ปริศนา “คลองน้ำดำ” ชาวบ้านทนทุกข์กว่า 10 ปี น้ำเน่า-กลิ่นเหม็นคลุ้ง วิกฤตที่ยังรอคำตอบว่า เกิดจากอะไรกันแน่?
จากคลองน้ำธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวบ้านกลับกลายเป็นคลองน้ำเน่า สร้างความเดือดร้อน ยาวนานกว่า 10 ปี
เส้นทางน้ำจากคลองใหญ่สู่คลองหนองสรวง ความยาวกว่า 10 กิโลเมตร ในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เดิมทีเป็นคลองธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำสำคัญของชาวบ้านที่ใช้อุปโภค ทำการเกษตรและหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน แต่คลองสายนี้กลับเกิดความผิดปกติขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บางวันน้ำในคลองใสเหมือนปกติ แต่บางวันน้ำกลับเปลี่ยนเป็นสีดำ เน่าเสีย จนชาวบ้านเริ่มตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วกำลังเกิดอะไรขึ้นกับคลองสายนี้ ปัญหานี้เกิดขึ้นกินเวลายาวนานกว่า 10 ปี จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ทีมข่าว SEE TRUE ลงพื้นที่เพื่อหาคำตอบและแก้ไขปัญหานี้ให้กับชาวบ้าน
จากการสัมภาษณ์ชาวบ้านว่าปัญหาน้ำดำสร้างความเดือดร้อนอะไรบ้าง ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า น้ำสีดำส่งกลิ่นเหม็น ขี่มอไซค์ผ่านได้กลิ่นฉุน เหม็นทั้งวัน เป็นกลิ่นสารเคมี แสบจมูก คลองอยู่ห่างถนน 10 เมตร กลิ่นฟุ้งรุนแรงมากจนรับไม่ได้
...
เมื่อถามถึงชาวบ้านที่ใช้น้ำจากในคลองมีผลกระทบยังไง ชาวบ้านตอบว่า สมัยก่อนคลองมีปลาเยอะ พอน้ำดำ ปลาก็หายหมด เหลือแต่ปลาช็อกเกอร์ แม้มีปลาชาวบ้านก็ไม่กล้ากิน
สำหรับประเด็นที่น้ำบางวันดำ บางวันไม่ดำ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า น้ำดำมีการปล่อยให้ไหลมาตามคลอง เวลาดำจะดำทั้งสาย ไล่ตั้งแต่คลองข้างบนลงมามันก็จะเห็นชัด ช่วงนี้ฝนตกน้ำอาจจะยังไม่ดำ ถ้าไม่มีฝนมันก็จะกลับมาดำเหมือนเดิม
หลังจากได้ข้อมูล ทีมงานเดินทางสำรวจบริเวณรอบๆ คลองแห่งนี้ ร่วมกับตัวแทนของชาวบ้านที่ติดตามเรื่องนี้ซึ่งเขาก็ให้ข้อมูลที่เป็นเบาะแสสำคัญกับทีมงานของเรา
เมื่อทีมงานถามว่าในมุมของ “เบล” แหล่งข่าวผู้ที่ตามเรื่องนี้ ว่ามองว่าน้ำดำเกิดจากอะไร เบลให้คำตอบว่า เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เป็นเรื่องของการปล่อยน้ำดำ มีการเลือกช่วงเวลาปล่อยน้ำ เวลาข้ามคืนสั้นๆ
“ฝายหนองสรวง วันที่ดำจะดำมากๆ ค่าที่เอาไปตรวจผลแล็บออกมาว่าไม่มีโลหะหนัก แต่มีสารอินทรีย์ ค่าแบคทีเรีย ออกซิเจนในน้ำเป็นพิษ ทำให้สัตว์น้ำทรมานอยู่ไม่ได้ ที่ตรงนี้จะให้เห็นว่า น้ำไหลมาจากฝั่งหนองอิรุณเข้าสู่หมอนนางจริงๆ”
