รู้จักยุทธการ "ปิดล้อมทางทะเล" ที่ สหรัฐฯ เริ่มเปิดปฏิบัติการวานนี้ (13 เม.ย.) ปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ กดดัน อิหร่าน คาดสะเทือนวิกฤตพลังงานซ้ำอีก แต่ล่าสุดพบยังมีเรือแล่นผ่าน
เริ่มต้นขึ้นแล้ว สำหรับการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) กองทัพสหรัฐฯ ประกาศจะใช้เรือรบปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ให้เรือของอิหร่าน เรือที่เทียบท่าหรือจ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่านสัญจรผ่าน หวังยกระดับการกดดันทางเศรษฐกิจหลังความขัดแย้งยืดเยื้อมายาวนานกว่า 6 สัปดาห์ และยังไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติได้ โดยการปิดล้อมดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ (21.00 น. ตามเวลาไทย)
การปิดล้อมทางทะเล คืออะไร?
อ้างอิงข้อมูลจากคู่มือกฎหมายปฏิบัติการทางเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อปี 2022 ให้คำจำกัดความของ “การปิดล้อม” (blockade) ว่าเป็น “ปฏิบัติการของคู่สงครามเพื่อป้องกันไม่ให้เรือหรืออากาศยานของทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายศัตรูและเป็นกลาง เข้าออกท่าเรือ สนามบิน หรือพื้นที่ชายฝั่งที่กำหนด ซึ่งเป็นของหรืออยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐฝ่ายศัตรู”
...
รายงานจากสำนักข่าวบีบีซี เปิดเผยว่า จากบันทึกที่ กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (Centcom) ส่งถึงผู้เดินเรือ ระบุว่าการปิดล้อมจะ “ครอบคลุมแนวชายฝั่งของอิหร่านทั้งหมด” ไม่จำกัดเฉพาะท่าเรือและคลังน้ำมัน และมีผลบังคับใช้กับการเดินเรือทุกลำ โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของเรือ พร้อมเตือนว่าเรือที่เข้าออกพื้นที่ถูกปิดล้อมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูก “สกัด เปลี่ยนเส้นทาง และยึด” ยกเว้นการขนส่งด้านมนุษยธรรม เช่น อาหาร และเวชภัณฑ์ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบก่อนได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เรือของประเทศเป็นกลางจะได้รับ “ระยะเวลาผ่อนผัน” เพื่อออกจากท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อการปิดล้อมเริ่มต้น หลังจากนั้นเรือลำใดก็ตามที่เข้าออกพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกสกัดกั้น เปลี่ยนเส้นทาง และยึดทันที
ก่อนหน้านี้ Centcom เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี 2 ลำ ได้แก่ ยูเอสเอส แฟรงก์ อี. ปีเตอร์สัน (USS Frank E. Peterson) และเรือยูเอสเอส ไมเคิล เมอร์ฟี (USS Michael Murphy) ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเพื่อทำให้แน่ใจว่า “ช่องแคบจะปราศจากทุ่นระเบิดทางทะเลที่กองทัพอิหร่านนำมาวางเอาไว้”
สหรัฐฯ อาจใช้ยุทโธปกรณ์ใดในการปิดล้อมอิหร่าน?
ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ มีเรือที่ประจำการอยู่ในตะวันออกกลางและใกล้เคียงที่อาจเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ได้ โดยข้อมูลจาก USNI News ระบุว่า มีเรือรบของสหรัฐฯ อย่างน้อย 14 ลำ ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและทะเลอาหรับ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) และหน่วยจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกที่ประกอบด้วยนาวิกโยธินและลูกเรือกว่า 2,500 นาย
นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการวางกำลัง “เรือดำน้ำ” แต่ข้อมูลส่วนนี้ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่นเดียวกับ “เครื่องบินรบ” ที่อาจเข้าร่วม แต่ข้อมูลการติดตามเพื่อระบุประเภทของเครื่องบินนั้นโดยปกติแล้วจะไม่มีการเปิดเผยเช่นกัน
ทั้งนี้ยังมีเรือรบลำอื่นๆ ที่ประจำการอยู่ใกล้เคียง หรือมีรายงานว่ากำลังถูกส่งมายังภูมิภาคนี้ ซึ่งอาจเป็นการเรียกตัวมาเพื่อสนับสนุนการปิดล้อมได้
ข้อมูลจาก USNI News รายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (USS George H W Bush) พร้อมเรือพิฆาตอีก 3 ลำ ขณะนี้อยู่ใกล้กับประเทศนามิเบีย และอยู่ระหว่างเดินเรืออ้อมแอฟริกาใต้มายังตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R Ford) พร้อมเรือพิฆาตอีก 4 ลำ ก็ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก มีรายงานว่าเรือลำนี้มีบทบาทสำคัญในช่วงเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน และเพิ่งจะเข้าซ่อมบำรุงในประเทศกรีซเมื่อไม่นานมานี้
...
สหรัฐฯ ปิดล้อมสะเทือนอิหร่านอย่างไร ?
