อนาถ “พะยูนไร้หัว” เกาะยาวน้อย พบชิ้นส่วนจมูกถูกทิ้งกลางทะเล คาดคนร้ายตัดหัวหลังป่วยตาย หลักฐานมือหั่นชำนาญรู้รอยต่อกระดูก ข้างลำตัวมีรอยล็อกแน่นระหว่างตัด ส่งหลักฐานตำรวจล่าตัว เทียบดีเอ็นเอ



ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ยังคงติดตามการตายของพะยูนขนาดตัวเต็มวัย ที่พบในพื้นที่เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา เมื่อ 9 เม.ย.69 โดยซากพะยูน ไม่มีส่วนหัว เพศผู้ อยู่ในระยะโตเต็มวัย ยาวประมาณ 2.20 เมตร (ไม่รวมหัว) หนักโดยประมาณ 120 กิโลกรัม และหลังจากการชันสูตรพบว่า พะยูนตัวดังกล่าวมีภาวะป่วยทางลำไส้ ไม่สามารถกินอาหารได้จนป่วยตาย แต่ที่น่าสงสารคือ ส่วนหัวที่หายไป พบว่ามีรอยบาดแผลจากของมีคม ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ ที่ทำการตัดหัวพะยูน

ขณะที่ล่าสุด ทีมสืบสวนพบชิ้นส่วนจมูกของพะยูนตัวดังกล่าวถูกทิ้งไว้กลางทะเล และถือเป็นหลักฐานสำคัญในการล่าตัวคนร้าย 

...



เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน(ศวอบ.) รายงานว่า นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเพื่อติดตามสถานการณ์กรณีพะยูนเสียชีวิตและถูกตัดส่วนหัวออก 

โดยมี ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ผอ.สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ  



มีสัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร บรรยายสรุปรายงานผลการชันสูตรทางนิติวิทยาศาสตร์ซากพะยูน โดยคาดว่าพะยูนเกยตื้นตายก่อนจะมีการตัดหัว เนื่องจากไม่พบรอยช้ำหรือการคั่งเลือดในเนื้อเยื่อ และคาดว่าถูกตัดหัวหลังจากตายแล้ว มากกว่า 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เนื่องจากรอยตัดยังมีขอบคมไม่เปื่อยยุ่ย และไม่ใช่การล่าเพื่อตัดหัว เพราะไม่พบภาวะกล้ามเนื้อสลายรวมถึงไม่พบน้ำในทางเดินหายใจ ซึ่งบ่งชี้ว่าสัตว์ไม่ได้จมน้ำก่อนเสียชีวิต 

       



สันนิษฐานว่า คนตัดหัวน่าจะมีความชำนาญเป็นอย่างมากเนื่องจากหัวถูกตัดตรงตำแหน่งระหว่างข้อกระดูกคอพอดีและมีรอยแผลที่คม อุปกรณ์ที่ใช้ตัดต้องมีความยาวพอจะตัดหัวขนาดใหญ่ได้ และมีรอยแผลบริเวณอกทั้งสองข้าง เป็นร่องรอยของการใช้ของแข็งยึดร่างไว้เพื่อให้ง่ายต่อการตัด เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น ให้ดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิด โดยนำไปสู่การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติพังงาและปลัดอำเภอ

         จากนั้นได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเกาะยาวเพื่อรับมอบชิ้นส่วนพยานหลักฐานส่วนจมูกของพะยูนเพิ่มเติม จากทาง สภ.เกาะยาว เพื่อนำชิ้นส่วนส่งตรวจ DNA ต่อไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ สทช.6 ได้มีการแจ้งความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษตามมาตรา 17 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และได้ลงพื้นที่ซึ่งพบซากได้ข้อมูลเพิ่มจากปลัดอำเภอว่า เชือกที่ผูกไว้เป็นเชือกที่ผูกเพื่อป้องกันซากสูญหายเท่านั้น

...



จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่า สถานการณ์การเกยตื้นของพะยูน ในปีงบประมาณ 2566 – 2568 พบพะยูนเกยตื้นทั้งหมด 112 ตัว เป็นพะยูนที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยว/หัว จำนวน 8 ตัว และข้อมูลในปีงบประมาณ 2569 พบพะยูนเกยตื้นทั้งหมด 2 ตัว เป็นพะยูนที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยว/หัว จำนวน 1 ตัว โดยทั้งหมดถูกตัดหลังจากตายแล้ว

การตัดหัวพะยูน ถือเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง หากฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 3 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึง มาตรา 17 หากผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 29 หากผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000 บาท - 1,500,000 บาท

        

...


 ทั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ยังคงติดตามเพื่อหาผู้กระทำผิดในกรณีนี้มารายงานต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมายังมีการตัดหัวพะยูน เพื่อนำชิ้นส่วนมาทำเป็นเครื่องรางทางความเชื่อที่ผิดอยู่ ขณะเดียวกันการก่อเหตุที่ผ่านมาก็มักจะตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ ซึ่งสวนทางกับประชากรพะยูน ในทะเลไทยที่ลดลงเรื่อยๆ


อ่านต่อที่ :
พบซากพะยูน ขนาดโตเต็มวัย ถูกตัดหัวโหด เกาะยาวน้อย จ.พังงา

ผลชันสูตรซาก "พะยูน" ไร้หัว คาดลอยมาจากกระบี่ สันนิษฐานป่วยตาย