แกะรอย “หมิงเฉิน ซัน” ปืนตำรวจ-กระสุนราชการ ช่องโหว่คนมีสี ผู้เชี่ยวชาญด้านปืน ชี้ขบวนการซื้อขายอาวุธสงครามในตลาดมืด ยันกระสุนปืน RTA ชัดว่าเป็นของสรรพาวุธ คาดปืนสวัสดิการ “โอนลอย” บวกได้กำไรงาม
หลังจับกุม “หมิงเฉิน ซัน” ชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก และมีกระสุนที่พบว่ามาจากกรมสรรพาวุธฯ แม้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่รัฐของไทยจะปฏิเสธ แม้จะมีการอ้างว่าเป็นคนที่ชอบสะสมอาวุธปืน แต่ในคดีนี้ก็ส่อพิรุธในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอาวุธปืน ที่พบว่าเป็นปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซื้อมาก่อนทำการขายต่อ สิ่งนี้สะท้อนถึงจุดอ่อนที่สะท้อนถึงปัญหาในการจัดการของหน่วยงานที่ดูแล จนสังคมตั้งคำถามว่า เมืองไทยมีเงินก็ซื้อได้ทุกอย่าง
จากการตรวจสอบ พบอาวุธปืน 1 กระบอก เป็นอาวุธปืนของตำรวจนายหนึ่ง ซื้อจากสวัสดิการของ บช.น.ตั้งแต่ปี 45 เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 ปืนสวัสดิการและเป็นอาวุธปืนประจำตัวใช้ส่วนตัว นี่จึงอาจเป็นสัญญาณสะท้อนถึงขบวนการซื้อขายอาวุธปืนในคราบคนมีสี
...
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง “มนตรี ตันใจซื่อ” ผู้เชี่ยวชาญอาวุธปืน วิเคราะห์ว่า การซื้อขายอาวุธสงครามในตลาดมืดของไทยก็มีอยู่บ้าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการลักลอบนำเข้ามาผ่านพื้นที่ชายแดน หรืออาจเป็นปืนของทางหน่วยราชการที่หลุดออกมา ซึ่งอาจจะค่อนข้างยาก
ส่วนกระสุนอาวุธปืน ที่ตัวกล่องมีข้อมูลระบุว่าเป็นของกรมสรรพาวุธอย่างชัดเจน ปกติกระสุนพวกนี้ประชาชนจะไม่สามารถมีไว้ในครอบครอง แม้เจ้าหน้าที่รัฐตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นของเลียนแบบ แต่ความจริงแล้ว ไม่สามารถเลียนแบบได้ทั้งตัวกล่อง และตราสัญลักษณ์จะประทับไว้บนตัวปลอกกระสุน น่าสังเกตว่ากระสุน อาจมีคนภายในนำออกมาแอบขาย ถึงอย่างไรก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป
ปกติคนเล่นปืนที่ถูกกฎหมาย จะหลีกเลี่ยงการใช้กระสุนปืน RTA (Royal Thai Army) เพราะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เนื่องจากกระสุน RTA จะใช้ในงานของกองทัพ ถ้าประชาชนมีไว้ในครอบครองถือว่าผิดกฎหมาย โดยประชาชนหากจะใช้กระสุนปืนขนาดนี้ จะเป็นของที่มีการขายเชิงพาณิชย์ ที่นำเข้าจากอเมริกา
ถ้าเทียบในเชิงราคาซื้อขาย กระสุนที่มีขายเชิงพาณิชย์ราคาอยู่ที่ประมาณนัดละ 100 – 120 บาท แต่กระสุน RTA จะมีราคาถูกลงกว่าครึ่งหนึ่ง
ปืนตำรวจ พิรุธการโอนลอยขายชายชาวจีน
ปืนตำรวจที่ชายชาวจีนครอบครอง พบว่าเป็นปืนสวัสดิการตั้งแต่ปี 45 เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก 26 ปืนสวัสดิการและเป็นอาวุธปืนประจำตัวใช้ส่วนตัว “มนตรี” วิเคราะห์ว่า ปกติปืนสวัสดิการของตำรวจจะมีการโอนลอย และมีการสลักหลัง แต่ก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งในหลังใบอนุญาตก็มีเขียนกำหนดไว้
ในเรื่องของราคาของปืนตำรวจที่มีการโอนลอย ไม่ได้ถูกกว่าปืนที่ขายตามร้านขายปืน แต่คนที่ซื้อจะได้รับความสะดวก เพราะปืนสามารถลองยิงดูก่อนได้ ต่างจากปืนที่ขายทั่วไปไม่สามารถทดลองยิงได้
...
น่าสนใจว่าปืนตำรวจ ที่อยู่ในการครอบครองของชายชาวจีน ผ่านการโอนมาหลายทอด โดยแต่ละทอดไม่มีการโอนอย่างถูกต้อง เลยทำให้เจ้าของปืนยังเป็นชื่อของตำรวจคนแรกที่ซื้อปืนอยู่
กรณีนี้ จะเป็นการซื้อปืนสวัสดิการที่มีราคาถูก เมื่อครอบครองได้ 5 ปี จะสามารถโอนให้คนอื่นครอบครองได้ แต่กรณีนี้เป็นการโอนลอย โดยที่คนที่ซื้อยังไม่ได้ไปขอเอกสารอย่างถูกต้อง
ขบวนการโอนปืนลอย มีค่อนข้างมาก ซึ่งหลายคนอาจมีความไว้วางใจคนที่จะครอบครองต่อ และการขออนุญาตขอซื้ออาวุธปืน (แบบใบ ป.3) และใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบใบ ป.4) แต่หลายคนพอได้ปืนไปกลับไม่ได้โอนให้กับเจ้าของใหม่ ซึ่งอาจมีเหตุผลว่าขายแล้วได้กำไรมากกว่า หรือขอใบ ป.3ไม่ได้
ปกติทั้งปืนและกระสุนของทางรายการ จะมีเลขรหัสที่บอกได้อยู่แล้วว่านำมาจากหน่วยไหน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ แต่ตัวที่น่ากลัวคือปืนที่ลักลอบนำเข้ามา และโดยปกติปืนพวกนี้มีกฎหมายที่บังคับใช้กับคนที่ครอบครองโดยไม่ถูกต้องเช่น ปรับ 20,000 บาท จำคุก 6 เดือน หากมีการบังคับใช้อย่างจริงจังก็สามารถแก้ปัญหาได้
...
...