วันนี้ (14 เม.ย.) เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประณามการปิดกั้นการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านก่อนหน้านี้ ว่าเท่ากับเป็นการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ และเมื่ออิหร่านยังเดินหน้าเล่นเกมนี้ สหรัฐฯ ก็สามารถเล่นได้เช่นกัน
พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ “บอลอยู่ในสนามของพวกเขา” (The ball is very much in their court) ซึ่งหมายถึงว่าขณะนี้เป็นหน้าที่ของอิหร่านในการตัดสินใจ หลังการเจรจาระหว่างสองฝ่ายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ปากีสถาน ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้
แวนซ์เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้กำหนด “เส้นแดง” ชัดเจน และไม่ยืดหยุ่นใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
- การให้สหรัฐฯ ควบคุมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน
- การมีระบบตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
พร้อมระบุว่า การที่อิหร่านเพียงแค่ประกาศว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ ยังไม่เพียงพอ หากไม่มีมาตรการตรวจสอบที่เชื่อถือได้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังแสดงความคาดหวังว่า ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ อิหร่านจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ หากปฏิบัติการนี้ของสหรัฐฯ สามารถปิดกั้นการเดินเรือได้ทั้งหมด ก็จะกระทบกับเศรษฐกิจของอิหร่าน และโลกอาจต้องเผชิญกับราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่ขนส่งได้ลดลงอย่างมากจากความขัดแย้งในช่วงก่อนหน้านี้ อาจขนส่งได้น้อยลงไปอีกหรือไม่สามารถขนส่งได้เลย
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อิหร่านได้ประโยชน์จากการขนส่งน้ำมันในช่วงของความขัดแย้ง โดยมีรายงานว่า อิหร่านส่งออกน้ำมันรวมกว่า 57.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของการขนส่งน้ำมันอิหร่านในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา
...
มูเกช ซาเดฟ หัวหน้านักวิเคราะห์น้ำมันของ XAnalysts เปิดเผยกับ NBC News มองว่าหากปิดล้อมได้สำเร็จจริง ในระยะยาวสหรัฐฯ อาจจะแบกรับวิกฤตพลังงานได้ดีกว่าเนื่องจากสามารถผลิตได้เองในประเทศ เทียบกับอิหร่านที่จะเสียหายหนักจากการเสียรายได้การส่งออก
ขณะที่ ดร.สุมันตรา ไมตรา นักวิชาการ สมาคมวิชาการด้านประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร เปิดเผยกับ CBS News มองว่า ปฏิบัติการนี้จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน และราคาน้ำมันให้พุ่งสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้หากประเทศมหาอำนาจอื่นอย่าง จีน และ รัสเซีย ที่มีการซื้อขายน้ำมันกับอิหร่าน ส่งเรือรบเข้ามาเพื่อคุ้มครองเรือขนส่งสินค้าหรือน้ำมันของตนเองก็จะเกิดเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะหากกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าสกัดหรือยึดเรือดังกล่าว ก็อาจเป็นปัญหาระหว่างประเทศ แต่หากปล่อยให้สัญจรผ่านไปก็ถือว่าสหรัฐฯ เสียหน้า
ซ้ำเติมความตึงเครียด สหรัฐฯ-จีน
...
วันนี้ (14 เม.ย.) กัว เจียคุณ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า การปิดล้อมทางทะเลดังกล่าวจะยิ่งทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น และบั่นทอนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้ว
“นี่เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ” กัว กล่าว
ขณะเดียวกันโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ได้ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า จีนกำลังเตรียมส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศชุดใหม่ไปยังอิหร่าน โดยข่าวดังกล่าวนี้เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่ม 50% หากจีนให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เตหะราน
“หากสหรัฐฯ ยืนยันจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการขึ้นภาษีเพิ่มเติมต่อจีน จีนจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดอย่างแน่นอน”
พบยังมีเรือสัญจรผ่าน
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (14 เม.ย.) หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมเกือบ 1 วัน ข้อมูลการติดตามเรือที่วิเคราะห์โดย BBC Verify พบว่ามีเรือ 4 ลำที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่า 2 ใน 4 ลำ เคยเข้าจอดที่ท่าเรือของอิหร่าน โดยเรือ "Christianna" ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกอง ได้แล่นผ่านช่องแคบเมื่อวันจันทร์หลังจากเริ่มการปิดล้อม โดยก่อนหน้านั้นเรือลำนี้ได้แวะจอดที่ท่าเรือบันดาร์อิมานโคเมินี ของอิหร่าน
ส่วนเรือ "Rich Starry" ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานทำการค้าที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ได้เดินเรือไปทางตะวันออกโดยออกจากท่าเรือชาร์จาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแล่นผ่านช่องแคบในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา
ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมัน "Murlikishan" ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเช่นกัน ได้เดินเรือมาจากหลานซาน ประเทศจีน มุ่งหน้าไปทางตะวันตกผ่านช่องแคบเมื่อคืนนี้ โดยข้อมูลล่าสุดระบุตำแหน่งสุดท้ายของเรือลำนี้ว่าอยู่ทางตะวันออกของเกาะเคช์ม ของอิหร่าน
นอกจากนี้ ยังพบเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำชื่อ "Elpis" ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบมุ่งหน้าไปทางตะวันออกในช่วงกลางคืนหลังจากออกจากท่าเรือบูเชห์ร์ ของอิหร่าน เรือลำนี้อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และยังไม่ทราบจุดหมายปลายทางที่แน่ชัด
อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าเรือเหล่านี้อาจส่งสัญญาณรายงานตำแหน่งปลอม หรือที่เรียกว่า "Spoofing" เพื่อปกปิดตำแหน่งที่แท้จริงของตนเอง