จีน-สหรัฐ ท่าทีต่อความขัดแย้งไต้หวัน นักวิชาการคาด สหรัฐอาจลดการส่งอาวุธ หวังกระชับสัมพันธ์จีน มองท่าทีไทยได้ประโยชน์
การเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของอเมริกา และการพบหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ปิดฉากลงด้วยคำประเด็นข้อสงสัย ถึงท่าทีของสองชาติมหาอำนาจ ที่มีต่อไต้หวัน ซึ่งในระหว่างการประชุม จีนเอง ก็แสดงท่าทีชัดเจน ในการไม่อยากให้สหรัฐขายอาวุธให้กับไต้หวัน เพื่อรักษาสัมพันธ์ แต่สหรัฐในฐานะผู้ที่ช่วยเหลือไต้หวันมาตลอด ก็อาจมีท่าทีที่เปลี่ยนไป
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า สหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องสนับสนุน ไต้หวัน เนื่องจากระบบพรรคการเมืองในไต้หวัน มีพรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับการไปสนับสนุนสหรัฐอเมริกา ดังนั้น กลุ่มการเมืองในไต้หวัน ถือว่ามีกลุ่มที่พร้อมที่จะประนีประนอมกับจีนด้วยเหมือนกัน มันก็ทำให้ตัวตนของไต้หวันเองที่จะเป็นปฏิปักษ์กับจีนมาก ๆ แล้วไปร่วมมือกับสหรัฐ มันก็ไม่เต็มที่
โดนัลด์ ทรัมป์ เขายังมีความกังวลบางเรื่อง นั่นก็คือว่า เขาไม่อยากจะทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการช่วยเหลือพันธมิตร หรือหลาย ๆ ประเทศที่อยู่ในดินแดนที่ห่างไกล แต่เขาจะต้องดูว่าจุดคุ้มทุนมันอยู่ตรงไหน หรือว่าประเทศนั้นต้องจ่ายอะไรตอบแทนให้กับสหรัฐอเมริกา
...
สหรัฐอเมริกา จะคงความสัมพันธ์กับไต้หวันในทางยุทธศาสตร์ต่อ แต่คงจะไม่ได้ช่วยไต้หวันแบบเต็มกำลังในลักษณะที่เปิดศึกกับจีน แล้วกลุ่มการเมืองในไต้หวัน ก็คงไม่ได้มีทุกกลุ่มที่เห็นด้วยเสมอไปว่าจะต้องไปเป็นศัตรูกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยไปยืนข้างโดนัลด์ ทรัมป์
เลยคิดว่า สัมพันธภาพระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันแล้วก็สหรัฐ มันอาจลดความแข็งกร้าวลง ในอนาคต คือ อาจจะยังมีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว แต่ว่าอาจลดความแข็งกร้าว เพราะว่ากลุ่มการเมืองในไต้หวัน ก็มีพยายามคุยกับจีนแผ่นดินใหญ่บ้าง แล้วสหรัฐก็ไม่อยากทุ่มงบประมาณจำนวนมากไปกับไต้หวัน
จีนเองก็ขายอาวุธให้กับประเทศอื่น ๆ ได้ จีนอาจจะส่งอาวุธยุทโธปกรณ์บางอย่างไปให้กับรัสเซีย ไปให้กับอิหร่าน มันก็เป็นสิ่งที่สหรัฐก็ห้ามไม่ได้ แต่ทีนี้มันก็เป็นการต่อรอง เป็นการขอร้องกันมากกว่า ซึ่งสัญญาณเตือนจากสหรัฐ มันก็จะทำให้จีนยับยั้งชั่งใจ
จีนที่ไปส่งสัญญาณต่อสหรัฐอเมริกาเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวัน ก็ทำให้สหรัฐอเมริกายับยั้งชั่งใจเหมือนกัน หมายถึงว่าสหรัฐอาจขายอาวุธให้ไต้หวันอยู่ แต่อาจจะดูจังหวะจะโคน ก็เพราะว่าจะถนอมน้ำใจจีน
เรื่องขายอาวุธไม่ขายอาวุธ คิดว่ามันมีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยน ลื่นไหลไปตามสถานการณ์และผลประโยชน์ ประเทศหนึ่งขอร้องไม่ให้อีกประเทศหนึ่งขายให้อีกดินแดนหนึ่ง มันก็ทำได้ แต่มันไปบังคับเขาไม่ได้
สหรัฐกับไต้หวันมองจีนว่า มีระดับความคุกคามมากน้อยเพียงใด ถ้าจีนยังกระทำการซ้อมรบ แล้วก็เอากำลังทางเรือมาล้อมเกาะไต้หวันเหมือนที่เคยทำ เป็นการกระชับวงล้อม คือล้อมแต่ไม่รบ ไต้หวันก็จะต้องไปหาสหรัฐอเมริกา ให้มาช่วยอาวุธยุทโธปกรณ์ สหรัฐอเมริกาก็หวาดระแวง เพราะว่าถ้าจีนล้อมเกาะไต้หวัน ปิดช่องแคบไต้หวัน ก็สามารถจะควบคุมทะเลจีนตะวันออก และบางส่วนของทะเลจีนใต้ กองเรือสหรัฐ จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในการแข่งขันกับจีนในอนาคต
จีนล้อมไต้หวัน สำหรับท่าทีของไทย ต่อกรณีของสหรัฐอเมริกา และจีน ที่มีต่อไต้หวัน ประเทศไทยก็ถือนโยบายจีนเดียวมานาน เราไม่ยอมรับว่า ไต้หวัน เป็นรัฐเอกราชอิสระ เรายอมรับว่าไต้หวันเป็นอธิปไตยส่วนหนึ่งของจีน แต่เราก็มีความสัมพันธ์กับไต้หวันในมิติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเมือง
ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ 3C
C แรก คือ เป็น Crossroad เป็นจุดตัดที่มหาอำนาจจะต้องมาคุยกับเรา
C คือ เป็น Connector เราพร้อมที่จะเชื่อมร้อยประสานให้อาเซียน ให้มหาอำนาจ มาคุยกัน
C เป็น เราเป็น Conductor บางทีมีประเด็นร้อน ๆ ที่มหาอำนาจขัดกันเนี่ย เราก็สามารถจะสร้างแพลตฟอร์มให้เขาเหล่านั้นมาคุยกันได้
...