จับ อ.ไพศาล อ้างนิมิตล่วงละเมิด พิรุธค้นชื่อ “เจ้ากรรม-นายเวร” จากหนังสือรุ่น เปิดพฤติกรรมผู้เสียหาย2 ราย ถูกอนาจาร เบื้องต้นเจ้าตัวยังไม่ให้ปากคำ รอปรึกษาทนาย

เวลา 10.30 น. วันที่ 20 พ.ค.69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. , พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. , พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รอง ผกก.4 บก.ป. , พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.นำร่วมกันแถลงข่าว “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร!!” จับนายไพศาล อายุ 67ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2840 /2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้”และตามหมายจับศาลอาญาที่ 2841 /2569 ข้อหาพรากผู้เยาว์จับได้ที่บ้าน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน


พร้อมตรวจค้นบ้านพักยึดของกลาง แบ่งเป็น 6 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทที่ 1 เสื้อผ้า และผ้าขาวม้า ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จำนวน 5 รายการ

...

ประเภทที่ 2 หนังสือรุ่นของโรงเรียนต่างๆ 13 รายการ

ประเภทที่ 3 เอกสาร/หนังสือแสดงประวัติพระและวัด จำนวน 85 รายการ

ประเภทที่ 4 เอกสารแสดงข้อมูลผู้มาติดต่อเข้าพบ/รักษาอาการป่วย จำนวน 33 รายการ มีข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของ ผู้เสียหาย)

ประเภทที่ 5 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 7 รายการ

ประเภทที่ 6 อื่นๆ จำนวน สำเนาสมุดบัญชี โฉนดที่ดินและเอกสารอื่นๆ 55 รายการ


ปิดฉากนักแก้กรรมพรากผู้เยาว์


พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า นายไพศาล ผู้ถูกกล่าวหาถือว่ามีชื่อเสียงในสื่อออนไลน์ มีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน และเป็นที่มาของการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในการนำหมายค้นเอกสารเพิ่มเติมในห้วงที่ผ่านมา และมีการอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา สามารถตรวจยึดหนังสือรุ่นหลายเล่ม และหนังสือประวัติศาสตร์ รวมถึงหนังสือประเภทอื่นอีกจำนวนมาก

จากกรณีที่นายไพศาล มีพฤติการที่กล่าวอ้างตัวเองว่า เป็นผู้ที่มีนิมิต สัมผัสที่ 6 สามารถสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวรที่ยังคงผูกพยาบาทก็ใช้วิธีการนี้ในการหลอกลวงให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเจ็บป่วยเข้ามาแก้กรรม

ขั้นตอนการหลอกลวงจะออกอุบายว่าต้องแก้ที่ต้นเหตุในอดีต และได้หลอกลวงผู้เสียหาย โดยอาศัยความอ่อนแอจากความเชื่อความศรัทธาของผู้เสียหาย ให้เข้ามาทำพิธีแก้กรรม ซึ่งมีการให้เข้ามาทำพิธีแก้กรรม และมีการล่วงละเมิดทางเพศหลายราย ผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เลยเข้ามาแจ้งความที่กองปราบปราม สอบสวนกลางที่ กรุงเทพฯ 


ผู้เสียหายประกอบด้วย 2 คดี

...

คดีที่ 1 ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายมีอาการปวดหัวเรื้อรัง แล้วไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่อาการไม่ดีขึ้น จนไม่สามารถทำงานได้ และได้เห็นจากสื่อโซเชียลว่า อ.ไพศาล สามารถรักษาจากการแก้กรรมได้ จนวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ไปพบกับ อ.ไพศาล แล้วเล่าถึงอาการที่เป็นอยู่ จากนั้น อ.ไพศาล ได้เรียกเข้าไปทำพิธีสองต่อสองในห้อง และมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแก้กรรมแบบพราหมณ์ฮินดู

คดีที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อปี 2568 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ผู้เสียหายได้พามารดาที่มีอาการปวดหลังรักษาไม่หาย ได้มาทำพิธีที่สำนัก อาจารย์ได้ออกอุบายในการแยกมารดากับลูก ด้วยความที่อาจารย์มีความสนใจลูกชายของผู้ป่วย เลยแยกคุณแม่ไปทานข้าว แล้วให้ลูกเข้ามาในห้องส่วนตัว แล้วบอกว่ามีเคราะห์กรรม ให้ทำพิธีแก้กรรม โดยการล่วงละเมิดเหมือนเดิม ถือเป็นการทำอนาจารย์ผู้เสียหาย นอกเหนือจากนั้นยังมีผู้เสียหายอีกราย

