10 แรงสั่นสะเทือน “หมิงเฉิน ซัน” หนุ่มจีนสะสมอาวุธสงคราม มีบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย พบย้ายมาจากเชียงใหม่เมื่อปี 66 อดีตภรรยายันป่วยซึมเศร้า สังคมตั้งคำถามขบวนการค้าอาวุธสงคราม สอบด่วนเอื้อเพิ่มชื่อในประวัติทะเบียนราษฎร
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 69 รายงานระบุว่า จุดเริ่มต้นของคดีเกิดจากเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นายหมิงเฉิน หรือ อายุ 31 ปี ชาวจีนเป็นคนขับ และมีหญิงชาวไต้หวันนั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจนพบอาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีนภายในรถ นำไปสู่การขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูในซอยห้วยใหญ่ตะลึง! ค้นรังลับเจอระเบิด C4 และปืน M16 เพียบ
...
จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักที่นายหมิงเฉินเช่าอยู่ ค่าเช่าเดือนละ 38,000 บาท เจ้าหน้าที่ต้องตกตะลึงเมื่อพบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูงจำนวนมาก โดยสรุปของกลางทั้งหมดประกอบด้วย
อาวุธปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก, ปืนสั้น Glock 26 จำนวน 1 กระบอก
กระสุนขนาด 5.56 มม. รวมกว่า 791 นัด และขนาด 9 มม. อีกจำนวนหนึ่ง
วัตถุระเบิด ดินระเบิด C4 รวมน้ำหนักกว่า 4,832.4 กรัม พบส่วนหนึ่งผูกติดกับเสื้อเกราะ
กับดักระเบิดสังหารบุคคล POMZ2 (รัสเซีย) 4 ลูก
ระเบิดสังหารแบบขว้างจากหลายประเทศ รวม 6 ลูก
เชื้อปะทุไฟฟ้า และชุดรีโมทรับ-ส่ง 2 ชุด
อุปกรณ์อื่นๆ เสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว, หน้ากากกันแก๊สพิษ และน้ำมันเบนซิน 80 ลิตร
คำให้การเบื้องต้น นายหมิงเฉิน อ้างว่าสั่งซื้ออาวุธทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์และไปรับของที่ จ.ระยอง โดยตั้งใจจะใช้ “ฆ่าตัวตาย” เนื่องจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากลักษณะของกลางคล้ายการเตรียมก่อเหตุรุนแรง
แกะรอยเส้นทาง “บัตรสีชมพู”
ตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า นายหมิงเฉิน เข้ามาประเทศไทยครั้งแรกในปี 2020 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และล่าสุดเดินทางเข้าประเทศเมื่อ 27 ม.ค. 69 ด้วย “วีซ่ารีเอนทรี” ซึ่งเชื่อมโยงกับวีซ่าระยะยาวที่พำนักได้ถึง 5 ปี
ที่น่าสนใจคือ นายหมิงเฉินถือพาสปอร์ต 2 สัญชาติ จีนและกัมพูชา และมี บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยมีชื่ออยู่ใน กทม. ซึ่งย้ายมาจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2566
...
“ทำตัวแปลก-เปิดบริษัทบังหน้า”
จากการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านตามที่อยู่บนบัตรสีชมพูในพื้นที่ สน.นิมิตรใหม่ เจ้าหน้าที่พบกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อดีตภรรยา ซึ่งให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า
รู้จักกับนายหมิงเฉินที่พัทยาเมื่อปี 2564 ก่อนจะจดทะเบียนสมรสกัน
นายหมิงเฉินใช้ชื่อในทะเบียนบ้านของตนเพื่อทำบัตรสีชมพูและเปิด บริษัท อ้างว่าทำธุรกิจรถเช่าและธุรกิจอื่นๆ
มักเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง เช่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ช่วงหลังทำตัวแปลกๆ และห่างเหินกัน จนกระทั่งจดทะเบียนหย่าเมื่อปี 2568
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกว่า อาวุธสงครามจำนวนมหาศาลเหล่านี้ถูกนำเข้ามาได้อย่างไร และมีแผนการที่จะใช้ก่อเหตุในลักษณะใดกันแน่ รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของการได้มาซึ่งบัตรสีชมพูและเอกสารทางราชการไทยของผู้ต้องหารายนี้อย่างละเอียดต่อไป