นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการกำกับดูแลและพัฒนากฎหมายกิจการกระจาย เสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมระดับสูง รุ่นที่ 2 หรือ ปกส.2 จัดเวทีวิชาการสาธารณะ ในหัวข้อพลิกโฉมประเทศไทยสู่อนาคตบริการดิจิทัลเพื่อสังคมไทย


ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระปกเกล้า กับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์ สาธารณะ (กทปส.) และสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดขึ้น 


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้นําจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน ให้มีวิสัยทัศน์เชิงระบบต่อการกํากับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อบริบทด้านการบริการจัดการและกํากับดูแล กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมของประเทศให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนากลไก บริการจัดการและกำกับดูแลผ่านการศึกษาวิเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ผ่านการผลิตผล งานวิชาการของผู้เข้าศึกษาตามหลักสูตร

...


ตลอดระยะเวลาการศึกษา นักศึกษาได้จัดทําผลงานวิชาการเชิงลึกจํานวน 120 เรื่องในระดับ บุคคล และ 8 เรื่องในระดับกลุ่ม ซึ่งครอบคลุมประเด็น 8 เรื่องสําคัญ ได้แก่


1. ด้านกิจการอวกาศ 

2. ด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม 

3. ด้านการแจ้งเตือนภัยพิบัติ 

4. ด้านกิจการวิทยุและโทรทัศน์ในอนาคต 

5. ด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม

6. ด้านการพัฒนาเมืองสู่ Smart City และยานยนต์อัตโนมัติ 

7. ด้านปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้งาน 

8. ด้านการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอร์


เทคโนโลยีเพื่อสังคมไทย ความมั่นคง ความปลอดภัย และอนาคตของสื่อและเมือง


ในด้านการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอร์ มีการนำเสนอถึงการจัดทำ Trust List ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนกลับ และเกิดความโปร่งใส เพื่อป้องกันการหลอกลวงทางไซเบอร์ ด้วยมาตรฐาน C2PA เพราะแพลตฟอร์มออนไลน์ในปัจจุบัน ไม่สามารถควบคุมผู้ใช้งานได้ทั้งหมด หวังให้ กสทช.นำมาบูรณาการกับผู้ผลิตสื่อในประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง นอกจากนี้ ผลลัพธ์ทางอ้อม ยังสามารถสร้าง Digital Trust และดึงนักลงทุนเข้ามาได้อีกด้วย


ด้านการแจ้งเตือนภัยพิบัติ  ด้วยปัญหาใหญ่ในไทยปีที่ผ่านมา ทั้งแผ่นดินไหว และน้ำท่วมหาดใหญ่ พบช่องโหว่ในระดับชาติและท้องถิ่น โดยมีมากถึง 48 หน่วยงาน จาก 13 กระทรวง จึงก่อให้เกิดความผิดพลาดเรื่องข้อมูลได้ จึงเสนอให้นำ AI เข้ามาใช้ ประกอบกับการวิเคราะห์ Big Data บริหารสถานการณ์ ลดความผิดพลาด รวมถึงแก้ไขกฎหมายในระยะยาว ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ที่ทำได้ดีในเรื่องเหล่านี้


สำหรับด้านกิจการวิทยุและโทรทัศน์ในอนาคต    ยังมีกว่า 10 ล้านครอบครัวที่ใช้ดาวเทียมอยู่ ในตอนประมูลคลื่นความถี่ เทคโนโลยี 5G ที่จะมาทดแทน C-Band ยังเข้าไม่ถึงทุกครอบครัว โดยมองว่า ปี 2572 จะเป็นจุดตัดสำคัญของสื่อโทรทัศน์ เพราะเป็นการสิ้นสุดของสัมปทาน จึงภาวนาให้เกิดการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพราะ Road Map ของสื่อต้องวางแผนมากกว่า 3-5 ปี รวมถึงประเด็นสำคัญเรื่องยอดเงินที่ไม่ไหลกลับสู่ประเทศมากพอ เพราะเจ้าของแพลตฟอร์มเป็นต่างชาติทั้งหมด เงินจึงวิ่งออกไป แต่กลับถึงมือผู้ประกอบกิจการสื่อน้อยมาก


