“กรมการแพทย์” ตรวจเข้มร้านกัญชา ย่านสุขุมวิท เพิกถอนใบอนุญาตทั่วประเทศแล้ว 418ราย พักใช้ใบอนุญาต 2,149 ราย ฝ่าฝืน 3 กฎเหล็กใช้ทางการแพทย์

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ผนึกกำลัง กทม.-ตำรวจ ลงพื้นที่ “ย่านสุขุมวิท” แหล่งท่องเที่ยวและย่านเศรษฐกิจสำคัญ สร้างความเข้าใจกฎกระทรวงฉบับใหม่ ยกระดับกัญชาสู่มาตรฐานทางการแพทย์

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้าสร้างความเข้าใจกฎกระทรวงฉบับใหม่ ปี 2569 ยกระดับร้านจำหน่ายกัญชาสู่ “มาตรฐานการแพทย์” จับมือสำนักงานเขตวัฒนา สน.ทองหล่อ และ สน.ลุมพินี ลงพื้นที่จัดระเบียบร้านจำหน่ายกัญชาย่านสุขุมวิท พร้อมเปิดตัวระบบ “สติกเกอร์ 3 สี” เช็กชัวร์ร้านถูกกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทย


วันนี้ 27 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายให้นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ นำคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล สน.ทองหล่อ และ สน.ลุมพินี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายกัญชาพื้นที่ซอยสุขุมวิท 11 – 13 จำนวน 6 ร้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด

...

โดยภาครัฐยืนยันให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ การป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด


นายแพทย์พีรชา คูเกษมกิจ ผู้อำนวยการกองกัญชาทางการแพทย์ เปิดเผยว่า จากการเข้มงวดกวดขันที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการตรวจสอบสถานประกอบการกัญชาทั่วประเทศไปแล้วกว่า 9,158 ร้าน เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 2,175 ร้าน โดยมีผลการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ดังนี้ พักใช้ใบอนุญาต 2,149 ราย เพิกถอนใบอนุญาต 418 ราย จับกุมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน 394 ราย ยึดอายัดของกลางมากกว่า 600 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 55 ล้านบาท


สำหรับกฎกระทรวงควบคุมกัญชาเพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึง “กัญชา” กลับมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างจริงจัง ผ่าน 3 มาตรการหลัก ได้แก่ ยกระดับสู่มาตรฐานการแพทย์ ผู้ขออนุญาตรายใหม่ต้องเป็นสถานพยาบาล ร้านขายยา ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือหมอพื้นบ้านที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น

สำหรับใบอนุญาตเดิมใช้ได้จนหมดอายุ แต่การต่ออายุต้องเป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ ควบคุมมาตรฐานสถานประกอบการ ต้องมีระบบจัดการกลิ่นและควัน ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน และต้องมีผู้ผ่านการอบรมประจำร้านตลอดเวลาทำการ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด , นายอำเภอ, กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา สามารถตรวจค้น ยึด อายัด และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้รวดเร็วขึ้น โดยประชาชนสามารถร่วมเป็นหูเป็นตา


โดยแจ้งเบาะแสร้านผิดกฎหมายผ่าน Line @traffyfondue เช็กพิกัดและใบอนุญาตผ่านระบบMC-GIS ผ่านเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th หรือ Super App "หมอพร้อม" เช็กได้ทั้งร้านค้าแปลงปลูก และวันหมดอายุ ปรึกษาสายด่วน ศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ โทร. 0 2257 7042 (วันและเวลาราชการ)

...


นายแพทย์พีรชา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดทำระบบสติกเกอร์สำหรับติดหน้า สถานประกอบการจำหน่ายกัญชา เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ทันที โดยแบ่งออกเป็น 3 สี ตามปีที่หมดอายุใบอนุญาต ดังนี้ สีแดง หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2569 สีเหลือง หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2570 สีเขียว หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2571 บนสติกเกอร์จะระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อร้าน, วันหมดอายุ และรหัสประจำสถานประกอบการ 8 หลัก ประกอบด้วยรหัสเขตสุขภาพ 2 หลักแรก, รหัสจังหวัด 2 หลักถัดมา และ เลขลำดับใบอนุญาต 4 หลักสุดท้าย โดยขณะนี้ได้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ดำเนินการปูพรม ติดสติกเกอร์ให้กับร้านที่ได้รับอนุญาตถูกต้องแล้ว 

กรมการแพทย์แผนไทยฯ เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การลงพื้นที่ ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากภาครัฐในการ “ตัดวงจรการละเมิดกฎหมายกัญชา” เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสวัสดิภาพของสังคมไทยในระยะยาว

...