เปิดใจ สส.กมลศักดิ์ ใครผู้บงการสังหาร เบื้องหลัง "สมพร" มือวางแผน ปมสงสัยอู่ชำแหละรถ-จัดหากระสุนชุดใหม่ หลังซ้อมยิงกระสุนมีปัญหา 

โดยจับยิงได้เมื่อวาน (22 เม.ย.69) หลังหนีกบดาน นับแต่วันที่ 20 มีนาคม 69 หลังก่อเหตุยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก พื้นที่ ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 โดยคนร้ายได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ถูกจับได้บริเวณสะพานมอญ ใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จ.กาญจนบุรี


กรณีคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตู สีขาว ไม่ทราบทะเบียน รถสังกัด กอ.รมน.จ.นราธิวาส เป็นยานพาหนะ ใช้อาวุธปืน เอ็ม16 ยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก พื้นที่ ม.9 ถ.เพชรเกษม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเจ้าหน้าที่เสนอศาลจังหวัดนราธิวาส ออกหมายจับทั้งหมด 5 ราย จับกุมแล้ว 4 ราย และล่าสุดจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน มือปืน รายที่ 5

...

รถที่ สมพร ใช้ติดตาม
รถที่ สมพร ใช้ติดตาม


จากการสอบปากคำ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายิงจริง ขณะเป็นเรือเอก ได้ไปทำงาน ต่างประเทศ UN องค์กรสหประชาชาติ 16 ปี หลังกลับมาประเทศไทยไม่มีงานทำไปขออาศัยอยู่กับนายสมพรที่บ้าน นายสมพรคอยช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนจะมีการรับงานจากสมพร หรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนประเด็นเรื่องการยืมรถ กอ.รมน นายวิโรจน์ยอมรับในเบื้องต้น มีการยืมกันก่อนหน้าที่จะก่อเหตุแต่รายละเอียดอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆ ยอมรับสารภาพเช่นกัน แต่ยังให้การขัดแย้งกันอยู่ ส่วนจะไปถึงผู้จ้างวานหรือไม่ จากคำให้การผู้ต้องหายังมีการโยนกันไปมา


เปิดใจ สส.กมลศักดิ์ ใครคือผู้บงการสังหาร


หลังจากการถูกลอบยิงได้ 1 เดือน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ก็ได้พยายามออกมาเรียกร้องเพื่อหาผู้บงการมาลงโทษ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้แกะรอยแผนลอบสังหารไปยังบ้านพัก สส.กมลศักดิ์ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส พบว่าในพื้นที่มีการเฝ้าระวัง เนื่องจากพบว่ามีรถผิดสังเกตมาจอดเป็นเวลานานบริเวณข้างบ้านและฝั่งตรงข้าม

สส.กมลศักดิ์ ได้เปิดใจกับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า วันเกิดเหตุหลังกระสุนนัดแรกดัง ถูกฝั่งคนขับก่อนนัดแรก 

...


โดยประมาณ 5 นัดแรกถูกคนขับ และหลังจากนั้นก็กราดยิงอีกชุดใหญ่ จากการวิเคราะห์ส่วนตัวพบว่า ในวันเกิดเหตุทีมมือปืนตามมาตั้งแต่หาดใหญ่ และรถยนต์ 4 ประตูที่ยิงและมีการชำแหละ ซึ่งหลังเกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุได้โทรหาใครก็ไม่รู้ โดยบอกว่า “ภารกิจยิงเสร็จแล้ว อีก 5 นาทีมาได้” นั่นแสดงว่ายังมีคนอื่นที่ร่วมในขบวนการก่อเหตุ นอกจากคนร้าย 5 คนที่จับได้แล้ว

ทีมข่าวตั้งข้อสังเกตว่า หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่ถูกจับ มีอู่ซ่อมรถที่ชำแหละรถก่อเหตุหลังการก่อเหตุยิงในพื้นที่ นายกมลศักดิ์ มองว่า จากการดูในรูปอู่ที่ชำแหละรถก่อเหตุ มีซากรถจำนวนมาก โดยคนที่ถูกจับคือ “นายสุนทร” โดยคนที่ติดต่อให้นำรถไปชำแหละคือ สมพร

