เปิดกลวิธีดูคนสายธรรมะธรรมโม รู้ทันก่อนใช้ใจลงไปเล่น ในยุคที่ใคร ๆ ก็สร้างภาพลักษณ์บนโลกโซเชียลหรือในสังคมให้ดูดีได้ง่าย ๆ หนึ่งในโปรไฟล์ยอดฮิตที่มักทำให้ผู้หญิงหลายคนตายใจคือ "ผู้ชายสายธรรมะ" พูดจาคะขา มีศีลธรรม เข้าวัดฟังธรรมเป็นประจำ ท่าทางดูอบอุ่นและปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องเจ็บช้ำจาก"หน้ากากคนดี" ที่ซ่อนพฤติกรรมเป็นพิษ (Toxic) หรือการหลอกลวงเอาไว้
พาไปเจาะลึกวิธีสังเกตผู้ชายสายธรรมะธรรมโม พร้อมวิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ "เอาใจลงไปเล่น" จนกลายเป็นเหยื่อความสัมพันธ์
3 สัญญาณเตือน (Red Flags) "ธรรมะบังหน้า" หรือ "ของจริง"อ้างอิงจากหลักจิตวิทยาความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ เช่น ทฤษฎี Dark Triad หรือกลุ่มบุคลิกภาพที่เป็นอันตราย วิธีแยกแยะผู้ชายที่ใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือ มีดังนี้
1. ธรรมะสายกดขี่
พฤติกรรม เวลาเกิดปัญหา หรือเมื่อเขาทำผิด แทนที่จะขอโทษตรง ๆ เขาจะใช้คำสอนทางศาสนามาข่ม เช่น “คุณต้องรู้จักให้อภัยนะ ความโกรธมันเป็นกิเลส” หรือ “เพราะคุณยังมีอัตตา (อีโก้) สูง ถึงได้คิดแบบนี้”
ข้อสังเกต นี่คือการใช้ธรรมะมาเป็นเครื่องมือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด เพื่อเบี่ยงเบนความผิดของตัวเอง
...
2. พูดจาไพเราะกับเรา แต่หยาบคายกับคนอื่น
พฤติกรรม อยู่กับเราหรืออยู่ในสังคมคือนิ่ง สงบ พูดจาสุภาพมาก แต่ลองสังเกตเวลาเขาคุยกับพนักงานบริการ คนขับรถ หรือเวลาที่เขาขับรถแล้วโดนปาดหน้า
ข้อสังเกต คนที่มีธรรมะในใจจริง ๆ จะมีความเมตตาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเฉพาะกับคนที่ตัวเองต้องการผลประโยชน์
3. ดีแต่ปาก แต่การกระทำสวนทาง
พฤติกรรม โพสต์คำคมธรรมะทุกเช้า แชร์ภาพทำบุญโลงศพ ล้างห้องน้ำวัด แต่ในชีวิตจริงยังโกหกปลิ้นปล้อน นอกใจ หรือเอาเปรียบคนอื่นในเรื่องเงินทอง
ข้อสังเกต คำพูดเรียนรู้กันได้ แต่ "สันดาน" และ "ความสม่ำเสมอของการกระทำ" คือของจริง
วิธีการดูและป้องกันตัว ทำอย่างไรไม่ให้ "เอาใจไปเล่น"?
เพื่อไม่ให้ความศรัทธาในผ้าขาวมาบังตาจนใจเจ็บ ผู้หญิงยุคใหม่ต้องมีภูมิคุ้มกันตามแนวทางนี้ "จงรักด้วยสมอง ควบคู่ไปกับหัวใจ อย่าปล่อยให้คำว่า 'คนดี' ทำให้อำนาจการตัดสินใจของเรามืดบอด"
ใช้ "กาลเวลา" เป็นเครื่องพิสูจน์ (Time will tell) หน้ากากคนดีมักจะหลุดออกเมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน หรือเมื่อเขาต้องเผชิญกับภาวะความเครียดและวิกฤต อย่าเพิ่งเทใจให้ใครเพียงเพราะเขาพาไปเวียนเทียนในเดทแรก
ดูวิธีจัดการกับความโกรธ คนเราสร้างภาพตอนอารมณ์ดีได้ง่ายมาก แต่จะดูเนื้อแท้ต้องดูตอนที่เขา "โกรธ" หรือ"ไม่ได้ดั่งใจ" ว่าเขายังควบคุมอารมณ์และใช้เหตุผลอยู่ไหม หรือเปลี่ยนเป็นคนละคน
ตั้งกฎ "สืบก่อนเชื่อ" อย่าเกรงใจที่จะถามถึงอดีต หรือสังเกตกลุ่มเพื่อนที่เขาคบ อ้างอิงจากสุภาษิตไทยและหลักจิตวิทยา “คบคนพ่นพาล พาลพาไปหาผิด” ถ้าก๊วนเพื่อนของเขาเป็นคนเจ้าชู้หรือชอบโกหก ต่อให้เขาธรรมะธรรมโมแค่ไหน ก็มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมคล้ายกัน
อย่ามองข้าม "Intuition" (สัญชาตญาณตัวเอง) อ้างอิงจากงานวิจัยด้านจิตวิทยา สัญชาตญาณหรือ "ความรู้สึกแปลก ๆ" (Gut feeling) มักจะแม่นยำเสมอ ถ้าคุณรู้สึกว่าความใจดีของเขาดู "ประดิษฐ์" หรืออึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ให้ถอยออกมาสังเกตการณ์ห่าง ๆ ก่อน
...
...