“กลับบ้านด้วยรถเมล์ โคตรเหนื่อยเลย” ปัญหาเรื้อรังที่คนกรุงต้องเผชิญ รถติด-นั่งนาน-ขาดช่วง หวังผู้ว่าฯ คนใหม่แก้เรื่องนี้ได้เสียที

หนึ่งในปัญหาของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องพบเจอ คือการใช้เวลาเดินทางด้วยรถเมล์ที่แสนยาวนาน จนเกิดประโยคว่า “กลับบ้านด้วยรถเมล์ โคตรเหนื่อยเลย” 

ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมารับฟังความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ ว่าแต่ละวันต้องพบเจอปัญหาอะไรบ้าง เพื่อนำไปแก้กฎหมายให้ กทม. มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้น นั่นคือการแก้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครปี 2528 หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระราชบัญญัติ กทม. เพื่อเพิ่มอำนาจให้ กทม. สามารถบริหารจัดการเมืองของตัวเองได้มากขึ้น

หนึ่งในปัญหาที่คนกรุงเทพฯ แสดงความคิดเห็นเข้ามาจำนวนมากก็คือ “รถเมล์” ทีมข่าว SEE TRUE ไทยรัฐทีวี จึงลองนั่งรถเมล์สาย 62 อนุสาวรีย์ชัย-สาธุประดิษฐ์ ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร เพื่อดูว่าจะใช้เวลากี่ชั่วโมง

...

โดยเลือกเวลาเร่งด่วนช่วงเลิกงานตอนเย็น นั่งรถเมล์ออกจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ตั้งแต่เวลา 16.40 น. ไปตามถนนพญาไท ซึ่งสภาพรถที่ติดมาก ทำให้กว่าจะถึงแยกราชเทวี ต้องใช้เวลามากถึง 20 นาที ทั้งที่ระยะทางแค่ 1.4 กิโลเมตร เมื่อเลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรี ก็ยิ่งติดหนัก เพราะกำลังมีการปิดทางบางส่วนเพื่อก่อสร้างรถไฟสายสีส้ม

ระหว่างนั่งรถถึงถนนเพชรบุรี สอบถามนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ใช้รถเมล์สายนี้เป็นประจำ เธอบอกว่า หลังจากมีการก่อสร้าง ทำให้รถติดหนักมากโดยเฉพาะในตอนเช้า จึงต้องตื่นให้เร็วขึ้น

“เขาอาจจะสร้างเพื่อความสะดวกสบายในอนาคต แต่ว่าตอนนี้มันค่อนข้างเป็นปัญหา ที่ทำให้รถติดตอนเช้าค่ะ แต่ว่าเราเองก็ต้องจัดการเวลาตัวเองให้ดีเหมือนกัน มาตอนหกโมงมันจะไม่ติดเท่าไหร่ แต่ก็มันติดอยู่ดี” เธอเล่าถึงสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องเปลี่ยนเวลาเดินทางให้เร็วขึ้น

รถเมล์สาย 62 ผ่านแยกประตูน้ำมาได้ เมื่อจับเวลาดู พบว่าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มาถึงแยกประตูน้ำใช้เวลาเดินทางมากถึง 30 นาที ทั้งที่มีระยะทางเพียงแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น

แม้ผ่านที่รถติดนานที่สุดมาได้แล้ว แต่เส้นทางที่รถเมล์สายนี้วิ่งผ่าน ล้วนเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติด ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท ถนนวิทยุ ถนนสาทรใต้ นั่นทำให้เกิดปัญหารถขาดช่วง กว่าจะฝ่ารถติดไปถึงผู้โดยสารที่รอตามป้ายรถเมล์ได้ กินเวลาเป็นชั่วโมงก็มี

“บางที ตอนเช้าจะรอไม่นาน แต่พอตอนเย็นบางทีก็รอนาน บางทีเหมือนรถมันน้อยนะ ตอนเย็น เราก็เข้าใจคนขับ รถมันติดค่ะ ตอนเย็นรถมันติดกว่าจะมาถึงเรามันช้าหน่อย เราก็ต้องทำใจ”

คุณป้าในเครื่องแบบแม่บ้านประจำออฟฟิศ บอกถึงปัญหารถเมล์ขาดช่วงที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ทำให้การใช้ชีวิตแต่ละวันเหนื่อยมาก เหนื่อยจากงาน แล้วต้องมายืนรอรถเมล์ บางวันนานเป็นชั่วโมง เมื่อได้ขึ้นรถเมล์แล้ว ยังต้องเจอกับรถติดอีก

“ก็บางทีก็เหนื่อย เพราะว่ามันนั่งนานกว่าจะถึงบ้านนะคะ มันเหนื่อยอยู่ เราทำงานก็เหนื่อยพอแรงแล้ว มารอรถเมล์ มานั่งรถเมล์ กว่าจะถึงบ้านอีก เราก็ต้องใช้เวลา”

อีกปัญหาหนึ่งคือการเลือกไม่ได้ว่าจะได้นั่ง รถเมล์ปรับอากาศ หรือ รถเมล์ร้อนธรรมดา อย่างสาย 62 มีรถเมล์ให้บริการทั้ง 2 ประเภท แต่จะรอขึ้นรถเมล์ปรับอากาศ ก็อาจต้องใช้เวลานาน

...

“มันมีทั้งรถแอร์และก็รถแดงด้วย แล้วแต่มันจะวิ่งมา ถ้าวิ่งมา เราก็ขึ้นนะ ถ้าไม่ขึ้นก็รอ รอ รอยาว แต่มันก็เลือกไม่ได้ ถ้ามัวแต่รอรถแอร์ไม่ได้กลับบ้านค่ะ” นี่คือสิ่งที่คนใช้บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ เลือกไม่ได้

รถเมล์สาย 62 วิ่งไปสุดสายท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ ซึ่งเมื่อจับเวลาดู ใช้เวลามากถึง 1 ชั่วโมง 45 นาที กับระยะทางเพียงแค่ 13 กิโลเมตร เฉลี่ย 1 กิโลเมตร ใช้เวลาละ 8 นาที

นี่จึงเป็นหนึ่งในปัญหาของผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เคยแสดงความคิดเห็นไว้ เพื่อให้เพิ่มอำนาจของ กทม. ในการกำกับดูแลระบบขนส่งสาธารณะ จัดการเส้นทางเดินรถ เพื่อไม่ให้คนที่ต้องใช้รถเมล์ ต้องจำยอมรับสภาพกับคำว่า “กลับบ้านด้วยรถเมล์โคตรเหนื่อยเลย” อีกต่อไป

ติดตามได้ในภารกิจ SEE TRUE ให้คุณเห็นความจริงตอนพิเศษ “กรุงเทพฯ ที่ดีกว่า” ต่อเนื่องตั้งแต่ 9-22 มิ.ย.69 ทางรายการไทยรัฐนิวส์โชว์ หลังเวลา 21.00 น. ทางยูทูป Thairath News และทางเฟซบุ๊ก Thairath