ก็ยังสงสัยว่าอู่ที่ชำแหละ มีการชำแหละรถอยู่เป็นประจำหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีใครสืบสวนต่อ

สมพร ถือเป็นตัวละครหลักในการไขคดี นายกมลศักดิ์ มองว่า จากข้อมูลที่ได้มาพบว่าทีมนี้มีการติดตามเพื่อจะดักยิง3-4ครั้งแล้ว แต่ไม่ได้จังหวะในการยิง โดยทุกครั้งก่อนที่จะออกมาติดตามก็จะไปรวมตัวที่บ้านสมพร ซึ่งข้อเท็จจริงบางอย่างได้ปรากฏอยู่กับผู้ต้องหาในรายที่รับสารภาพ

เราทราบว่าการวางแผนที่จะยิงมีมาเป็นเดือน ไม่ได้เกิดขึ้นในวันสองวัน และที่น่าตกใจคือมีการซ้อมยิงด้วย โดยในระหว่างซ้อมยิงพบว่าปืนที่คนร้ายใช้เกิดปัญหาในเรื่องของกระสุน จนต้องเปลี่ยนกระสุนชนิดใหม่ โดยมีคนนำกระสุนมาให้ แต่ยังไม่รู้ว่าใครมาให้เหมือนกัน

สำหรับประเด็นการนำรถที่ยืมมาจากหน่วย กอ.รมน. เพื่อก่อเหตุ ซึ่งข้อมูลจากกล้องหน้ารถที่ถูกยิง เมื่อซูมภาพกล้องหน้ารถเข้าไปจะมีสติ๊กเกอร์ที่เข้าออกมาเลเซียบ่อย และจากการเช็กเบื้องต้น จนไปเจอรถที่ถูกชำแหละ จนไปตรวจหมายเลขที่ตัวเครื่อง จึงได้ยืนยันชัดเจนว่าเป็นรถ กอ.รมน. ตอนนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ใช่แค่เรื่องรถ แต่มีอดีตทหาร ซึ่งคนที่ให้ยืมรถก็ยังรับราชการอยู่

...

สิ่งที่ต้องการจะทราบข้อมูลหลังจากนี้คือ มีใครอีกนอกจากผู้ก่อเหตุ 5 คนนี้ โดยส่วนตัวคิดว่ามีผู้ก่อเหตุมากกว่า 5 คน เพราะจากการติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อรายงานหลังก่อเหตุยิงบ่งบอกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลักฐานในการโทรศัพท์

ในความรู้สึกหลังผ่านไป 1 เดือน แม้จะมีการออกหมายจับเร็ว แต่เมื่อมีการเกี่ยวโยงกับหน่วยงานรัฐ เลยมีประเด็นอื่นตามมา แต่เรามั่นใจว่าทำตรงไปตรงมา มันสามารถไปถึงผู้บงการได้


ข้อมูลหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่


ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสอบถามถึงมูลเหตุของคดีในการลอบยิง สส. กมลศักดิ์ โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงวิเคราะห์ว่า ถ้าประเมินจากประสบการณ์คาดว่าการก่อเหตุในครั้งนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้

...

แต่ในมุมกลับกันก็น่าสนใจในประเด็นเรื่องการเมืองในพื้นที่ และการขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมา ท่าน สส.ก็ได้ทำงานจนอาจกลายเป็นประเด็นขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งต้องยอมรับว่า มือปืนที่ยิงเคยรับราชการ ซึ่งพื้นที่นั้นอยู่ในการดูแลของหน่วยดังกล่าว และผู้ที่ออกจากราชการแล้วบางส่วนก็ยังใช้ชีวิตมีครอบครัวในพื้นที่ ซึ่งก็อาจเป็นที่มาในการลอบทำร้าย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง