พิรุธจัดฉากลวง ทุบหัวดับหนุ่มคาร้านตัดผม “รอยแผล-คลิปเสียง” หมอหมู ชี้เงื่อนงำรอยแผลคนร้ายมีความลึกเสมอกัน ส่วนมีดก่อเหตุในมือผู้ตายมีลักษณะผิดธรรมชาติ

เมื่อวาน (17 เม.ย. 69) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้เสียชีวิตภายในร้านตัดผม พื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สองคูหา สูง 4 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านตัดผม ภายในร้านพบศพนายฐิติ อายุ 26 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะด้านหลังรวม 5 แผล นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กลางห้องด้านในของร้าน มือขวากำมีดปลายแหลม และพบสากกระเบือเปื้อนเลือดตกอยู่ข้างร่างผู้เสียชีวิต

พบผู้ก่อเหตุรายนี้คือ นายจีราวัฒน์ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของร้านตัดผมดังกล่าว ตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตนับร้อยคนที่ทราบเรื่องการเสียชีวิตต่างพากันเดินทางมาจับกลุ่มดักรอผู้ก่อเหตุอยู่บริเวณหน้าร้านด้วยอาการไม่พอใจ


ทีมชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด และทีมสืบสวนภ.จว.นนทบุรี ได้ร่วมกันทำการสืบสวนในคดีนี้ตลอดทั้งคืน จนทราบว่าตัวผู้ก่อเหตุคือนายจีราวัฒน์ เจ้าของร้านตัดผม มีภรรยาถึง 3 คน เป็นคนไทย 1 คน และเป็นหญิงชาวลาวอีก 2 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ทำงานเป็นช่างทำผมหญิงอยู่ในร้านที่เกิดเหตุทั้งหมด

...

จากการสอบสวนตำรวจมีหลักฐานว่า นายจีราวัฒน์กับภรรยาอีกสองคน มีส่วนรู้เห็นในการทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากนายจีราวัฒน์เกิดความหึงหวงโกรธแค้น โดยก่อนเกิดเหตุนายจีราวัฒน์ได้โทรศัพท์ลวงให้ผู้ตายมาที่ร้าน โดยอ้างว่าได้ฝากโทรศัพท์มือถือไว้ให้ กระทั่งนายฐิติเดินทางมาถึงร้าน ก่อนลงมือใช้สากกระเบือทำร้ายร่างกาย จนเกิดเหตุการณ์สลดคาร้าน

เบื้องต้นนายจีราวัฒน์ให้การรับสารภาพ ส่วนหญิงอีก 2 รายยังให้การภาคเสธ อ้างว่าเข้าไปช่วยห้ามปรามไม่ให้มีเรื่องกัน โดยดำเนินทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา วางแผนไตร่ตรองเอาไว้ก่อน และข้อหาปกปิด ซ่อนเร้น อำพรางการเสียชีวิตที่แท้จริง”

ต่อมาในเวลา 10.30 น. วันที่ 18 เม.ย. 69 ตำรวจได้นำตัวนายจีราวัฒน์ พร้อมภรรยาอีกสองคนออกจากห้องควบคุมตัว เพื่อฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง ซึ่งในระหว่างที่ควบคุมตัวนายจีราวัฒน์ขึ้นรถได้พูดกับสื่อว่า “ตนไม่ได้วางแผนฆ่าเป็นการป้องกันตัว รายละเอียดอื่นๆ ขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วคลิปเสียงนาทีที่คนตายร้องขอชีวิตภายในร้านจะว่ายังไง ทำให้นายจีราวัฒน์ถึงกับก้มหน้าไม่ตอบคำถามใดๆ

 


ปมพิรุธบาดแผลคนร้ายอ้างต่อสู้

 

เงื่อนงำในคดีนี้ จากคำให้การของคนร้ายอ้างว่าผู้ตายได้ใช้มีดเข้ามาทำร้ายตนก่อนที่จะเกิดการต่อสู้ ประเด็นนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้วิเคราะห์ว่า คดีนี้มี 2 ประเด็นที่เป็นข้อสงสัย โดยประเด็นแรกคือ เรื่องบาดแผล ผู้ก่อเหตุอ้างว่าตัวเองโดนอาวุธมีด ของคนตายทำร้าย เลยเกิดการต่อสู้กัน แล้วเอาสากไปตีผู้ตายจนเสียชีวิต โดยปกติทั่วไป ถ้าเกิดเป็นเรื่องของการต่อสู้ คือคนนึงถืออาวุธมีดเดินเข้ามาทำร้ายอีกคนนึง คนที่ถืออาวุธมีดมา เขาก็จะจิ้มแทงหรือไม่ก็ฟัน คนที่ถูกแทงหรือถูกฟัน เขาจะยกแขนบัง โดยสัญชาตญาณ พอยกแขนบังเสร็จอาจจะพลาดโดนตามตัว ซึ่งบาดแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย จะมีความลึกความตื้นไม่เท่ากัน

แต่พอไปดูในบาดแผลของคนร้ายรายนี้ บาดแผลมีบริเวณดั้งจมูก บริเวณอก แล้วก็บริเวณท้อง มันเป็นลักษณะรอยขีดตื้น ๆ แล้วมันมีความตื้นมาก แล้วก็มีขนาดความลึกใกล้เคียงกันหมด เพราะฉะนั้น มันจึงไม่เหมือนกับลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวเองจากอาวุธมีด

...


ประเด็นที่ 2 คือเรื่องของอาวุธมีด คาอยู่ที่มือคนตาย ในทางนิติเวช มันมีในเรื่องกรณีกำมีดคาที่มือลักษณะแบบนี้ แต่มันต้องเป็นการเสียชีวิตในลักษณะแบบทันที มีการบาดเจ็บที่สมองก็เสียชีวิตทันที เราจะเคยได้ยินข่าวแบบมีการยิงฆ่าตัวตายที่บริเวณสมอง แล้วนิ้วเนี่ยยังเกี่ยวอยู่ที่ไกปืนอยู่ แสดงว่าตรงบริเวณสมองมันบาดเจ็บรุนแรง แล้วมันทำให้เสียชีวิตในทันที แล้วกล้ามเนื้อมันเกิดการเกร็งตัวที่ยังไม่คลายตัว คำถามคือ ในเคสนี้ เขาถูกทำร้ายร่างกาย ที่สมองบาดเจ็บรุนแรงหรือเปล่า ถ้าบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตในทันทีหรือเปล่า ถ้าบาดเจ็บรุนแรงในขั้นเสียชีวิตในทันที ก็มีโอกาสที่มีดจะคาอยู่ที่มือ

แต่ถ้าเกิดเป็นลักษณะของการบาดเจ็บ แต่ไม่ได้เสียชีวิตในทันที อาจจะมีช่วงเวลา โดยส่วนใหญ่แล้ว อาวุธมันจะคลายแล้วตกจากมือ