จับตาน้ำมันสถิติใหม่ ก.พลังงาน ไม่รับประกันสงกรานต์ทะลุ 70 บาทหรือไม่ รัฐบาลงัดมาตรการลดภาษีสรรพสามิต “นักวิชาการ” จวกขึ้นราคาฉับพลันทำตื่นตระหนก-แนะเร่งช่วยกลุ่มกระทบหนัก  

วันนี้ (26 มี.ค.69) ในการแถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงมากขึ้น ส่งผลถึงราคาขายปลีกทั่วไปของทุกๆ ประเทศ

จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง ทำให้กองทุนน้ำมันฯ ขาดสภาพคล่อง ติดลบมากขึ้น ปัจจุบันติดลบที่ 35,000 ล้านบาท โดยมีเงินไหลออกวันละ 2,000 ล้านบาท ทำให้ต้องปรับลดเงินอุดหนุนลง โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา อุดหนุนที่ 19.12 บาท/ลิตร ลดลงจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่เคยอุดหนุน 26.99 บาท/ลิตร อย่างไรก็ดียังช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่มอยู่ เช่น ดีเซล กลุ่มแก๊สโซฮอล์

ทั้งนี้ ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เมื่อคืนที่ผ่านมาเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ก็ปรับราคาดีเซลขึ้นถึงลิตรละ 7 บาท ซึ่งหากดูในภาพรวมราคาน้ำมันไทยไม่ได้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเลย อยู่ในราคาค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.)

...

ไม่รับประกันสงกรานต์ น้ำมันทะลุ 70 บาท/ลิตร

ในการแถลงข่าว ศบก. ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า หากสถานการณ์น้ำมันยังเป็นเช่นนี้มีโอกาสที่ราคาจะทะลุถึงลิตรละ 70 บาทในช่วงสงกรานต์หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันในประเทศไทยขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่วนความกังวลว่าจะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่นั้น ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันมีกำลังมากพอในการรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากยังทำได้ก็จะช่วยตรึงราคาน้ำมันได้

“ซึ่งการลดอัตราการอุดหนุนในครั้งนี้ก็จะทำให้สถานะของกองทุนน้ำมันดีขึ้น เรายังมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการได้ต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงไม่สามารถการันตีได้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นมาเพียงใด คงต้องจับตาดูกันต่อไป”

เมื่อสอบถามว่าขณะนี้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ที่ 19.12 บาท มีโอกาสมากแค่ไหนที่จะให้ประชาชนจ่ายเองในส่วนนี้ นายพรชัย กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้ เริ่มมีท่าทีว่าจะเจรจากันบ้างทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง แต่ก็ยังไม่การันตีว่าราคาน้ำมันจะไม่กลับไปพุ่งสูงอีก หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงที่หรือปรับตัวลดลง ในสัปดาห์นี้กองทุนน้ำมันอาจยังรักษาราคาขายปลีกในระดับนี้ได้ แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นก็ต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ปรับขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก รวมถึงข้อครหาว่าก่อนหน้านี้ที่น้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มมีการกักตุนเพื่อรอราคาน้ำมันขึ้นหรือไม่ นายพรชัย ชี้แจงกรณีปรับราคากลางดึกเนื่องจาก ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์จะปิดที่เวลา 19.00 น. จากนั้นจะทยอยปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิดออกมาโดยมีหน่วยเป็นเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งทางกองทุนน้ำมันต้องนำข้อมูลมาทำเป็นโครงสร้างราคา ตีออกมาเป็นเงินบาท ซึ่งแล้วเสร็จประมาณ 21.00 น. จากนั้นคณะกรรมการฯ ก็มีการประชุมกันจนนำมาสู่การปรับราคากลางดึก ยืนยันไม่มีใครทราบเรื่องการปรับราคาล่วงหน้าอย่างแน่นอน

แนะทยอยขึ้นราคา-ช่วยกลุ่มเปราะบาง

ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่าเป็นไปได้ยากหากจะคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงเท่าไหร่ ซึ่งหากเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง ราคาน้ำมันดีเซลในไทยตอนนี้จะอยู่ที่ลิตรละ 58 บาท แต่ส่วนตัวไม่อยากให้ราคาน้ำมันลอยตัวไปถึงระดับนั้น เพราะจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน จึงยังต้องมีกองทุนน้ำมันฯ หรือกลไกจากภาครัฐเข้ามาอุดหนุน ลดต้นทุนราคาน้ำมัน

