11 เงื่อนไข กฎเหล็กระหว่างพักโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” ติดกำไลEM ส่องบทลงโทษ หากฝ่าฝืน
หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม เวลา 07.45 น. วันที่ 11 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศด้านหน้าประตูเรือนจำฯ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและการเฝ้ารอคอยของคนเสื้อแดง แกนนำพรรคเพื่อไทย และครอบครัวชินวัตรมาอย่างยาวนาน 8 เดือน หรือ 243 วัน ภายหลังจากที่ครอบครัวต้องเยี่ยมนายทักษิณผ่านลูกกรงมาตลอด 61 ครั้ง ซึ่งในวันนี้ นายทักษิณ ได้ครบกำหนดระยะเวลาการคุมขังเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนพักโทษคุมประพฤติ โดยนายทักษิณ ได้สวมชุดโปโลคอปกสีขาว กางเกงขายาวสีกรมท่าเข้ม ตัดผมรองทรงสูง ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว
กรมคุมประพฤติ ได้แจกเอกสารถึงขั้นตอนการดำเนินการ กรณีกรมราชทัณฑ์แจ้งมติคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ให้ปล่อยตัวพักการลงโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร นับตั้งแต่ วันที่ 11 พ.ค. ซึ่งจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษ ในวันที่ 9ก.ย. โดยพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยพักการลงโทษ ดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในทันที หลังจากนั้นให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่ผู้อุปการะพักอาศัย ภายในระยะเวลา 3 วัน
...
ในระหว่างการพักการลงโทษมีเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จนกว่าจะพ้นการพักการลงโทษ ดังนี้
1. พักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนด หากย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงผู้อุปการะต้องยื่นคำร้องต่อพนักงานคุมประพฤติในท้องที่เดิมและต้องได้รับอนุมัติก่อน
2. ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นั้น ไม่ว่าโทษสถานใด ให้ผู้ได้รับการพักการลงโทษหรือผู้อุปการะแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
3. ให้ประกอบอาชีพที่สุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้แจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบภายในกำหนดระยะเวลาการรายงานตัวครั้งต่อไป
4. ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ และตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติ และเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมคุมประพฤติกำหนด ซึ่งจะต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้ง
5. ห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่จะมีกิจธุระสำคัญเป็นครั้งคราว ให้ขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ
6. ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย
7. ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ ทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด
8. ห้ามเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขัง ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ต้องกักกันอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน สถานกักขัง สถานกักกัน หรือสถานคุมขังอื่นใด
9. ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดอีก
10. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) ไม่มี
11. ผู้ได้รับการพักการลงโทษ จะต้องแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำ เมื่อมีการเรียกให้แสดง หากหนังสือสำคัญพักการลงโทษสูญหาย ให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติและขอรับฉบับแทน ถ้าไม่แสดงหนังสือสำคัญดังกล่าว พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับส่งเรือนจำก็ได้
หากผู้ได้รับการพักการลงโทษฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว พนักงานคุมประพฤติต้องรายงานผลการคุมความประพฤติต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ พิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษ ต่อไป
...
ผู้ได้รับการพักการลงโทษ ได้เข้ารายงานตัว และรับทราบเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นเรียบร้อยแล้ว