“กลุ่มทุนจีน” บุกสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในไทย เมื่อ "ช่องว่าง" กระบวนการอนุญาตและตรวจสอบทางเอกสาร ทำชาวบ้านรับกรรม เสี่ยงเผชิญปัญหามลพิษ-สารเคมี
ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี กำลังถูกตั้งคำถาม เมื่อ "กลุ่มนักลงทุนชาวจีน" เข้ามาก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในพื้นที่กว่า 70 ไร่ ต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี 4 เดือน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนการดำเนินการ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกมาต่อต้านคัดค้าน กังวลต่อภัยร้ายจากเรื่องมลพิษและสารเคมีที่อาจเกิดขึ้นเมื่อโรงงานสร้างเสร็จ
ทีม SEE TRUE ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ พบว่าเจ้าของโรงงานเป็นชาวต่างชาติที่ปัจจุบันให้ลูกมาเป็นกรรมการแทน ซึ่งในการตั้งโรงงาน ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าทางโรงงานแจ้งว่าเป็นโรงงานผลิตกระเบื้อง ไวนิล กับกล่องกระดาษ แต่ชาวบ้านมีความกังวลว่า ในกระบวนการต้องมีการหล่อหลอมที่เป็นยาง ส่งผลกระทบเรื่องกลิ่น น้ำเสีย และน้ำบาดาล
...
เรื่องที่ชาวบ้านห่วงที่สุด คือปัญหาเรื่องน้ำ โดยชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่าอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยเจอปัญหาน้ำขาด แต่เมื่อโรงงานมาเจาะบ่อบาดาล ทำให้น้ำขาดจนชาวบ้านไม่มีน้ำอาบถึง 2 วันต้องไปขอเทศบาล นอกจากนี้ชาวบ้านยังไปเจาะจนได้ข้อมูลมาว่าเจ้าของโรงงานเคยสร้างที่ อ.บ้านบึง และแอบทำหล่อหลอมตะกั่วจนถูกร้องเรียน จึงกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยที่บ่อกวางทอง
แม้ชาวบ้านจะพยายามประท้วงคัดค้านหลายครั้ง แต่การก่อสร้างก็ยังดำเนินต่อไป โดยไม่มีการไกล่เกลี่ยจากทางโรงงาน นอกจากนี้ยังเกิดเหตุการณ์ปะทะ เช่น การเกณฑ์คนงานเมียนมาออกมาพังป้ายของชาวบ้าน มีกลุ่มชายชุดดำแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางหรืออ้างเป็นทหารเพื่อมาปะทะกับชาวบ้าน จนทำให้ปัจจุบันชุมชนแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์กับฝ่ายที่เสียผลประโยชน์
นอกจากนี้ชาวบ้านเผยว่า มีผู้นำหมู่บ้านบางคนบอกว่าจะแจกเงินคนละ 3,000 บาทแลกกับการให้ยอมรับโรงงาน มีการจ่ายก่อน 1,000 บาท และจะจ่ายอีก 2,000 บาทหากโรงงานสร้างได้สำเร็จ โดยมีภาพหลักฐานยืนยัน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมข่มขู่ด้วยการยิงปืนเกือบทุกคืนจนเทศบาลต้องสั่งระงับ ซึ่งชาวบ้านมีคลิปหลักฐานชัดเจนเช่นกัน แต่ผ่านไป 1.4 ปี กลับไม่มีความเคลื่อนไหวและไม่มีใครได้รับโทษ
เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานด้านอุตสาหกรรม ก็ระบุว่า เป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีในการบริหารจัดการ แต่ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่านายกฯ อาจรู้เห็นเป็นใจและมีข้าราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะการออก ม.39 ให้โรงงานก่อสร้างโดยไม่ผ่านความเห็นชาวบ้านซึ่งเจ้าของโรงงานเป็นคนแฉเอง
“การ ออก ม.39 มันต้องมีการติดป้ายรอบๆ สถานที่ก่อสร้าง ชาวบ้านจับได้เลยไปแจ้งความ นายกฯ ก็เลยไประงับโรงงาน นายกฯ ควรต้องเช็กดีๆ ว่าเอกสารครบหรือเปล่า แต่เขาเซ็นเลย”
เพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องนี้ ทีม SEE TRUE จึงเดินทางไปสอบถามนายกเทศมนตรีตำบลบ่อกวางทอง ซึ่งทางด้านนายกฯ ได้ชี้แจงว่า ปัญหาเกิดจากเจ้าของโรงงานมาซื้อที่ดินโดยไม่ได้สอบถามและไม่ชี้แจงว่าจะทำอะไร ทางโรงงานไม่เคยมาปรึกษา รู้ตัวอีกทีก็สร้างแล้ว ตนจึงสั่งระงับก่อนหมดวาระแต่ทางโรงงานก็ไม่หยุดก่อสร้างมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว
นายกฯ ยืนยันว่าอยู่เคียงข้างชาวบ้านและเคยโดนกลุ่มนายทุนหยามเกียรติทำร้ายข้าราชการใกล้เคียงด้วย ซึ่งการทำให้หยุดนั้นต้องเป็นไปตามขั้นตอน ตนได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่ต้องใช้เวลา เพราะกลุ่มทุนนี้ท้าทายกฎหมายและไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน
...
