ่มนายทุนอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเข้าไปสร้างสิ่งปลูกสร้าง เปิดร้านอาหาร และจัดเก็บค่าเข้าพื้นที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นอกจากนี้ พื้นที่บางส่วนยังถูกบุกรุกทำประโยชน์มาเป็นเวลานาน มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันหลายทอดผ่าน โดยเป็นการซื้อขายปากเปล่า ระหว่างชาวบ้านและนายทุน ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิในการครองที่ดิน

...

“การที่เป็นผู้มีอำนาจในพื้นที่ มันก็ต้องมีเส้นสาย ถึงจะสามารถดำเนินการเรื่องแบบนี้ได้ ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่มการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ไม่มีทางทำได้” แหล่งข่าวระบุ พร้อมชี้ว่ายังมีพื้นที่ลักษณะนี้อีกเป็นจำนวนมากที่โดนครอบครอง แต่เรื่องเงียบไป เพราะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหลัก



ความขัดแย้ง สู่วิกฤตการจัดการพื้นที่ภูเก็ต


แหล่งข่าวคนเดิมสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจว่า การที่ข้าราชการระดับสูงมีปัญหากันเอง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดการพื้นที่ เนื่องจากเกิดการขัดกันในอำนาจรัฐ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีรอยร้าว และมีข่าวขัดแย้งกันมาตั้งแต่ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งในพื้นที่

ปัญหารอยร้าวทับซ้อนผลประโยชน์นี้ สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของฝ่ายบริหาร โดยที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตหลายครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบสังคมและการท่องเที่ยว พร้อมออกคำสั่งกำชับให้กวาดล้างกลุ่มมาเฟียและผู้อยู่เบื้องหลังการบุกรุกที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด


จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยหนึ่งในรายชื่อปรากฏชื่อของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 2 ท่าน รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีผลทันทีในวันที่ 16 มิถุนายน 2569ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเป็นคำสั่งย้ายเพื่อเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งภายใน และเปิดทางให้มีการล้างบางมาเฟียรุกที่ดินตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

...

ท้ายที่สุด แหล่งข่าวในฐานะคนในพื้นที่ย้ำว่า ทางออกเดียวที่จะหยุดยั้งขบวนการฮุบสมบัติชาติของจังหวัดภูเก็ตได้ คือการหันมาเอาจริงกับการใช้กฎหมาย

“คิดว่าถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตรงไปตรงมากับผู้มีอิทธิพลภายในพื้นที่ ไม่เห็นแก่หน้าไหน... ก็คงจะเอาเรื่องพวกนี้อยู่” แหล่งข่าวกล่าวทิ้งท้าย