เตรียมดันสร้างอุโมงค์ผ่าป่าสลักพระเข้า ครม.อีกครั้ง ด้าน "มูลนิธิสืบฯ" ยังเดินหน้าคัดค้าน หวั่นสัตว์หนี-ป่าพัง 

คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เตรียมชงโครงการสร้างอุโมงค์ผ่าป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี เข้า ครม.เร็วๆ นี้ หลัง "รมว.สุชาติ " เห็นชอบ EIA แต่มีเงื่อนไขให้นำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม ด้านมูลนิธิสืบฯ ยังคงลุยต้านโปรเจกต์หมื่นล้าน หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม ห่วง “สัตว์หนี-ป่าพัง” 


ก่อนหน้านี้ทีมข่าว SEE TRUE ไทยรัฐทีวีและสื่อในเครือไทยรัฐกรุ๊ป ได้เปิดประเด็นคัดค้านการก่อสร้างโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี หรือ อุโมงค์ผ่าป่าสลักพระ ด้วยงบประมาณนับหมื่นล้าน เพราะเหตุผลได้ไม่คุ้มเสีย และยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม 

...


เนื่องจากแนวอุโมงค์อาจผ่ากลางป่าสมบูรณ์ และกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ช้างป่า และเสือโคร่ง โดย ไทยรัฐ นำเสนอข่าวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2567 จนมีการสั่งทบทวนและศึกษาเพิ่มเติมหลายครั้ง กระทั่งล่าสุด กลับเตรียมมีการชงเรื่องนี้ให้ ครม.พิจารณา 


ความคืบหน้าเรื่องนี้ วันที่ 20 พ.ค.2569 มีรายงานว่า ได้มีการเตรียมนำโครงการดังกล่าวเข้าเสนอ ครม. พิจารณาแล้ว ภายหลังจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้นได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 6/2568 เกี่ยวกับโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และเสริมการบริหารจัดการน้ำในหลายโครงการ

ในที่ประชุมได้มีมติ “เห็นชอบ” EIA โครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ (โครงการอุโมงค์ป่าสลักพระ) เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี โดยมีเงื่อนไขให้นำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม ก่อนเสนอ ครม. ต่อไป


รศ.น.สพ. ปานเทพ รัตนากร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (กก.วล.) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ข่าวที่ออกไปอาจสร้างความเข้าใจผิดว่า กก.วล.ไฟเขียวให้สร้างโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ฯ ซึ่งความจริงแล้ว กก.วล. ทำหน้าที่เสนอรายละเอียดเพิ่มเติมให้กับ ครม. เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ผลดี ผลเสีย ในการก่อสร้าง โดยอำนาจในการตัดสินใจเป็นของ ครม. ที่จะพิจารณา ซึ่งรายละเอียดในที่ประชุม ครั้งที่ 6/2568 ก็ระบุชัดว่า ให้นำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม เช่น เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่า คุ้มประโยชน์ต่างๆ ตนยืนยันว่า กก.วล. ทำหน้าที่เพียงส่งเรื่องไปตามขั้นตอนเท่านั้น

...


ด้านนางสาวอรยุพา สังขะมาน เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ทางมูลนิธิสืบฯ ยืนยันจะคัดค้านการก่อสร้างอุโมงค์ผ่าป่าสลักพระต่อไป เพราะเห็นว่าไม่คุ้มค่า และส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและสภาพธรรมชาติป่าไม้เป็นวงกว้าง ยืนยันว่าไม่ได้ค้านทั้งหมด เพียงแต่ให้ทางโครงการปรับเปลี่ยนแผน หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อธรรมชาติและสัตว์ป่า ซึ่งก็มีทางเลือกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องสร้างผ่าป่าหรือขุดอุโมงค์ลอดใต้ผืนป่า และวิงวอนให้รัฐบาลคำนึงถึงปฏิญญาสากลที่เคยให้ไว้บนเวทีโลก เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้อยู่กับประเทศไทยเราสืบต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุข้อความ ที่ประชุม กก.วล. 18 ธ.ค. 68 มีมติเห็นชอบEIA อุโมงค์ผันน้ำเขื่อนศรีฯ จ.กาญจนบุรี ที่จะลอดใต้ป่าสลักพระ ซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความเห็นมากมาย ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพราะส่งผลกระทบกับธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างชัดเจน แต่ก็มีบางคอมเมนต์ที่ขอให้เห็นใจคนเมืองกาญจน์ที่ต้องทนกับภัยแล้งจึงฝากความหวังไว้กับโครงการดังกล่าว

...