รถไฟพุ่งชน 4 ปมประมาท ข้อสังเกตรถเมล์ดัดแปลง ต้นเหตุเพลิง “เพจรถเมล์ไทย” วิเคราะห์ ถังก๊าซติดตั้งใต้ท้องรถ บริเวณใต้ที่นั่งผู้โดยสาร พอถูกชนกลางลำเกิดไฟลุกไหม้รวดเร็ว

อภิสิทธิ์ มานตรี ผู้ดูแลเพจรถเมล์ไทย วิเคราะห์เหตุร้ายที่เกิดขึ้นในการที่รถไฟพุ่งชนรถเมล์ที่จอดค่อมอยู่บนรางกับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ว่า ปัญหาหลักคือ “วินัยคนไทย” ในเรื่องการจราจร ซึ่งไม่ใช่เคสแรกที่เกิดขึ้น กฎจราจรพื้นฐานคือหากรถติดควรเว้นระยะตรงเส้นที่ตีไว้ แต่คนไทยมักขับไปจอดรอจนรถไปค้างอยู่บนทางรถไฟ ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้

          1.เบื้องต้นจากการสอบถามพนักงานบนรถ จากข้อมูลในเพจรถเมล์ไทยและเขตการเดินรถที่ 3 พนักงานขับรถและกระเป๋ารถเมล์ ไม่เสียชีวิต ด้วยจังหวะเกิดเหตุ กระเป๋ารถเมล์นั่งอยู่ตรงเบาะสำหรับพระด้านหน้า เมื่อเกิดการชน จึงกระเด็นหลุดออกมาจากรถพร้อมกับป้ายหน้ารถ ซึ่งในข่าวบางแห่งอาจเห็นเป็นป้ายสาย 23 แต่จริง ๆ คือรถสาย 206 โดยพนักงานขับรถรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล       2.สาเหตุการติดค้างบนรางรถไฟ เกิดจากสภาพรถติด ซึ่งหากรถเมล์หยุดรอ รถคันอื่นก็จะแทรกเข้ามา ทำให้รถเมล์ตัดสินใจขับตาม ๆ กันไปจนไปค้างอยู่กลางทางรถไฟ

         3.ด้านความผิดปกติของสัญญาณและไม้กั้นทางรถไฟ ในขณะเกิดเหตุสังเกตว่า ไม้กั้นรถไฟไม่ได้ลงมา และไม่มีไฟกระพริบหรือสัญญาณเตือนตามปกติ

         4.จุดเสี่ยงในกรุงเทพฯ นอกจากจุดที่เกิดเหตุแล้ว ยังมีจุดเสี่ยงอื่น ๆ เช่น แยกราชปรารภ เลยโรงแรมอินทราไปทางศรีอยุธยา แยกพญาไท และตลอดแนว ย่านยมราช

...


 

ตัวรถเมล์ดัดแปลง อาจเป็นต้นเหตุถังก๊าซระเบิด

 

         รถเมล์คันที่ถูกรถไฟชน เป็นรถที่มีการดัดแปลงเครื่องยนต์ เพราะรถรุ่นที่เกิดเหตุเดิมเป็นเครื่องยนต์ดีเซล แต่ถูกนำไปดัดแปลงเป็น ก๊าซ NGV เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการดัดแปลงรถรวม 323 คัน

น่าสนใจว่า ตำแหน่งถังก๊าซที่เป็นอันตรายอาจเป็นจุดที่ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เพราะรถรุ่นนี้ วางถังก๊าซไว้ “ใต้ท้องรถ” บริเวณใต้ที่นั่งผู้โดยสาร ตั้งแต่ช่วงกลางรถไปจนถึงล้อหลัง เมื่อถูกชนกลางลำ จึงเกิดการระเบิดและไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจากรถเมล์รุ่นใหม่ที่จะวางถังก๊าซไว้บน “หลังคา”

          ก๊าซเหล่านี้เมื่อรั่วไหลมักจะลงต่ำ เมื่อผสมกับประกายไฟจากการชนปะทะ เหล็กกับเหล็ก หรือรถเมล์กับมอเตอร์ไซค์ จึงเกิดการลุกไหม้รุนแรงเหมือน “ทะเลเพลิง”

         ปัจจุบันกรมการขนส่งมีนโยบายว่า ภายในปี 2571 จะไม่ต่อทะเบียน ให้กับรถโดยสารที่ติดตั้งก๊าซ NGV เหล่านี้แล้ว โดย ขสมก. มีแผนจะเช่ารถใหม่มาทดแทน

         การดัดแปลงนี้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงในด้านความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพราะตำแหน่งถังก๊าซอยู่ในจุดที่รับแรงกระแทกโดยตรงและอยู่ใกล้กับห้องโดยสารมาก

 


ข้อเสนอแนะและการจัดการของภาครัฐ

         การบริหารจัดการรถเมล์ ขสมก. มักถูกล็อคสเปคจากนโยบายรัฐบาล ทำให้ไม่ได้เลือกใช้รถที่มีคุณภาพดีที่สุด แต่จะต้องเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

         ส่วนระบบความปลอดภัยที่ทางรถไฟ ควรมีการประสานงานที่ดีขึ้นระหว่าง ขสมก. และการทางรถไฟ และควรใช้ที่กั้นที่มีลักษณะเป็น ตะแกรงเลื่อนปิดตาย เพื่อป้องกันไม่ให้รถมอเตอร์ไซค์ซอกแซกผ่านไปได้

         กรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะในฐานะของผู้โดยสารรถสาธารณะ ที่นอกจากจะต้องดูแลคนขับให้อยู่ในกฎระเบียบจราจรแล้ว ตัวรถเองควรมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่านี้ ขณะที่คนขับรถไฟก็สันนิษฐานได้ว่า อาจไม่ชินกับเส้นทางนี้ เพราะปกติ รถไฟที่มาในจุดนี้มักจะชะลอเพื่อดูรถที่วิ่งผ่านช้ากว่านี้