ดร.อารีพร เห็นด้วยว่าควรมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเนื่องจากกองทุนน้ำมันไม่สามารถแบกรับภาระทั้งหมดได้ แต่ปัญหาคือการขึ้นราคา 6 บาท/ลิตร เป็นอัตราที่สูงและเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเกินไป จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน โดยมองว่าการตรึงราคาไว้ที่ 30 บาท/ลิตรไว้เป็นเวลานานในช่วงที่ผ่านมา อาจเป็นท่าทีที่ผิดพลาดควรทยอยเพิ่มขึ้นทีละนิดตั้งแต่ช่วงนั้น ไม่ใช่มาขึ้น 6 บาทในคืนเดียว

จากนี้รัฐบาลอาจทยอยขึ้นราคาในกลุ่มผู้ใช้น้ำมันทั่วไป และไปเพิ่มการอุดหนุนมากเป็นพิเศษในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หรือกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของประเทศมากที่สุด อย่างภาคการขนส่ง ภาคเกษตร หรือครัวเรือนที่เปราะบาง

...

“ในส่วนนี้ภาครัฐก็ต้องไปออกแบบกลไก เช่น อาจเป็นการให้คูปองแก่กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรืออาจจัดสรรโควตาให้”

ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน TDRI
ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน TDRI

ดร.อารีพร มองว่า การที่กองทุนน้ำมันลดอัตราการอุดหนุนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา จากลิตรละ 26.99 บาท/ลิตร เป็นอุดหนุนที่ 19.12 บาท/ลิตร ก็จะช่วยให้กองทุนฯ มีสภาพคล่องมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ภาครัฐเหมือนใช้เพียงกองทุนน้ำมันฯ เป็นเครื่องมือเดียวในการรับมือวิกฤตนี้  ควรใช้มาตรการอื่นเข้ามาช่วยพยุงเพิ่มเติม เช่น การลดภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ถูกเก็บ 2 ขา ซึ่งหากทำได้ก็จะสามารถช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันฯ และลดราคาน้ำมันได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยรายได้ภาครัฐที่ลดลง ซึ่งก็ต้องมีการพูดคุยกับกระทรวงการคลังเพื่อหาอัตราที่เหมาะสม 

...

ดร.อารีพร มองว่า ความรุนแรงของวิกฤตน้ำมันในครั้งนี้ คือเรื่องของความกังวลและความเชื่อมั่นประชาชน โดยไม่ใช่แค่เรื่องของราคาที่เพิ่มสูงเพียงอย่างเดียวแต่เป็นเรื่องปริมาณน้ำมันที่ขาดแคลนหน้าปั๊มด้วย

“การที่อยู่ดีๆ มาปรับขึ้น 6 บาทแบบนี้ กระทบความเชื่อมั่นประชาชนอย่างมาก เกิดข้อสงสัยต่อความโปร่งใส เกิดความกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะกระทบต่อค่าครองชีพอย่างไร ที่ภาครัฐแจงว่ามีน้ำมันสำรองพอ 100 วัน แท้จริงแล้วน้ำมันไทยมีเพียงพอหรือไม่”

รัฐบาลไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต

ล่าสุดในช่วงบ่ายวันนี้ (29 มี.ค.69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อหารือวิกฤตพลังงาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการเยียวยาเร่งด่วน 7 ด้าน เพื่อลดค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของประชาชนและผู้ประกอบการ ดังนี้

1. ให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไร-ในระยะเวลาเท่าใด

2. ดูแลกลุ่มเปราะบาง เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่ม 100 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

...

3. มาตรการสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับตัวที่สูงขึ้น คือกลุ่มขนส่ง และรถบรรทุก และกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยจะให้ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นผู้ชี้แจง

4. การช่วยเหลือภาคเกษตร เบื้องต้นมีโครงการธงเขียว เพื่อสนับสนุนค่าปุ๋ย เพื่อลดต้นทุน พร้อมสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกลดพึ่งพาการนำเข้า

5. กลุ่มประมง เยียวยาได้ด้วยการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งจะมีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติประมาณ 5-6 บาท

6. กลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมก่อสร้าง เกิดการสะดุดอาจส่งมอบงานล่าช้า กระทรวงการคลังจะดูเรื่องขยายเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสม ค่าปรับยังคงอยู่แต่ต้องเหมาะสมตามแต่กรณี

7. กลุ่มเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารออมสินเตรียมวงเงินซอฟต์โลนไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง ในวันนี้ยังไม่ได้เลือกว่าเป็นกลุ่มใด