เมื่อทีมงานลงพื้นที่โรงงาน พบเพียง รปภ.ที่อ้างว่าติดต่อใครไม่ได้และไม่มีสิทธิเข้าไปข้างใน แต่สุดท้ายทีมงานค้นหาข้อมูลเพื่อติดต่อจนสามารถติดต่อเจ้าของโรงงานได้ โดยเธอระบุว่า ได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนสร้างแล้วเพราะเป็นพื้นที่สีเหลือง ในชลบุรีสร้างโรงงาน 4-5 ร้อยโรงงาน ถ้าผิดจริงโรงงานคงถูกปิดไปแล้ว
ส่วนการมีคำสั่งระงับก่อสร้างแต่ทำไมยังสร้างอยู่นั้น เธอมองว่า เทศบาลถอนใบอนุญาตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตนยังถือใบอนุญาตที่ถูกต้องเพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน และได้ขอใบอนุญาตถูกต้อง จ่ายค่าธรรมเนียมครบหมดแล้ว เธอมองว่า เทศบาลควรตรวจสอบเอกสารให้ดีก่อนออกให้ตั้งแต่แรก และยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแต่สู้ด้วยกฎหมาย พร้อมรับคำตัดสินของศาล
“ใบอนุญาตของเราถูกต้องตามกฎหมาย ค่าธรรมเนียมเราชำระหมด แต่ที่นี่เทศบาลมาถอนบอกว่าเอกสารไม่ครบ ซึ่งจริงๆ คุณต้องตรวจสอบเอกสารก่อน ก่อนที่คุณจะออกเอกสารให้เราถูกต้องไหม หลายคนมองว่าเรามีเงินหรือเปล่าเราถึงได้ทำแบบนี้ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน กฎหมายเท่านั้น เราแจ้งแล้ว เราฟ้องร้องเทศบาลแล้ว วันหนึ่งถ้าคำสั่งศาลออกมาเราก็พร้อมรับ ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเหมือน”
...
สิ่งที่เห็นในวันนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของโรงงานทุนต่างชาติเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสะท้อนให้เห็น "ช่องว่าง" บางอย่างในกระบวนการอนุญาตและตรวจสอบ เมื่อเอกสารกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญแต่กลับมีความคลุมเครือ คำถามจึงไม่ได้อยู่แค่ที่ผู้ประกอบการ แต่อยู่ที่ว่าขั้นตอนของภาครัฐรัดกุมเพียงพอแล้วหรือไม่ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในเรื่อง "เอกสาร" อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่เกินคาดคิด และหากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ความเดือดร้อนก็อาจตกอยู่กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่อาศัยอยู่รอบๆ พื้นที่แห่งนี้
ติดตาม #ข่าวแสบเฉพาะกิจ รายการวาไรตี้ข่าวสุดแสบ จะพิสูจน์ ตรวจสอบ พร้อมลงทุกพื้นที่ ขยี้ทุกความจริง ทุกวันเสาร์ 6 โมงเย็น ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32