กรมอุตุฯ ไขปมแผ่นดินไหวเมียนมา ตึกสูงเกิน 15 ชั้น ในกทม. รับรู้แรงสั่นสะเทือน คาดอาฟเตอร์ช็อก ลดระดับความแรง ไม่กระทบไทย ชี้ต้นเหตุเซลล์บรอดคาสต์ ไม่แจ้งเตือน

รายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ (18 พ.ค.69) รายงานแผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งตอนใต้เมียนมา ห่าง 23 กิโลเมตร “รอยเลื่อนสะกาย” ไม่มีรายงานผลกระทบ ทำความรู้จักยักษ์หลับทรงพลังที่สุดในอาเซียน

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ได้รายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหม่ บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ซึ่งแม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหาย แต่จุดศูนย์กลางนั้นอยู่ห่างจากหนึ่งในรอยเลื่อนที่อันตรายที่สุดในภูมิภาคเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร วันเวลาที่เกิดเหตุ 18พฤษภาคม 2569 เวลา 09:05 น. ขนาดความรุนแรง 5.3 ความลึกของจุดศูนย์กลาง 10 กิโลเมตร จุดสังเกตสำคัญ อยู่ห่างจากกลุ่มรอยเลื่อนสะกาย ประมาณ 23 กิโลเมตร

สถานการณ์ล่าสุด มีรายงานผู้รับรู้ถึงแรงสั่นไหวในบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายเข้ามาในขณะนี้

...


คาดอาฟเตอร์ล็อกไม่รุนแรง


นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการทำหน้าที่เป็น โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งตอนใต้เมียนมา ห่าง 23 กิโลเมตร จากรอยเลื่อนสะกาย แม้ไม่มีรายงานผลกระทบ แต่อาจสร้างความหวั่นวิตกให้กับประชาชนบนตึกสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากนี้อาจมีอาฟเตอร์ช็อกตามมา แต่ความรุนแรงจะลดระดับลง ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้ ถือว่าเป็นขนาดปานกลาง ประมาณ 5.3 ตามหลักวิชาการสเกลของแรงสั่นไหวจากอาฟเตอร์ช็อกจะลดลงไปประมาณ 1 - 1.2 หน่วย ซึ่งคาดว่าจะเหลืออยู่ที่ขนาด 3.8-4.0 จะไม่มีผลหรือส่งความรุนแรงมาถึงไทย

แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวเมื่อเช้า ขนาด 5.3 มันมีคลื่นส่งมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ เป็นดินอ่อน ตึกที่สูงเกิน 15 ชั้นขึ้นไปจะมีโอกาสรับรู้แรงสั่นไหวได้ในชั้นที่สูงๆ แต่ไม่มีผลกระทบเรื่องความเสียหาย เพราะขนาดไม่ได้ใหญ่ เทียบกับเคส 8.3 รอบที่แล้วไม่ได้ เพราะอันนั้นใหญ่มาก


แรงสั่นสะเทือนส่งผลต่อรอยเลื่อนสะกาย


แม้แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ใกล้ชายฝั่งตอนใต้เมียนมา ห่าง 23 กิโลเมตร “รอยเลื่อนสะกาย” จะไม่ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย แต่นายนัฐวุฒิ มองว่า ด้วยแผ่นดินไหวอยู่แนวเดียวกับรอยเลื่อนสะกาย แต่คราวที่แล้วเกิดทางตอนบน แนวการขยับ 1,200 กิโลเมตร ซึ่งยาวมาก จึงส่งพลังงานได้เยอะ แต่รอบนี้อยู่ถัดมาข้างล่างประมาณ 500-600 กิโลเมตรจากศูนย์กลางรอบที่แล้ว พลังงานจึงไม่ได้ส่งมาเท่าไหร่ และขนาดต่างกันเยอะ

รอยเลื่อนสะกายยาวหลายพันกิโล ขยับรอบที่แล้วก็ส่งแรงตลอดแนว ตรงไหนอ่อนแอเขาก็จะปรับตัว ขยับเพื่อให้พลังงานออกมาให้สมดุล พอขยับรอบนี้ก็จะอยู่อีกนานเป็น 100 ปี กว่าจะเกิดขนาดใหญ่อีกครั้ง

แผ่นดินไหวยังพยากรณ์ไม่ได้ แต่กรมฯ กำลังขอพยายามทำระบบ Early Warning ของบประมาณปี 2570ถ้าได้ เราจะแจ้งคนกรุงเทพฯ ให้เตรียมตัวได้ล่วงหน้า 1-2 นาที โดยใช้ความเร็วคลื่นที่วิ่งมาถึงสถานีปลายทางมาแจ้งก่อนคลื่นพลังงานสูงสุดจะมาถึง ซึ่งญี่ปุ่นเขาก็ทำแบบนี้

ตอนนี้เราทำได้แค่ระบบ “ตรวจหา” แต่ยังไม่มีระบบ “แจ้งล่วงหน้า” (Earthquake Early Warning) เร็วที่สุดที่เราทำได้ถ้าในประเทศคือ 4 นาที นอกประเทศคือ 6-8 นาที ขึ้นอยู่กับความเร็วคลื่นที่วิ่งมาหาเครือข่ายสถานีเราที่เชียงราย ต้องครบ 4-5 สถานีก่อนถึงจะส่งข้อมูลเข้าส่วนกลางและให้คนตรวจสอบ

...

อยากให้ “ตื่นรู้” แต่ไม่ “ตื่นตระหนก” การขยับตัวเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นการระบายพลังงาน ถ้ามันไม่ขยับเลยจะน่ากลัวกว่า เพราะไม่รู้จะขยับเมื่อไหร่ การขยับขนาด 5 ครั้งนี้ ทำให้สบายไปได้หลายสิบปีเลยกว่าจะสะสมใหม่ได้ถึงระดับนี้ ส่วนระดับเล็กๆ 1-4 จะเกิดได้บ่อย