พบว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ ตั้งแต่ปี 2566 ในการรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่า นายไพศาล มักกระทำกับผู้เสียหาย โดยมีพฤติกรรมที่เป็นแผนล่วงละเมิดทางเพศแบบเดิม แต่มีการล่วงละเมิดอีกหลายวิธี เช่น ล่วงละเมิดพิสดารกับสัตว์

จนกระทั่ง 9 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้น 2 จุดใน บ้านพักนายไพศาล จ.ลำพูน ได้ตรวจยึดเสื้อผ้า โทรศัพท์ แฟ้มรายชื่อ ทำเนียบรุ่น หนังสือประวัติจำนวน 48 รายการ และ จุดที่ 2 บ้านพักลูกศิษย์คนสนิท จ.เชียงใหม่ ได้ตรวจยึดเอกสารสำคัญ

ขณะที่พยานหลักฐานอื่นที่ตรวจยึดได้ เช่น ผ้าขาวม้า หรือชุดที่ปรากฏในคลิปของผู้เสียหาย หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่นหนา เลยนำสู่การอนุมัติหมายจับใน 2 คดี 1.ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีอัตราโทษหนักสุดติดคุก 20 ปี ปรับ 4 แสนบาท 2.พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร อัตราโทษสูงสุดจำคุก 15ปี ปรับ 3 แสนบาท

...

เมื่อวาน 19 พ.ค. จึงได้ทำการควบคุมตัวนายไพศาล ตามหมายจับที่บ้านพักใน จ.ลำพูน เบื้องต้นได้ทำการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


พฤติกรรมผู้วิเศษลวงหลอกเหยื่อตายใจ


พฤติการณ์ผู้วิเศษ จะประชาสัมพันธ์ตัวเองมีนิมิตเห็นอดีตชาติ ว่าเหยื่อได้ไปก่อกรรมอะไรไว้ตั้งแต่อดีตชาติ จนเป็นผลมาถึงปัจจุบัน

เมื่อเหยื่อไปหา จะมีการให้ลงชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว และความทุกข์ที่เป็นอยู่ จากนั้นให้ผู้ที่เดือดร้อนไปไหว้พระตามวัดต่างๆ โดยอ้างว่าจะช่วยทำให้อาจารย์เกิดนิมิตสามารถมองเห็นอดีตได้เร็วขึ้น ซึ่งระหว่างที่ไปไหว้พระตามวัดต่างๆ จะต้องถ่ายรูปตัวเองที่ไปวัดต่างๆ ส่งให้ อ.ไพศาล

...

เมื่อเห็นแล้วว่าเหยื่อมีความเชื่อ จะเริ่มอ้างว่าเกิดนิมิตว่าเจ้ากรรมนายเวรชื่ออะไร มีที่อยู่ที่ไหน ปรากฏว่าเหยื่อเมื่อตามไปในสถานที่ดังกล่าวก็จะเจอบุคคลนั้นจริง ยิ่งทำให้เหยื่อเชื่อ


ต่อความสงสัยว่าทำไมนายไพศาล สามารถระบุชื่อบุคคลที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรได้อย่างแม่นยำ และมีตัวตนจริง จากการที่ตำรวจได้ไปค้นบ้านพักพบว่า นายไพศาลมีความสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ รวมถึงตรวจพบทำเนียบหนังสือรุ่นของสถาบันต่างๆ ทั้งระดับประถมศึกษา – อุดมศึกษา จำนวนหลายเล่ม พบว่าแต่ละรายชื่อในหนังสือมีการทำเครื่องหมายกำกับแต่ละรายชื่อไว้ ข้อพิรุธนี้ทำให้เกิดการตรวจสอบจนพบว่า ชื่อบุคคลที่ระบุว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวร ได้นำชื่อมาจากหนังสือรุ่น และมีบางส่วนบุคคลที่ปรากฏชื่อในหนังสือรุ่น จะได้รับการขอขมาแก้กรรมจากเหยื่อ เช่นตัวอย่างบางราย เพื่อนที่เรียนในห้องเดียวกันล้วนมีคนที่เข้ามาหาเพื่อขอขมากรรม ซึ่งหนังสือบางเล่มมีการทำสัญลักษณ์ไว้กว่า 90%