ทีมข่าวเดินทางสำรวจต่อไปตามเส้นทางการไหลผ่านของน้ำตามแนวคลองขึ้นไปประมาณ 3 กิโลเมตร จนไปถึงฝายที่เคยได้รับรายงานว่าเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำดำ
แหล่งข่าว ระบุเพิ่มเติมว่า บริเวณนี้คือฝายหนองเจ็กมัน ถ้าเราเข้ากูเกิลเอิร์ธ จะเห็นภาพชัดเลยว่าคลองบริเวณนี้น้ำเป็นสีดำ และเมื่อเร็วๆ นี้ในปี 2569 หลังการเลือกตั้ง ก็มีคนถ่ายไว้ได้ว่าน้ำดำ
หลังจากเดินทางสำรวจตามลำคลองแล้ว ตัวแทนของชาวบ้านได้ให้ข้อมูลกับเราว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งที่คาดว่า อาจมีส่วนที่ทำให้น้ำในคลองสายนี้เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งสถานที่นั้นคือบ่อขยะขนาดใหญ่ ที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า
ทีมงานของเราจึงได้สำรวจบริเวณรอบๆ และมีโอกาสได้สอบถามกับชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อสอบถามว่าจากการเดินสอบถามมาไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลเลย มีความเกรงกลัวอะไรอยู่หรือไม่ แหล่งข่าวให้คำตอบว่า เนื่องจากเป็นประชาชนธรรมดา ทำให้ไม่ค่อยกล้ายุ่ง
“เคยมีเรื่องเล่าว่า เข้าไปคุยแล้ว เขาถามว่าวันนี้แขวนพระอะไรมา ทำไมกล้าเข้ามาคุยเรื่องน้ำดำ มันเป็นปัญหามานาน ไม่มีใครกล้าเข้ามาดูเลย”
...
ทีมข่าวลงพื้นที่ที่ชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่าเป็น “กองขยะ” จากการสำรวจไม่ได้กลิ่นขยะ แต่ได้กลิ่นสารเคมี หลักฐานคือพบถังกาว 200 ลิตรทิ้งลงมาในคลอง จึงเกิดข้อสันนิษฐานขึ้นว่า นี่คือสาเหตุที่ทำให้น้ำกลายเป็นสีดำหรือไม่
แต่ด้วยความที่พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ทีมข่าวจึงทำได้เพียงสำรวจรอบๆ ซึ่งก็พบว่าพื้นที่อีกฝั่งของกองขยะแห่งนี้ มีคลองเหมือนกันและในระหว่างที่เรากำลังสำรวจก็พบว่ามีรถแบคโฮกำลังขุดคลอง เพื่อให้น้ำไหลคล่องขึ้น
จุดเดียวกันกับที่มีการลอกคลอง จะพบกับกองขยะซึ่งมีขนาดใหญ่มาก สูงกว่าโกดัง แต่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล
ทีมข่าวพยายามติดต่อและตามหาเจ้าของพื้นที่ จนสืบทราบพบว่าเป็นคนในพื้นที่ และเขาพร้อมที่จะเปิดให้ทีม SEE TRUE เข้าไปพิสูจน์ตรวจสอบทุกจุดในพื้นที่ของกองขยะแห่งนี้
จากการสัมภาษณ์ ผู้ใหญ่บู้ ผู้ดูแลบ่อขยะ ว่าเคยมีการทิ้งเศษขยะอุตสาหกรรมไหม หรือพวกเคมีไหม ผู้ใหญ่บู้ตอบว่า ไม่มี เคมีก็ไม่มี คาดว่าน่าจะเป็นช่วงหน้าหนาว เวลารีไซเคิลตักขยะขึ้นมา กลิ่นก็จะขึ้นมาด้วย ซึ่งตนก็โดนร้องเรียนเหมือนกัน
...
