พระอัจฉริยภาพ “สมเด็จพระองค์ภาฯ” ชุบชีวิตผู้ต้องขัง ผ่าน “โครงการกำลังใจ” เกือบ 20 ปีแห่งการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมไทย สร้างโอกาสใหม่คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน
ย้อนรอย “โครงการกำลังใจ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขัง อันมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ได้เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทรงเล็งเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กติดผู้ต้องขัง จึงมีพระดำริให้จัดตั้ง โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ในปี พ.ศ.2549 มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ
วันนี้ผ่านมาเกือบ 20 ปี โครงการกำลังใจได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกิดการแก้ไขกฎหมายและมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขัง โดยในปี 2553 ผลสำเร็จของโครงการนำไปสู่การยอมรับข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงหรือ “Bangkok Rules” เป็นความก้าวหน้าหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมไทย ขณะเดียวกันก็ได้ขยายผลไปสู่การพัฒนาผู้ต้องขังทุกเพศทุกวัย เน้นการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
...
ดำเนินการตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือ ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะต่างๆ แก่ผู้ต้องขัง ที่สามารถใช้เลี้ยงชีพได้จริง โดยร่วมมือกับหน่วยงานและบริษัทต่างๆ เช่น ร่วมมือกับกลุ่มอาชีพผ้าปักมือบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย เข้ามาสอนการเย็บและปักผ้า ร่วมมือกับสำนักพัฒนาธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ในการอบรมทักษะการขายของออนไลน์ การเป็นไรเดอร์ เป็นต้น
โดยผลิตภัณฑ์จากผู้ต้องขัง ได้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน OTOP มากกว่า 74 รายการ วางขายผ่านร้านและบูธจำหน่าย “Inspire กำลังใจ” สร้างรายได้ในเรือนจำในโครงการฯ เฉลี่ยเดือนละ 7.5 หมื่นบาท นำมาสู่เงินปันผลที่ผู้ต้องขังจะได้รับตามสัดส่วน เฉลี่ยครั้งละไม่ต่ำกว่า 500 - 1,000 บาทต่อคน และผู้ต้องขังในเรือนจำตามโครงการฯ จะได้รับเงินปันผลจากกองทุนกำลังใจฯ เฉลี่ยอีกครั้งละ 5 พันบาทต่อเรือนจำ
“กลางน้ำ” ยกย่องผู้พ้นโทษที่ประกอบอาชีพสุจริตเป็น “คนต้นแบบ” ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 300 คน โดยเชิญมาพูดคุยกับเรือนจำต่างๆ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นวิทยากรในโครงการ “พี่สอนน้อง” แก่ผู้ต้องขังเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจ
และ “ปลายน้ำ” สร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน สนับสนุนการฟื้นฟูผู้พ้นโทษ และยังทดลองจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี (Halfway House) รองรับผู้พ้นโทษที่ยังไม่พร้อมกลับสู่ชุมชน
ด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ สมเด็จพระองค์ภาฯ ที่ทรงริเริ่ม “โครงการกำลังใจ” จนสามารถผลักดันให้เกิดมาตรฐานระดับโลกอย่าง “Bangkok Rules” และยังคงดำเนินงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังมาจนถึงทุกวันนี้ นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทย ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพและคืนทรัพยากรมนุษย์กลับสู่สังคมได้อย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