ส่วนด้านการพัฒนาเมืองสู่ Smart City และยานยนต์อัตโนมัติ มีการพูดถึง “เมืองอัจฉริยะ” มาตั้งแต่ปี 2546 แม้ในกรุงเทพฯ จะมีเทคโนโลยีอยู่มากมาย แต่ยังขาดความเป็นสมาร์ท มีอุปสรรคที่ฉุดรั้งการพัฒนามากมาย อาทิ การบริหารงานแบบแยกส่วน ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ข้อจำกัดด้านความสามารถท้องถิ่น จึงเสนอให้ กสทช. เข้ามาเป็นเหมือนคอนดักเตอร์ในวงออเครสตา และทำให้การพัฒนาเมืองไม่ใช่ตอบโจทย์เทคโนโลยี แต่ต้องตอบโจทย์คนในเมือง

...


โครงสร้างพื้นฐานสื่อสารไทยในยุคใหม่ AI ดาวเทียม อวกาศและโครงข่ายแห่งอนาคต


ด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม มีตัวเลขการแข่งขันด้านโทรคมนาคมของไทยในเวทีโลกที่ตกลง มองว่าไทยมีสปีดช้ากว่าประเทศอื่น เนื่องจากยังให้ความสำคัญกับปริมาณมากกว่าคุณภาพ อีกทั้งยังมีการลงทุนที่ซ้ำซ้อนกันมากถึง 10% ต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท ราว 3% ของ GDP ประเทศ หากมีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมีกลยุทธ์ พร้อมข้อเสนอ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ปลดล็อกกฎหมาย ระยะกลาง ปรับโครงสร้างทั้งคนและทรัพยากร และระยะยาว บูรณาการแพลตฟอร์มระดับชาติ


ในด้านปัญญาประดิษฐ์และการประยุกต์ใช้งาน ปัจจุบันเป็นยุคของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนผ่านในระดับมหภาค เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยทำงานหลายมิติ แทรกซึมอยู่ทุกๆ ส่วนของชีวิต แต่โจทย์คือ จะทำอย่างไรไม่ให้ AI กลายเป็นโทษ อาทิ ข่าวปลอม การทำลายความน่าเชื่อถือ เป็นดาบสองคมในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งต่างประเทศก็เริ่มขับเคลื่อนการกำกับ AI แล้ว พร้อมข้อเสนอ 4 เสาหลัก ได้แก่ การดูแลให้ยืดหยุ่น การสร้างพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม การมีธรรมาภิบาลและคุ้มครองสาธารณะ และอธิปไตยดิจิทัล เชื่อมั่นว่า ปัญญาประดิษฐ์ จะไม่เหนือไปกว่าปัญญามนุษย์


สำหรับด้านกิจการอวกาศ ที่ผ่านมาไทยเป็นผู้บริโภคทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด คำถามคือ จะทำอย่างไรถึงสามารถเปลี่ยนบทบาทสู่ New Space Economy ได้ โดยต้องมองอวกาศในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ไปได้อีกไกล เป็นการหารายได้จากอากาศเหมือนยุคคลื่นวิทยุ AM เชื่อว่า จะสามารถปฏิวัติโลกนี้ได้อีกครั้ง


สุดท้ายในด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม ย้อนถึงปัญหาสัญญาณในช่วงวิกฤติต่างๆ เช่น น้ำท่วมหาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานกลับล่มไปพร้อมกับภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถทำให้ครอบคลุมได้จริง เปิดตัวเลข Space Economy ที่ตั้งเป้าว่าในปี 2040 จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาท โดย 70-80% อยู่ที่ดาวเทียมจากการให้บริการสื่อสาร ซึ่ง AI จะต้องเข้ามาดูแล Network และบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมั่นในเอกชนไทย พร้อมแนะให้ภาครัฐสนับสนุนและไม่ขัดขวางการเดินหน้าด้วย

...