เมื่อทีมงานถามว่า มีหน่วยงานรับผิดชอบเข้าตรวจสอบหรือไม่ ผู้ใหญ่บู้ตอบว่า มาตรวจแล้ว ยังไม่ผ่าน ตนก็โดนเรียกสอบที่สืบสวนกลาง จนทางจังหวัดสั่งให้ปิด ตอนนี้ก็ปิดไม่รับขยะ แต่ยังทำการรีไซเคิลอยู่ แต่ตอนนี้หยุดทำเพราะน้ำมันแพง
ทั้งนี้ ผู้ใหญ่บู้ ยืนยันว่าไม่มีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง บ่อขยะนี้มีมา 30 ปีแล้ว เป็นบ่อเก่า มีการจัดการระบบหมุนเวียน ไม่ใช่บ่อที่เพิ่งสร้างขึ้นมา ซึ่งบ่อใหม่มันจะมีการปูพลาสติกรอง มีบ่อบำบัด แต่เราที่เป็นบ่อเก่ามีการเอาชั้นหินทำเป็นชั้น พยายามกันให้ได้มากสุด แต่อาจจะหลุดไปบ้าง
ทีมงานถามต่อว่า แล้วปัญหาน้ำดำเกิดจากอะไร ผู้ใหญ่บู้ตอบว่า เป็นการล้างจากขยะที่มันลงไป มันปกติ เป็นมานานแล้ว อาจจะมีบ้างในช่วงหน้าฝน
เมื่อถามย้ำว่า ที่น้ำดำนี่เป็นเพราะขยะเป็นไปไม่ได้หรือไม่ ผู้ใหญ่บู้ตอบว่า “ลองไปไล่ดูให้มันสุดก่อน รู้ต้นน้ำปลายน้ำหรือยัง พวกน้องขอมาดูพี่ก็ให้เข้ามาดู”
แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าต้นตอของน้ำดำมาจากจุดใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพน้ำ และสิ่งแวดล้อม
...
ทีมข่าวจึงเดินทางสอบถามกับอารีรัตน์ สิงห์โตทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอิรุณถึงข้อร้องเรียนของชาวบ้าน รวมถึงแนวทางตรวจสอบการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้
นายกฯ กล่าวถึงต้นตอปัญหาน้ำดำที่เกิดมา 10 ปีว่า เส้นทางนี้มาจากหลายพื้นที่ หลายเส้นทางมาบรรจบกันตรงนี้ ระหว่างทางมีทั้งโรงงาน ฟาร์มหมู หลากหลายปัจจัย
สำหรับที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า การบังคับใช้กฎหมายยังไม่รัดกุมหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เมื่อมีการร้องเรียนมาก็ลงพื้นที่ ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไข ให้ EM หยุดการเลี้ยงหมู พยายามที่จะทำ เมื่อมีชาวบ้านร้องเรียนเราลงพื้นที่ทุกครั้ง ไม่ได้นิ่งนอนใจ
เมื่อถามว่าต้องทำอย่างไรให้ชาวบ้านเชื่อมั่นว่าจะไม่มีน้ำสีดำอีก นายกฯ ตอบว่า เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก เราเฝ้าระวัง มีรถเอาน้ำมาทิ้งก็จับส่งตำรวจ มันมีทั้งรถเล็กรถใหญ่
สำหรับชาวบ้านหลายๆ คนที่กลัวจะพูดถึงปัญหานี้เพราะเกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่นั้น มีอิทธิพลมืดในพื้นที่จริงไหม? นายกฯ ตอบว่า พื้นที่เป็นพื้นที่รักความสงบ อยู่เป็นพี่น้อง แต่อาจมีบางส่วนอาจจะไม่ชอบการทำงานของเราก็ได้ สมมุติว่า ชาวบ้านมีหลักฐานมีเบาะแสว่าโรงงานปล่อยน้ำเสีย มาบอกได้ มาแจ้งได้ จะไม่มีการละเว้น ซึ่งทุกวันนี้ทางการก็ลงพื้นที่อยู่ตลอด
วันนี้ คำตอบเรื่องต้นตอของคลองน้ำดำ อาจยังไม่ชัดเจนแต่สิ่งที่ชัดเจนสำหรับชาวบ้าน คือสภาพน้ำที่เปลี่ยนไป และผลกระทบที่พวกเขาต้องเผชิญมานานหลายปี
คำถามสำคัญคือ ใครต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ จะสามารถหาคำตอบได้จริงหรือไม่ เพราะหากผู้ประกอบการยังขาดความรับผิดชอบหรือปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ ๆ โดยไม่มีการแก้ไข คลองที่เคยเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนอาจไม่เหลืออะไร นอกจากคลองน้ำดำ ที่ไม่มีใครกล้าใช้อีกต่อไป
ติดตาม #ข่าวแสบเฉพาะกิจ รายการวาไรตี้ข่าวสุดแสบ จะพิสูจน์ ตรวจสอบ พร้อมลงทุกพื้นที่ ขยี้ทุกความจริง ทุกวันเสาร์ 6 โมงเย็น ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32